พระเจ้าเหี้ยนเต้ ผู้แบกรับความอัปยศแห่งราชวงศ์ฮั่น


 

          อันว่าคนเรานั้นส่วนใหญ่มักมองหนังสือที่ปก แลดูคนแค่ผิวเผิน จึงไม่อาจรู้ได้ว่าความรู้และประสบการณ์ของเขานั้นจะเหนือหรือมากน้อยกว่าเราเพียงใด  หนังสือ “สามก๊ก” ก็เช่นกัน เพราะหลายคนเพียงแค่เดา ก็ประเมินว่าเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับการทำสงคราม มีการแบ่งออกกันเป็นกลุ่มต่าง ๆ เป็นวรรณคดีที่เราเคยได้ยินอยู่บ่อยๆ ซึ่งเรื่องนี้ แต่งจากพงศาวดารจีนในช่วง พ.ศ. ๗๖๓-๘๒๓ และมีหลายฉบับ  แต่ฉบับที่เราคุ้นเคยกันก็คือ ฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน) แปลในสมัยรัชกาลที่ ๑ ถือเป็นนิยายร้อยแก้วที่เก่าแก่ที่สุดของไทย มีการใช้สำนวนภาษาเรียบเรียงได้ดีมาก ทำให้ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย ซึ่งหลายคนอาจเคยอ่านกันมาบ้างแล้ว หรือบางคนยังไม่มีโอกาสได้อ่าน   แน่นอนว่าเนื้อเรื่องก็เกี่ยวกับสงครามอย่างที่เข้าใจกันในเบื้องต้น ทั้งยังมีความน่าสนใจชวนติดตาม แต่ละตอนเข้มข้น หรือจะพูดได้เลยว่า ‘สุดทุกตอน’ ก็ได้  และผมก็ขอย้ำว่าอย่าตัดสินหนังสือจากปก อย่าตัดสินเนื้อหาจากชื่อเรื่อง อย่าเชื่อเพราะเขาลือกันว่าสนุก เพราะบางครั้งเรื่องราวในหนังสือมีความพิสดารมากกว่าที่คิด ในขณะเดียวกัน คนที่อ่านแล้วบางคนชื่นชอบมากจนอ่านซ้ำไปอีกหลายครั้งหลายหน  จนมีใครหลายคนพูดว่า ‘ถ้าใครอ่านสามก๊กจบสามรอบคนนั้นเป็นคนที่คบไม่ได้’ ซึ่งจะจริงหรือไม่นั้นก็สุดแท้แล้วแต่ผู้อ่านและประสบการณ์ของผู้อ่านที่จะพิจารณาเองว่าคำที่เขาว่ากันนั้นจริงหรือไม่ 

         เมื่อเห็นพูดเปิดด้วยเรื่องสามก๊ก หากแต่ว่าวันนี้ผมไม่ได้จะมาเล่าเรื่องราวทั้งหมดของสามก๊กแต่อย่างใด เพียงอยากให้ทุกคนได้ลองพิจารณาการวิเคราะห์ของผมว่า ตัวละครหนึ่งในเรื่องอย่าง “พระเจ้าเหี้ยนเต้” กษัตริย์ผู้แบกรับความอัปยศแห่งราชวงศ์ฮั่น ในมุมที่ผมมองว่าจะมีมุมมองหรือแนวคิดที่คล้ายกันหรือแตกต่างกับมุมมองของท่านบ้างหรือไม่

ภาพที่ 1 พระเจ้าเหี้ยนเต้ นางตังกุยหุย และนางฮกเฮา (ซ้าย)  ตั๋งโต๊ะ (ขวา)

         พระเจ้าเหี้ยนเต้ ทรงพระนามเดิมว่า ‘หองจูเหียบ’ เป็นพระราชโอรสในพระเจ้าเลนเต้แต่กำพร้าพระชนนี เมื่อครั้งพระเจ้าเลนเต้สวรรคตราชสมบัติตกเป็นของ ‘หองจูเปียน’ พระเชษฐาต่างมารดา ขึ้นเสวยราชย์ทรงพระนามพระเจ้าฮั่นเช่าตี้ อยู่มาตั๋งเมื่อ ‘ตั๋งโต๊ะ’ เจ้าเมืองซีหลงผู้ปราบปรามความวุ่นวายหลังการสวรรคตของพระเจ้าเลนเต้แล้ว มีการประชุมขุนนางและลงมติว่าให้ถอดหองจูเปียนพ้นจากราชสมบัติ และอัญเชิญหองจูเหียบ พระอนุชาขึ้นครองราชย์สมบัติ ทรงพระนามพระเจ้าเหี้ยนเต้ ครองราชบัลลังก์ต่อไป ซึ่งขณะนั้นทรงมีพระชนมายุเพียง ๘ พรรษาเท่านั้น และนี่ก็ถือเป็นจุดเริ่มต้นของความเสื่อมถอยและถึงการล่มสลายของราชวงศ์ฮั่น

          ในช่วงชีวิตของยุวกษัตริย์หรือกษัตริย์พระองค์น้อยนั้น ต้องอยู่ภายใต้การกำกับของตั๋งโต๊ะที่ได้ผูกขาดอำนาจในเมืองหลวงตั้งตนเป็นเซียงก๊ก (อัครมหาเสนาบดี ซึ่งสำเร็จราชการแทนพระองค์) ใช้อำนาจตามอำเภอใจ มิได้เห็นพระเจ้าเหี้ยนเต้อยู่ในสายตาเลย ถึงขั้นเผาเมืองหลวงแล้วตั้งราชธานีขึ้นใหม่ กษัตริย์พระองค์น้อยก็ทรงทำอะไรมิได้ ประกอบกับแม้จะมีขุนนางที่จงรักภักดีต่อราชวงศ์ฮั่นเพียงใดแต่ก็หาได้มีผู้คิดกำจัดตั๋งโต๊ะได้ไม่ ด้วยเหตุนี้เอง พระเจ้าเหี้ยนเต้กษัตริย์ผู้ทรงพระเยาว์และโดดเดี่ยวก็มิอาจจะกระทำการสิ่งใดได้ แม้ว่าเหตุทั้งหมดนี้จะมิได้เกิดขึ้นจากพระองค์เอง แต่ก็ทรงจำเป็นจะต้องทำตามคำตั๋งโต๊ะและยอมแบกรับพระราชภาระเพื่อธำรงไว้ซึ่งพระราชวงศ์ฮั่นที่สั่นคลอนและมิรู้ว่าจะล่มสลายลงเสียเมื่อใด

ภาพที่ 2 พระเจ้าเหี้ยนเต้ทรงพระอักษรด้วยพระโลหิต

          เดชะบุญ เมื่อตั๋งโต๊ะถึงแก่ความตายแล้ว ก็ราวกับทรงพ้นเคราะห์ไปเปลาะหนึ่ง ขณะนั้นพระเจ้าเหียนเต้ทรงมีพระชนมายุเพียง ๑๑ พรรษาเท่านั้นแต่ก็ต้องระหกระเหินดั้นด้นออกจากเมืองเพื่อความปลอดภัย เนื่องจากลิฉุยและกุยกี นายทหารของตั๋งโต๊ะนั้นเกิดแย่งชิงกันควบคุมพระองค์  พระเจ้าเหี้ยนเต้ จึงทรงพระราชดำริให้หา ‘โจโฉ’ มาช่วย จากนั้นโจโฉจึงเข้าควบคุมราชสำนัก กำจัดลิฉุย กุยกีพร้อมขุนนางในพระราชสำนักเสีย อัญเชิญพระองค์ไปประทับที่เมืองฮูโต๋ซึ่งได้สถาปนาเป็นราชธานีแห่งใหม่ พร้อมกับตั้งตนเป็นมหาอุปราชสำเร็จราชการแผ่นดิน จนกาลเวลาล่วงเลยมาหลายปี โจโฉได้หลงระเริงในการใช้อำนาจเพลินจนถึงขั้นทำให้พระองค์ได้รับความคับแค้นพระราชหฤทัยเป็นอันมาก เพราะโจโฉนั้นก็มิได้ต่างอะไรไปจากตั๋งโต๊ะ ครั้งหนึ่งถึงกับเขียนทรงพระอักษรด้วยพระโลหิตผ่านตังสิน ให้หาพวกมาช่วยเหลือพระองค์ ตังสินจึงแจ้งไปยังเล่าปี่ผู้ทรงนับถือเป็นพระปิตุลา (พระเจ้าอา) ที่พบเจอกันเมื่อครั้งโจโฉนำมาเข้าเฝ้า ขอให้คิดอ่านกำจัดโจโฉความว่า

 

         “..แต่โจโฉเข้ามาอยู่ในเมืองหลวงได้สี่ปีแล้วทำการหยาบช้าต่าง ๆ จะตั้งขุนนางแลลงโทษผู้ใดมิได้ยำเกรงบอกกล่าวให้เรารู้สุดที่จะอดกลั้นทนทานได้ เราจึงเอาโลหิตในนิ้วมือเขียนอักษรเป็นความลับมาให้แจ้ง  แม้ตังสินเห็นขุนนางผู้ใดมีสติปัญญาซื่อสัตย์ต่อแผ่นดิน ก็ให้ชักชวนกันทำการกำจัดโจโฉเสียให้จงได้ ตัวเราแลขุนนางกับราษฎรทั้งปวงจะได้อยู่เย็นเป็นสุขสืบไป...”

                                                                                          (สามก๊ก เจ้าพระยาพระคลัง (หน))

แต่ถึงกระนั้นแผนการทุกอย่างที่ทรงตั้งพระราชหฤทัยไว้นั้นหาได้เป็นไปตามที่คิดไม่ เพราะถูกโจโฉจับได้เสียก่อน ผู้ที่ล่วงรู้แผนการถูกปราบปรามเสียสิ้น แม้แต่เล่าปี่เองเมื่อทราบดังนั้นก็จัดแจงพวกรีบหนีโจโฉ ส่วนฝ่ายขุนนางที่เห็นโจโฉทำกำเริบเช่นนั้น บ้างก็รบพุ่งกันโดยต่างคนต่างอ้างว่ากระทำเพื่อพระเจ้าเหี้ยนเต้ แต่ความจริงนั้นต่างทำเพื่อตนเองทั้งสิ้น จนเกิดสงครามยืดเยื้อเป็นเวลานาน  การที่พระเจ้าเหี้ยนเต้ต้องทรงจำยอมทำตามคำสั่งของโจโฉ คับแค้นพระราชหฤทัยจนถึงขั้นทรงพระอักษรด้วยพระโลหิตนั้น เป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงความคับแค้นพระทัยอย่างใหญ่หลวงนัก เพราะแม้ในยามทุกข์ก็แทบจะหาผู้ที่จงรักภักดีมิได้ พระองค์นับว่าเป็นพระมหากษัตริย์ที่หาได้มีพระราชอำนาจอย่างแท้จริงไม่ มีแต่คนแอบอ้างพระนามกระทำการหยาบช้าต่าง ๆ ว่าทำด้วยความรักชาติ รักแผ่นดิน แต่ขุนนางเหล่านั้นต่างอาศัยพระบารมีแห่งองค์พระมหากษัตริย์หากินกับราษฎร และประการสำคัญคือเป็นเครื่องมือทางการเมืองของคนมักใหญ่ใฝ่สูงอย่างโจโฉ ให้ฉกชิงฉวยโอกาสหาผลประโยชน์ใส่ตน

ภาพที่ 3 โจโฉจะฆ่านางฮกเฮา พระเจ้าเหี้ยนเต้ (ประทับพื้น) เข้ากอดไว้

          หลังจากที่พระเจ้าเหี้ยนเต้ทรงบรรลุนิติภาวะ ทรงบริหารบ้านเมืองได้ด้วยพระองค์เองบ้างแล้ว หากแต่ยังทรงยำเกรงโจโฉผู้ซึ่งกุมอำนาจสิทธิขาดทั้งปวงไว้อยู่ นับแต่นั้นมาความสัมพันธ์ระหว่างพระเจ้าเหี้ยนเต้กับโจโฉก็เริ่มบั่นทอน พระองค์ก็ทรงมีพระราชดำริกับนางฮกเฮามเหสีในการกำจัดโจโฉอีกครั้ง แต่แล้วแผนการนั้นก็มิสำเร็จ นางฮกเฮาและพระราชบุตรอีก ๒ พระองค์จึงถูกทหารโจโฉฆ่าตายด้วยกระบอง ฝ่ายพระเจ้าเหี้ยนเต้เห็นดังนั้นก็ทรงกรรแสงและคับแค้นพระทัยนัก ตั้งแต่นั้นมาโจโฉผู้มีจิตใจมักใหญ่ใฝ่สูงซึ่งแสวงหาแต่อำนาจบารมีจนถึงขั้นขอพื้นที่ปกครอง  เมื่อทรงเห็นดังนั้นก็เริ่มกริ่งพระทัย โจโฉจึงถวายบุตรีเป็นเมหสีไว้ในพระเจ้าเหี้ยนเต้ ท่านเห็นหรือไม่ว่า ด้วยสถานการณ์ที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกเช่นนี้ อีกทั้งด้วยอำนาจก็อยู่ในมือโจโฉ มิหนำซ้ำยังจะยกบุตรีให้อีก หากพระเจ้าเหี้ยนเต้มิรับไว้ก็คงจะทำการภายหน้าได้ลำบาก ดังนั้นจึงทรงจำยอมตั้งโจโฉเป็นวุยอ๋องผู้ครองแคว้นเว่ย นับแต่นั้นมาถือได้ว่าพระองค์ทรงเป็นหุ่นเชิดของสามก๊ก หรือสามแคว้นอย่างแท้จริง 

ภาพที่ 4 พระเจ้าเหี้ยนเต้ (ประทับพื้น) มอบราชสมบัติแก่โจผีที่ประทับอยู่ด้านบน (บนมุมขวา)

           การที่พระเจ้าเหี้ยนเต้ ทรงเผชิญเหตุการณ์ทางการเมืองมาตลอดพระชนม์ชีพ ทรงถูกขุนนางอ้างพระบรมราชโองการบ้าง อ้างพระราชกระแสบ้างเพื่อใช้ในทางมิชอบ และด้วยทรงไม่มีอำนาจและกำลังมากพอที่จะปกครองบ้านเมือง จึงถึงกาลที่ราชวงศ์ฮั่นจะล่มสลายลงด้วยเงื้อมือครอบครัวของโจโฉเป็นมั่นคง  เมื่อวุยอ๋องหรือโจโฉนั้นเป็นโรคปวดหัว ป่วยหนักอยู่ไม่นานก็เสียชีวิตไป แม้จะสิ้นโจโฉ พระเจ้าเหี้ยนเต้เองก็หาได้คลายความกังวลไม่ เพราะ 'โจผี' บุตรชายโจโฉได้เป็นวุยอ๋องครองวุยก๊กต่อจากบิดา ก็กำเริบเสิบสานดำเนินแผนการตามที่บิดาวางรากฐานไว้ให้  และในเวลาไม่นานโจผีก็สามารถผูกขาดอำนาจได้สำเร็จ ขุนนางจึงได้นำความกราบทูลพระเจ้าเหี้ยนเต้ว่าควรมอบราชสมบัติให้แก่โจผี ตัวพระองค์ก็จะได้เป็นสุขสืบไป เมื่อความแจ้งดังนั้นก็ตกพระทัยยิ่งนัก จึงมีพระราชดำรัสตอบผู้มาเฝ้าว่าจะขอปรึกษาขุนนางทั้งปวงอีกครั้งหนึ่งก่อน ซึ่งขุนนางที่ได้ถวายคำปรึกษานั้นก็เห็นพ้องต้องกันว่าควรมอบราชสมบัติให้แก่โจผี เมื่อทรงฟังดังนั้นพระเจ้าเหี้ยนเต้เองก็มิได้ตกลงปลงพระทัยดังคำเพ็ดทูลโดยทันที แต่ด้วยทรงถูกขุนนางถืออาวุธครบมือบีบบังคับ จึงทรงพระกรรแสงอาลัยราชบัลลังก์ที่จะต้องพาลพินาศด้วยกษัตริย์อย่างพระองค์ ขุนนางใกล้ชิดเห็นดังนั้นจึงถวายคำแนะนำอีกครั้งว่าให้มอบราชสมบัติแก่โจผีเถิด พระองค์จึงจำยอมให้มีหนังสือมอบราชสมบัติแก่โจผี ความว่า

       “...เราได้เสวยราชสมบัติปกป้องราษฎรได้อยู่เย็นเป็นสุขมาช้านานถึง สามสิบสองปีแล้ว บัดนี้ดาวประจำตัวเราเศร้าหมอง น้ำใจขุนนางและราษฎรทั้งปวงก็ไม่เห็นว่าเราควรแก่ราชสมบัติแล้ว ฝ่ายดาวประจำตัวโจผีก็รุ่งเรืองสว่างบุญนั้นก็เห็นควรแก่ราชสมบัติแล้ว ขุนนางทั้งปวงแลราษฎรก็มีความยินดีจะให้ราชสมบัติแก่โจผี บัดนี้เราจึงมอบราชสมบัติให้แก่โจผีตามปรารถนาคนทั้งปวง...”

                                                                                      (สามก๊ก เจ้าพระยาพระคลัง (หน))

          จากนั้นจึงทรงให้คนนำตราหยกและหนังสือไปมอบให้แก่โจผี แต่โจผีทำทีเป็นไม่รับ พระเจ้าเหี้ยนเต้ทรงตกพระทัยมาก จึงให้คนทำหนังสือแจ้งโจผีอีกครั้งแต่โจผีก็ยังไม่รับเป็นหนที่สอง ท้ายที่สุดให้ขุนนางของ   โจผีได้นำความไปกราบทลูพระเจ้าเหี้ยนเต้ว่าขอให้ปลูกโรงอภิเษกอย่างโบราณราชประเพณี ก็ทรงให้ดำเนินการตามคำขอของโจผี  เมื่อครั้งได้ฤกษ์พิธีพระองค์จึงทรงแข็งพระทัยถือพระแสงกระบี่แลตราหยกสำหรับพระมหากษัตริย์กับหนังสือมอบราชสมบัติฉบับหนึ่งขึ้นไปมอบแก่โจผี จึงถือว่าพระองค์ได้พ้นจากตำแหน่งพระมหากษัตริย์ทันที  พระเจ้าโจผีจึงให้พระเจ้าเหี้ยนเต้หมอบกราบถวายบังคมฟังรับสั่ง โดยตั้งตำแหน่ง “ซันเอียงก๋ง” ให้ไปอยู่ตำบลซันเอี๋ยง ไม่มีตำแหน่งเฝ้า ไม่มีเบี้ยหวัดผ้าปี ซันเอี๋ยงก๋งรับพระบรมราชโองการก็น้ำตาไหลถวายบังคมและอำลาขุนนางทั้งปวงแล้วก็พาครอบครัวอพยพไปยังเมืองซันเอี๋ยง  ในที่สุดพระเจ้าเหี้ยนเต้ก็มิอาจค้ำจุนพระราชวงศ์และรักษาพระราชบัลลังก์ไว้ได้ ราชสมบัติตกแก่โจผีไปตามแผนการ และถือเป็นการจบเรื่องราวของกษัตริย์ผู้แบกรับความอัปยศแห่งราชวงศ์ฮั่นไว้เพียงเท่านี้

          เรื่องราวของพระเจ้าเหี้ยนเต้กับความอัปยศของราชวงศ์ฮั่นที่ได้กล่าวมาทั้งหมดนี้ ทำให้ผมผู้เขียนเองมองว่า พระองค์ไม่ได้ทรงมีความผิดแต่อย่างใดเลยที่ราชวงศ์จะล่มสลายลง แต่นั่นก็เพราะเหตุทั้งหมดล้วนเกิดจากพระราชบิดาของพระองค์นั่นคือพระเจ้าเลนเต้ ที่มิได้ทรงอยู่ในทศพิธราชธรรม เชื่อถือแต่คนไม่มีสัจจะจนนำความอัปยศมาสู่พระราชวงศ์  ทั้งยังทรงเห็นแก่พระองค์มากที่ทรงทิ้งพระราชภาระอันหนักอึ้งนี้ไว้แก่ราชโอรสทั้งสอง  การที่พระเจ้าเหี้ยนเต้ทรงอยู่ภายใต้การกับกับดูแลของขุนนางอย่างตั๋งโต๊ะและโจโฉตั้งแต่ทรงพระเยาว์ จึงไม่แปลกที่ตั๋งโต๊ะและโจโฉจะจำกัดและยับยั้งพระราชอำนาจของพระองค์ไว้ เมื่อมีพระชนมายุมากขึ้นจึงทรงพยายามกระทำการหลายอย่างเท่าที่จะทรงทำได้ ไม่ว่าจะเป็นการทรงพระอักษรด้วยพระโลหิต เพื่อเรียกร้องให้ขุนนางที่มีความภักดีช่วยเหลือ แต่การก็หาได้สำเร็จไม่ ทั้งยังต้องทนเป็นหุ่นเชิดถูกกดขี่ท่ามกลางคมหอกคมดาบ ขุนนางมุ่งแอบอ้างพระบารมีเบื้องสูงใช้อำนาจตามอำเภอใจ แม้แต่เล่าปี่เองที่อ้างตนว่าเป็นเชื้อพระองศ์ฮั่น พระองค์ก็ทรงให้การนับถือเป็นพระปิตุลา แต่ก็หาได้ใส่ใจที่จะให้การช่วยเหลือพระองค์อย่างจริงจังไม่  จนกระทั่งวาระสุดท้ายก็มาถึง ซึ่งมิอาจรักษาพระเกียรติยศแห่งพระราชวงศ์และรักษาพระราชบัลลังก์ไว้ได้  เท่าที่กล่าวมา ทุกท่านน่าจะพอมองเห็นตามผมบ้างหรือไม่ว่า ที่จริงแล้วพระเจ้าเหี้ยนเต้นั้นมิได้ทรงอ่อนแอเลย แต่เหตุใดถึงจำต้องยอมทำเช่นนั้น คำตอบก็คือนั่นก็เพราะสถานการณ์บังคับ คมหอกคมดาบจ่อพระศออยู่รายรอบ ไฉนเลยจะกระทำการสิ่งใดได้  นอกจากนี้ยังทรงต้องเผชิญเรื่องราวต่าง ๆ มากมากมาย ทั้งสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักไป  ในทางกลับกันลองคิดดูว่าหากพระเจ้าเหี้ยนเต้ลุกฮือต่อต้านโจโฉตั้งแต่แรก นั่นเท่ากับว่าทรงยื่นพระเศียรให้โจโฉตัดเสียโดยง่าย จนกระทั่งเวลาล่วงเลยมาถึงโจผีผู้เป็นบุตร แม้โจโฉถึงแก่กรรมไปแล้วโจผีก็ยังครองอำนาจอยู่สืบมา จนท้ายที่สุดพระเจ้าเหี้ยนเต้ก็ทรงยอมสละราชสมบัติ นั่นก็เพราะเพื่อรักษาพระเกียรติแห่งราชวงศ์ฮั่นเอาไว้เท่าที่ทรงทำได้และเพื่อให้ราชวงศ์ฮั่นความอัปยศให้น้อยที่สุด

ภาพที่ 5 พระเจ้าเหี้ยนเต้ หนังสือสามก๊ก ภาพพระเจ้าเหี้ยนเต้โปรดให้นำตราหยกไปให้แก่โจผี

          ท้ายที่สุดนี้ ผมอยากให้ท่านผู้อ่านลองคิดตามว่า หากตัวท่านหรือแม้แต่ตัวผมเองต้องประสบอยู่ในสถานการณ์อย่างพระเจ้าเหี้ยนเต้เช่นนั้น เชื่อเหลือเกินว่าไม่ว่าผู้อ่านหรือตัวผมก็คงอัดอั้นตันใจไม่ได้ต่างอะไรไปจากพระเจ้าเหี้ยนเต้ ผู้ทรงเผชิญกับความอัปยศนั้นด้วยพระองค์เองจริงไหม  ดังนั้น เราจึงไม่ควรด่วนตัดสินหนังสือที่ปก (อย่าง ‘สามก๊ก’ เป็นต้น) ควรลองอ่านเสียก่อน  อย่าด่วนตัดสินใครแต่ภายนอกมองแค่ผิวเผิน อย่าได้ปรามาสคนอื่นหากตัวเราไม่ได้อยู่ในสถานการณ์นั้นจริง และถ้าเราตกอยู่ในห้วงเวลาที่คับขันเช่นนั้นจริง ๆ จะทำได้ดีอย่างที่คนอื่นเขาตัดสินใจนั้นหรือไม่

 

บรรณานุกรม

ดำรงราชานุภาพ, สมเด็จฯ กรมพระยา. (๒๕๔๗). ตำนานหนังสือสามก๊ก. กรุงเทพฯ: ดอกหญ้า ๒๕๔๕.

เธียรเสียง สมดุลย์. (๒๕๓๗). พงศาวดารสามก๊ก ฉบับภาพจำลอง. พิมพ์ครั้งที่ ๒. กรุงเทพฯ: ใบบัว.

พระคลัง (หน), เจ้าพระยา. (๒๕๔๙). สามก๊ก. พิมพ์ครั้งที่ ๒๓. กรุงเทพฯ: ดอกหญ้า ๒๕๔๕.

วิกิพีเดีย. (ม.ป.ป.). ตั๋งโต๊ะ. ค้นเมื่อ ๔ ตุลาคม ๒๕๖๔, จาก https://th.wikipedia.org/wiki/ตั๋งโต๊ะ

วิกิพีเดีย. (ม.ป.ป.). พระเจ้าเหี้ยนเต้. ค้นเมื่อ ๔ ตุลาคม ๒๕๖๔, จาก https://th.wikipedia.org/wiki/พระเจ้าเหี้ยนเต้

สุภาณี ปิยพสุนทรา. (๒๕๕๗). สามก๊ก ฉบับภาพบุคคลพร้อมประวัติ. กรุงเทพฯ: ตถาตา พับลิเคชัน.

สามก๊กวิกิ. (๒๕๖๐). พระเจ้าเหี้ยนเต้. ค้นเมื่อ ๔ ตุลาคม ๒๕๖๔, จาก http://www.samkokwiki.com/พระเจ้าเหี้ยนเต้.html

 

ภาพประกอบ

ภาพที่ ๑ ดัดแปลงจากหนังภาพในหนังสือตำนานสามก๊ก (ภาพพระเจ้าเหี้ยนเต้ นางตังกุยหุย                                                     และนางฮกเฮา)  และภาพตั๋งโต๊ะจากวิกิพีเดีย

ภาพที่ ๒ ดัดแปลงภาพจาก ภาพสามก๊กฉบับลายเส้นเหลียนหวนฮว่า

ภาพที่ ๓ จากหนังสือสามก๊ก ฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน)

ภาพที่ ๔ จากหนังสือสามก๊ก ฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน)

ภาพที่ ๕ ภาพพระเจ้าเหี้ยนเต้ จากวิกิพีเดีย (ขวา) หนังสือสามก๊ก จากร้านหนังสือริมขอบฟ้า (กลาง) 

              และภาพจากหนังสือ พงศาวดารสามก๊ก ฉบับภาพจำลอง (ซ้าย)

หมายเลขบันทึก: 692985เขียนเมื่อ 25 ตุลาคม 2021 21:20 น. ()แก้ไขเมื่อ 30 พฤศจิกายน 2021 15:07 น. ()สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี