คนไม่มีหลักธรรมประจำใจ จะหาความสุขได้ยาก หลักธรรมที่ควรนำมา เป็นเกาะหรือเครื่องยึดเหนี่ยว เช่น “ทุกข์ อยู่ที่ถือ สุข อยู่ที่การรู้จักปล่อยวาง” นั้นคือ อย่าทำชีวิตให้เครียด เพราะ ถ้า “เสียใจ จะไปนรก ดีใจ จะไปสวรรค์ แต่ถ้าสุขใจ ก็จะไปนิพพาน”

จงภูมิใจในชีวิตของตนเองโดยไม่นำไปเปรียบเทียบกับคนอื่น

 

 

จงภูมิใจในชีวิตของตนเองโดยไม่นำไปเปรียบเทียบกับคนอื่น

ดร. ถวิล  อรัญเวศ

         คนเราเกิดมาบนโลกใบนี้ บ้างมีโชค บ้างอับโชค บางคนก็มีต้นทุนชีวิตตั้งแต่

ชาติกำเนิดดี บางคนก็ต้นทุนชีวิตน้อย ด้อยโอกาสหลาย ๆ ด้าน ไม่ว่าด้านการศึกษา ด้านคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ก็ตาม

         นั้น คือสภาพความเป็นจริงของสังคมโลกเรา ที่คนเราเกิดมามีความแตกต่างกัน  เป็นเรื่องธรรมดา

         อย่างไรก็ตามในทางพุทธศาสนา เน้นเรื่องกรรม เป็นสำคัญ คนเราแม้จะ

เกิดมามีความยากจนเป็นเพื่อนตาย มีควายเป็นเพื่อนเล่น โชคชะตาวาสนาไม่ค่อยดี

ก็ตาม เราก็ไม่ควรไปท้อใจ และไม่ควรไปโทษชาติพันธุ์บรรพบุรุษ หรือผู้ให้กำเนิด

ไม่ควรเบื่อหน่ายชีวิตจนต้องทำอัตวินิบาตกรรม คิดเสียว่า “โลกยังกว้าง แผ่นดิน

ยังมี ชีวิตยังไม่สิ้น ก็จงดิ้นไป”

         เพราะถ้าเรามองโลกในแง่ดี เราก็ต้องเชื่อในเรื่องกฎแห่งกรรม บุญที่เราทำไว้ในปางก่อน ชาติก่อน อาจจะมีน้อย เราต้องสั่งสมบุญในปัจจุบัน ออกแรงให้มากกว่าคนที่มีต้นทุนชีวิตดีหลาย ๆ เท่า

        สิ่งเหล่านี้ ทำให้ชาวโลกต้องบริหารจัดการกันเอง เพื่อก่อให้เกิดสมดุล และ

สันติสุขของผู้คนในสังคม ถ้าบริหารจัดการไม่ดี ก็จะเป็นปัญหาของสังคมนั้นเอง

  

แนวคิดการดำเนินชีวิต

1.    เชื่อในกฎแห่งกรรม

นั้นคือ ทำดีจะได้ดี ทำชั่วจะได้ชั่ว เพราะฉะนั้น ควรตั้งใจทำความดีแม้ว่า

ความดีอาจจะให้ผลช้า อย่าไปคิดว่าบางคนค้าขายผิดศีลธรรม แต่ทำไมรวยมาก เช่น ค้ายาเสพติดให้โทษ เช่น ยาบ้า ยาอี ฯลฯ มีเงินมากนั้น เป็นเพราะผลกรรมยังไม่ตามสนองเขา ประดุจเราเหยียบถ่านไฟที่มีขี้เถ้าตอนแรกเหยียบอาจจะไม่รู้สึกร้อน แต่พอเหยียบไปนาน ๆ  เราก็จะร้อน ผลกรรมมีแน่นอน เพียงแต่ว่าจะให้ผลเร็วหรือช้าเท่านั้น


 

2.    คาถาหาเงิน คาถาการทำงานให้ประสบผลสำเร็จ

คาถาหาเงิน อุ.อา.ก. ส. นั้นคือ 

อุ   มาจากคำว่า  อุฏฐานสัมปทา

คือ ต้องหมั่นขยัน มีความเพียร ไม่ย่อท้อต่อความยากลำบาก

อา  มาจากคำว่า  อารักขสัมปทา

คือ  รู้จักเก็บหอมรอมริบทรัพย์ที่หามาได้ ไม่ใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่าย

รู้จักประหยัด มัธยัสถ์

กะ  มาจากคำว่า  กัลยาณมิตตา

คือ  คบคนดีเป็นมิตร เพราะคบคนพาล พาลพาไปหาผิด คบบัณฑิต

บัณฑิตพาไปหาผล คบคนชั่วจะพาตัวอับจน จงหลีกพ้นในการคบคนพาล

สันดานโจร....

สะ   มาจากคำว่า  สมชีวิตา   

คือ  การเลี้ยงชีวิตที่เหมาะสมกับรายได้ของเรา อยู่แบบพอเพียง

ไม่ใช้จ่ายจนเกิดตัว ไม่ลุ่มหลงในค่านิยมหรือแฟชั่นวัตถุนิยมจนเกินไป

          3. การทำงานให้สำเร็จ

               มีใจรัก  เป็นนักสู้ รู้จักคิด  พินิจหาข้อบกพร่องและนำมาปรับปรุง

แก้ไข (อิทธิบาท 4 ฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา)

         4. สร้างมิตรและบริวารดีกว่าสร้างศัตรู

             คาถาสร้างมิตร โอบอ้อมอารี วจีไพเราะ สงเคราะห์ผู้คน และเสมอต้น

เสมอปลาย (สังคหวัตถุ 4 นั้นเอง)

         5. ใช้ชีวิตแบบพอเพียงตามคำสอนของพ่อแห่งแผ่นดิน (รัชกาลที่ 9)

           นั้น คือเศรษฐกิจแบบพอเพียง พอประมาณ มีเหตุมีผล และมีภูมิคุ้มกันใน

ตัวที่ดี ต้องยินดีตามมีตามได้ ยินดีตามกำลังความรู้ความสามารถของเรา และยินดี

ตามความเหมาะสมกับฐานานุรูปของเรา ไม่อ่ายทำกิน ไม่หมิ่นเงินน้อย

ไม่คอยวาสนา ไม่บ้าการพนัน ไม่คิดสั้นอยากรวยทางลัด และไม่ทำอัตวินิบาตกรรม

        6. อย่ายอมแพ้ต่อโชคชะตาและวาสนา

           ยึดหลักว่า “คนขยัน ย่อมหาทรัพย์ได้” ที่ใดมีคน ที่นั้นมีเงิน ทำอย่างไรจึงจะทำให้เขาควักเงิน
จากกระเป๋าของเขาออกมาให้เรา แน่นอนต้องมีสินค้า และ

บริการต่างตอบแทน คิดหาสินค้าที่คนเขาต้องการให้ได้ และจำหน่ายในราคาที่

ไม่สูงจนเกินไป ยึดหลักอุปสงค์ อุปทาน ตามหลักเศรษฐศาสตร์ เพราะคนเรา ถ้ามีกำลังซื้อ
จึงจะสามารถซื้อได้ ได้กำไรน้อยนิด แต่ถ้าได้บ่อย ๆ  ก็จะมากไปเอง

         อีกอย่าง ชีวิตของคนเรานั้น 30 ฟ้าลิขิต แต่ 70 ต้องฝ่าฟัน และต้องสู้

เท่านั้นจึงจะพบชัยชนะ หรือประสบความสำเร็จ

       7. ไม่ควรนำชีวิตของเราไปเปรียบเทียบกับชีวิตคนอื่นในแง่ร้าย

           นั้น คือ จงพอใจในชีวิตของเรา ให้มองโลกในแง่ดี คิดเสียว่า

คนเราแม้จะมีเงินมากเท่าไร ก็สามารถกินได้แค่อิ่มเท่านั้น คงไม่สามารถกินได้

เกินไปกว่านั้น และบั้นท้ายชีวิตของคนเรา แม้จะมีบ้านหลังใหญ่โตก็จริง

แต่เวลาตายจะมีบ้านหลังเท่ากัน คือ “โลงศพ” พอนอนได้ เงินที่มีมาก

ก็คงไม่ใช่เงินของเรา เงินจะมีประโยชน์ก็ต่อเมื่อเรานำไปใช้ในทางที่ดี การกุศล

เพื่อมวลมหาชน สาธารณะ จะได้มิตรและบริวาร และเสริมบุญบารมีต่อไป และ
ชาวโลกก็จะสรรเสริญเยินยอ

        8. มีหลักธรรมเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ

           คนไม่มีหลักธรรมประจำใจ จะหาความสุขได้ยาก หลักธรรมที่ควรนำมา

เป็นเกาะหรือเครื่องยึดเหนี่ยว เช่น “ทุกข์ อยู่ที่ถือ สุข อยู่ที่การรู้จักปล่อยวาง”

นั้นคือ อย่าทำชีวิตให้เครียด เพราะ ถ้า “เสียใจ จะไปนรก ดีใจ จะไปสวรรค์

แต่ถ้าสุขใจ ก็จะไปนิพพาน”

     สุดท้ายขอฝากคำกลอนไว้พิจารณา

 

อันวัวควาย ตายแล้ว เหลือเขาหนัง

อันช้างตาย ยังเหลืองา เป็นศักดิ์ศรี

คนเรานี้ ตายแล้ว เหลือไว้แต่ชั่วดี

คุณความมดี ประดับไว้ ในโลกา

 

เมื่อเจ้ามา เจ้ามีอะไร มากับเจ้า

เจ้าจะมัว โลภมาก ไปถึงไหน

เวลาตาย ไม่เห็น เอาอะไรไป

ติดตามได้ แต่บาปบุญ ของคุณเอง

 

พรรณไม้ดอกแม้โตได้วันละนิด

ยังความงามพาจิตใจให้สดใส

ก่อนเหี่ยวแห้งหมู่ภมรได้ชื่นใจ

ดูดเกสรบินร่อนไปเลี้ยงรวงรัง

 

อันมนุษย์ เกิดมาอยู่ คู่กับโลก

มีสุขทุกข์โศก โรคภัย ตายแล้วเผา

ก่อนจะดับ ลับโลกไป เพราะมัจจุราชมารับเอา

ท่าน เราและเขา ควรปลูกฝังความดีไว้ ให้โลกชม...

 

แหล่งข้อมูล

https://www.trueplookpanya.com/blog/content/54400/-morart-mor-dhart-

https://www.facebook.com/Thawil2503/videos/2531040350270580