๑๑๙ บทเรียนชีวิต...(๑) ไปที่ชอบ..


"จึงถือเป็นบทเรียนข้อที่ ๑ ในวันนี้...และต่อจากนี้เป็นต้นไป ไม่ควรต้องรอให้เกษียณอายุราชการ แล้วค่อยท่องเที่ยวหรือไปยังสถานที่ชอบ เพราะอนาคตข้างหน้ามันจะมีโอกาสอยู่จริงหรือเปล่า ก็ไม่สามารถจะรู้ได้...."

          ถ้อยคำที่พูดบ่อยและได้ยินอยู่บ่อยๆ ในงานที่ต้องแสดงความโศกเศร้า ไม่นึกว่าวันนี้ จะได้มุมมองในอีกมิติหนึ่ง ที่เพื่อนครูส่งมาให้ดูเป็นข้อคิดสะกิดใจ ที่สามารถใช้เป็นบทเรียนชีวิตได้

          เพื่อนคงเห็นว่าชีวิตและงานย่างเข้าสู่วัยเกษียณแล้ว จะคิดทำอะไรก็รีบทำ ฉวยโอกาสเสียในตอนนี้ ยังพอมีเวลา  ถ้าหากมาคิดเสียดายในภายหลัง คงไม่มีใครสามารถช่วยอะไรใครได้

         คำว่าไปที่ชอบๆ น่าจะมีความหมายในทางสร้างสรรค์มากกว่าความขบขัน สถานที่ที่คนส่วนใหญ่ชอบก็มีสถานที่ท่องเที่ยว สถานที่สำคัญของชาติและศาสนา ตลอดจนร้านอาหาร

          หากจะหมายรวมถึงสถานเริงรมย์ที่สร้างความรื่นเริงบันเทิงใจเข้าไปด้วย ก็ไม่เห็นเป็นไร คนเรามีสิทธิที่จะชื่นชอบกันได้ ตามแต่รสนิยมของแต่ละคน

          ผมนึกไม่ออกเลยจริงๆว่าเคยคิดชอบไปที่ไหนบ้าง เพราะในวัยเด็กกับครอบครัวที่มีฐานะยากจน เรื่องท่องเที่ยวไม่ต้องมาพูดถึง แทบไม่รู้จักคำว่าเที่ยวเตร่จวบจนกระทั่งวัยรุ่น

          อันเป็นวัยที่เรียนอยู่ในรั้วมหาวิทยาลัย หลายครั้งที่ตัดโอกาสตัวเอง ถ้าหากการไปเที่ยวหรือไปที่ชอบต้องเสียค่าใช้จ่าย จึงไม่อยากจะเบียดเบียนเงินทองให้พ่อแม่ต้องเดือดร้อน

          ยกเว้น...เป็นการเดินทางที่สำคัญและเกี่ยวข้องกับศึกษาเล่าเรียน นั่นหมายถึงถูกบังคับแบบที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้

         ความตั้งใจใฝ่ฝันว่าจะเริ่มท่องเที่ยวและไปสถานที่ชอบ ถ้าหากได้ทำงานมีเงินเดือนเป็นของตัวเอง เมื่ออายุ ๒๔ ปีวันที่ได้รับราชการครู ดูเหมือนชีวิตและงานครูลบเลือนความใฝ่ฝันจนหมดสิ้น

          หลงเหลือไว้แต่ความคิด บุคลิกและความเคยชิน ของคำว่าหน้าที่และความรับผิดชอบ ติดตัวมาถึงทุกวันนี้ ยากที่จะสลัดทิ้งไป แม้ว่าจะใกล้เกษียณแล้วก็ตาม

          จริงๆ บางช่วงบางตอนของชีวิตที่ผ่านมาก็เคยมีบ้าง ที่คิดริเริ่มเรื่องการท่องเที่ยว คิดจะไปที่ชอบอยู่เหมือนกัน จำได้อย่างแม่นยำ ตอนนั้นชีวิตล่วงล้ำเข้าสู่วัยย่าง ๕๐ ปีแล้ว

         เหตุผลต้นเรื่องของความคิดเกิดจากการสร้างบล็อคในเว๊บไซต์โกทูโน..การได้ไปต่างที่ต่างถิ่นแล้วนำมาเขียนบันทึกเป็นเรื่องเล่า เป็นการฝึกสมองประลองการเขียน และเก็บไว้เป็นตำนานแห่งชีวิต

          ในส่วนที่คิดได้มากกว่านั้นและทำได้จริง ๆ แม้จะไม่ต่อเนื่องแต่ก็ถือว่าได้เริ่มต้นอย่างสวยงามในช่วง ๒ ปี..ก่อนสถานการณ์โควิดจะคืบคลานเข้ามา

          นั่นคือ..การท่องเที่ยวและเรียนรู้เรื่องราวในโครงการพระราชดำริ..ในหลวงรัชกาลที่ ๙ เป็นเรื่องราวที่ชอบและซาบซึ้งในหัวใจทุกครั้งที่ได้ไปเยี่ยมชมและกลับมาเขียนบันทึก ในเว๊บไซต์ www.gotoknow.org/blog/chayanto2505 ชื่อบล็อค“พระผู้ทรงเป็นครูของแผ่นดินกับโครงการพระราชดำริ”

         เกือบ ๑๐ โครงการพระราชดำริ ที่ได้ไปเห็นและสัมผัสบรรยากาศจริงๆ สร้างความรู้สึกภาคภูมิใจมิใช่น้อย ช่วยลบล้างโอกาสที่สูญเสียไปและลบล้างตราบาปที่ติดตราตรึงใจมาตลอดชีวิต

          จึงถือเป็นบทเรียนข้อที่ ๑ ในวันนี้...และต่อจากนี้เป็นต้นไป ไม่ควรต้องรอให้เกษียณอายุราชการ แล้วค่อยท่องเที่ยวหรือไปยังสถานที่ชอบ เพราะอนาคตข้างหน้ามันจะมีโอกาสอยู่จริงหรือเปล่า ก็ไม่สามารถจะรู้ได้..

          ณ ปัจจุบัน..หรือช่วงเวลานี้ที่เหลืออยู่สำคัญที่สุด ทั้งเงื่อนเวลาและสุขภาพร่างกายยังแข็งแรง พอที่จะเขียนบันทึกและเล่าให้ลูกหลานฟัง ว่าทำไมถึงชอบไปยังที่แห่งนั้น... 

ชยันต์  เพชรศรีจันทร์

๒๐  ตุลาคม  ๒๕๖๔

        

   

      

หมายเลขบันทึก: 692930เขียนเมื่อ 20 ตุลาคม 2021 21:58 น. ()แก้ไขเมื่อ 20 ตุลาคม 2021 21:59 น. ()สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ


ความเห็น (2)

ชื่นชม คุณครูผู้มีความรับผิดชอบ เชื่อว่าความดีที่ได้ทำหน้าที่สร้างบุคคลากรเยาวชนอันเป็นเหมือนต้นน้ำของสังคม เป็นความน่าภาคภูมิใจที่มีน้อยคนจะทำได้

นมัสการ..ขอกราบขอบพระคุณเป็นอย่างสูงครับ

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี