บทบาทนักกิจกรรมบำบัดในการให้คำปรึกษาผู้ป่วยกลัวการกลืนได้ใน 21 วันทำอย่างไร?

 

การกลัวการกลืนหรือภาวะกลืนลำบาก สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย มักเกิดจากสภาวะหลักๆ สามประการ ได้แก่

  1. กลืนและหายใจพร้อมกัน
  2. มีประสบการณ์ที่ไม่ดี หรือ มีภาพจำฝังใจ
  3. หายใจไม่ออก กลัวทันที

ส่งผลให้บุคคลไม่สามารถรับประทานอาหารได้ อาจส่งผลต่อการได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ มีภาวะวิตกกังวลซึมเศร้า จนถึงการเข้าสังคมได้ 

 

บทบาทนักกิจกรรมบำบัดในการให้คำปรึกษาผู้ป่วยกลัวการกลืน

1. ประเมินการกลืน : 

- โดยการทดสอบโดยการกลืนน้ำลาย กลั้นหายใจนับ 1-2-3 แล้วกลืนน้ำลาย พร้อมสังเกตอาการทางกาย อารมณ์อื่นๆ เช่น เหงื่อออก หายใจถี่ เป็นต้น หากดูแล้วมีอาการติดขัด ให้กลืนอีกครั้งโดยนำมือดันลูกกระเดือก

- ดันลูกกระเดือกเล็กน้อย ค้างไว้ ปล่อยมือ กลืนน้ำลาย หากไม่แข็งแรงจะรู้สึกพะอืดพะอมเนื่องจากการหายใจกับการกลืนไม่สัมพันธ์กัน

- ให้ลิ้นแตะระหว่างฟันหน้าแล้วกลืน ถ้ากลืนยาก กล้ามเนื้อการกลืนและลิ้นไม่แข็งแรง จะทำให้กินเร็วจะสำลักง่าย ลิ้นแตะเพดานบนแล้วกลืน ถ้ากลืนลำบากจะมีการขยับศีรษะหรือคอเพื่อช่วย

2. วางแผนการให้คำแนะนำและบำบัดผู้ป่วยร่วมกัน 


 

วันที่1 หรือ session แรก

  • สร้างสัมพันธภาพ ใช้ Therapeutic Use of Self รับฟังถึงปัญหา สาเหตุของอาการกลัวการกลืนหรือกลืนลำบากของผู้รับบริการ เพิ่มอารมณ์บวกให้กับผู้รับบริการ ด้วยการใช้ Technique MI ร่วมกับ CBT เพื่อให้ผู้รับบริการได้รู้ถึงปัจจัยและสาเหตุที่ส่งผลต่อปัญหา และเกิดแรงจูงใจในการบำบัดด้วยตนเอง


 

วันที่ 1-7

เริ่มต้นจากการเคาะอารมณ์ ลดความกลัว เตรียมพร้อมการฝึก โดยใช้นิ้วชี้และนิ้วกลางทั้งสองข้าง เคาะบริเวณหัวคิ้วพร้อมพูดว่า “มั่นใจ มั่นใจ มั่นใจ หายกลัว หายกลัว หายกลัว” เมื่อเห็นว่าผู้รับบริการพร้อมแล้วให้เริ่มฝึกได้ 

ให้ผู้รับบริการฝึกการทำ Oro Motor Exercise เพื่อเพิ่มความแข็งแรงกล้ามเนื้อที่เกี่ยวข้องกับการกลืน (รวมถึงให้นำกลับไปทำเป็นการบ้านด้วย) ดูคลิปตัวอย่างเพิ่มเติมที่ 

  • อาอู : ให้ผู้รับบริการ ออกเสียง อา กับ อู สลับกัน 5 ครั้ง
  • อูอี : ให้ผู้รับบริการออกเสียง อู กับ อี สลับกัน 5 ครั้ง
  • แลบลิ้นออกมายาวๆและดึงลิ้นกลับ 5 ครั้ง
  • ให้นำลิ้นแตะริมฝีปาก ซ้าย-ขวา สลับกัน  5 ครั้ง
  • ลาลาลาลาลา : ให้ผู้รับบริการ ออกเสียง ลาลาลาลาลา ทำซ้ำ 5 ครั้ง
  • ทาทาทาทาทา : ให้ผู้รับบริการ ออกเสียง ทาทาทาทาทา ทำซ้ำ 5 ครั้ง
  • กากากากากา : ให้ผู้รับบริการ ออกเสียง กากากากากา ทำซ้ำ 5 ครั้ง
  • นำลูกบอลขนาดเล็ก หนีบไว้ใต้คางให้ผู้รับบริการกดคางต้านไว้ไม่ให้ลูกบอลตก 20 วินาที ทำซ้ำ 3 ครั้ง
  • ให้ใช้ลิ้นตวัดกระพุงแก้ม 2 ข้างซ้ายขวา เป็นเหมือนลูกปิงปอง 10 ครั้ง จากนั้นให้แรงต้านไปที่กระพุ้งแก้ม 10 ครั้ง ทำซ้ำอย่างละ 5 รอบ

3 วันสุดท้ายของสัปดาห์แรก ให้ผู้รับบริการเลือกอาหารที่ตนเองชอบ สบายใจที่จะนำมารับประทานในการฝึก (ควรเป็นอาหารที่มีเนื้อสัมผัสข้นก่อน) สอนและแนะนำวิธีการกลืนอาหารแก่ผู้รับบริการ โดยก่อนทานอาหารทุกมื้อ ให้ผู้รับบริการใช้นิ้วชี้และนิ้วกลางกดคางให้ก้มคอลงเล็กน้อย แล้วกลืนน้ำลายลงเล็กน้อย เงยหน้าขึ้นมา มองตรงไปข้างหน้า ค่อยๆใช้ลิ้นเคลื่อนไปแตะที่ริมฝีปากบน-ล่าง-ซ้าย-ขวา จากนั้นใช้ช้อนตักอาหารขึ้นมาประมาณ1ใน4ของขนาดพื้นที่ของช้อน และตักอาหารเข้าปาก สังเกตสีหน้าท่าทางขณะที่มีอาหารอยู่ในปากและขณะกลืน 


 

วันที่ 8-14 

  • สัปดาห์นี้จะเน้นให้ฝึกกับอาหารจริง ให้มีการปรับระดับอาหารเป็นอาหารที่มี เนื้ออาหารข้น > เนื้ออาหารข้นเหลว/เครื่องดื่มข้น (ขึ้นอยู่กับความสามารถของผู้รับบริการ)
  • ฝึกโดยการ

1.  ทบทวนความคิดให้รู้สึกสบาย ผ่อนคลาย และเริ่มต้นด้วยอาหารที่ชอบมากๆ และใช้ช้อนส้อมแบ่งเป็นคำเล็กๆ เช่น 1 ช้อมโต๊ะแบ่งเป็น 2 คำเล็ก

2. ก่อนตักอาหารคำเล็กเข้าปาก ให้ซ้อมขยับฟันบนสบฟันล่าง ลิ้นแตะนับฟันบนล่าง 3-5 รอบ

3. จิบน้ำสักเล็กน้อยแล้วก้มคอกลืน 2 ครั้ง

4. ตักอาหารคำเล็กเข้าปาก หลับตาแล้วค่อยๆ ใช้ลิ้นตวัดอาหารไปที่ฟันกรามล่างข้างซ้ายสลับขวาอย่างช้าๆ นานข้างละ 5 วินาที (นับ 1-5) รวม 10 วินาทีแล้วกลืนลงขณะก้มคอ

5. ตักอาหารคำเล็กเข้าปาก ลืมตาแล้วทำแบบข้อ 4 เพื่อเตรียมพร้อมระบบการกิน-เคี้ยว-กลืนอาหาร และระบบการย่อยอาหารเป็นจังหวะช้าๆ (ถ้ารู้สึกมีกรดไหลย้อย อาจต้องฝึกสหสัมพันธ์ของการกลืนและการหายใจภายหลังกับนักกิจกรรมบำบัด)

6. จากนั้นก็ได้ต่อได้เรื่อยๆ เมื่อรู้สึกกลัวขณะกลืน ก็ก้มคอลงเล็กน้อย หรือพักจิบน้ำก่อน

7. ทำแบบนี้เรื่อยๆ จนกว่าจะรู้สึกมั่นใจ ไม่กลัวกลืนสำลักแล้ว 


วันที่ 15-21

     สัปดาห์นี้ฝึก เนื้ออาหารกึ่งข้นกึ่งเหลว-เนื้ออาหารเกือบปกติ (ขึ้นอยู่กับความสามารถของผู้รับบริการ) ทำเช่นเดียวกันกับสัปดาห์ก่อนหน้า โดยเพิ่มเติมให้ผู้รับบริการมีความมั่นใจมากขึ้น โดยให้ผู้รับบริการลองจินตนาการว่าตนเองกำลังรับประทานอาหารที่ชอบหากยังมีความกังวลให้พูดกับตัวเอง 3 ครั้งว่า กลืนได้ กลืนได้ มั่นใจหรือทำ relaxation techniqueโดยให้หายใจเข้าลึก ๆ กลั้นค้างไว้นับในใจ 1 2 3 แล้วหายใจออกแรง ๆ พร้อมออกเสียง ‘เฮอ’ 3-5 รอบ ใช้นิ้วเคาะบริเวณระหว่างคิ้วพร้อมพูดตามจังหวะการเคาะว่า หายกลัว กลืนได้ 3 รอบ เพื่อให้ผู้รับบริการผ่อนคลายความกังวล ก่อนการรับประทานอาหารใช้ช้อนยาวจุ่มน้ำอุ่นสัก 3-5 วินาที นำหลังช้อนมาแตะปลายลิ้นวนไปกลางลิ้นและแตะชิดเข้าไปบริเวณโคนลิ้นทำ 3-5 ครั้งก่อนรับประทานอาหารเพื่อลดความไวของการรับความรู้สึกบริเวณช่องปากและลิ้น และเริ่มฝึกกลืนอาหาร ผู้บำบัดให้กำลังใจและส่งเสริมให้ผู้รับบริการฝึกประเมินตนเอง หากรู้สึกกลัวหรือกังวลให้คายและหยุดพักก่อนค่อยทำต่อ 

    แต่ละสัปดาห์ผู้บำบัดประเมินและติดตามผล Progress การกลืนอาหารของผู้รับบริการ แล้วจึ Grade ระดับอาหารให้ท้าทายมากยิ่งขึ้น โดยสัปดาห์สุดท้าย ประเมินความมั่นใจโดยให้ผู้รับบริการให้สเกลตัวเอง 1-7 ว่ามีความมั่นใจในการกลืนอาหารมากน้อยเพียงใด 

    รวมถึงให้ความรู้เกี่ยวกับโภชนาการ การเลือกอาหารที่มีประโยชน์เพื่อป้องกันภาวะทุพโภชนาการ ให้คำแนะนำผู้ดูแลหรือครอบครัว ให้เข้าใจผู้รับบริการ และการปรับสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการฝึกกลืน ไม่รบกวน สร้างแรงจูงใจในการทานอาหาร เช่น ให้ผู้รับบริการทำอาหารรับประทานเองกับครอบครัว เป็นต้น

 

อ้างอิง

  • 32 Service [by Mahidol] กลืนไม่เข้า คายไม่ออก https://www.youtube.com/watch?v=HMwoWRGDEtc
  • Rama Square : ท่าบริหาร ภาวะการกลืนลำบาก ที่สามารถทำได้เองที่บ้าน : ช่วง Rama DNA 5.6.2562 https://www.youtube.com/watch?v=Z0FGU6MsPqo
  • กลืนอย่างไร...ไม่ให้กลัว https://www.gotoknow.org/posts/555627
  • หนังสือเรื่อง กิจกรรมการดำเนินชีวิตจิตเมตตา โดย ผศ.ดร.ก.บ.ศุภลักษณ์ เข็มทอง