วันเสาร์ที่ ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๖๔ ผมเข้าร่วมการประชุมรีทรีตผู้บริหารของ มช. ในฐานะกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ    การประชุมนี้จัดทุกปีที่เชียงราย   แต่ปีนี้เผชิญวิกฤติโควิดระบาดหนัก   จึงจัดการสัมมนาแบบออนไลน์ โดยมีคนเข้าร่วมประชุมราวๆ ๕๐๐ คน    ช่วยให้ผมได้เรียนรู้หลายด้าน ทั้งด้านสาระของการเปลี่ยนโฉมมหาวิทยาลัย   ด้านกระบวนการจัดทำแผนพัฒนามหาวิทยาลัยแบบมีส่วนร่วม   และด้านการจัดสัมมนาออนไลน์ที่มีพลังของการระดมความคิดสูงโดยใช้เครื่องมือไอที โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แอป miro

นี่คือส่วนหนึ่งของกระบวนการพัฒนาแผนระยะที่ ๑๓ พ.ศ. ๒๕๖๖ - ๒๕๗๐ ของ มช.   เป็นขั้นตอนท้ายๆ ก่อนจะรวบรวมข้อคิดเห็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของการนำแผนไปปฏิบัติ เสนอต่อสภามหาวิทยาลัย     

แต่ผมมองว่ากระบวนการทั้งหมดเป็นเรื่องของการ transform มหาวิทยาลัยอย่างมีเป้าหมาย และมียุทธศาสตร์     เพื่อให้บรรลุผลลัพธ์ของการเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริง    ซึ่งหมายความว่าผู้ปฏิบัติจะต้องเข้าใจในระดับ “อิน” กับเป้าหมายที่ทรงคุณค่าทั้งต่อมหาวิทยาลัยและต่อบ้านเมือง     โดยที่เป้าหมายของการสัมมนา ๑ วันนี้ ก็เพื่อให้ผู้นำระดับปฏิบัติ ๕๐๐ คนของ มช. Buy-in   หรือเป็นเจ้าของแผนนี้   

เครื่องมือสร้าง Buy-in ได้อย่างดีเยี่ยมคือ App ที่ชื่อ miro   เพราะมันเปิดให้ผู้เข้าร่วมประชุมเข้าไปเขียนว่า ตนจะกลับไปทำอะไรที่หน่วยงานของตน   คล้ายๆ เขียน Post-it แปะไว้บน White Board   ให้ใครๆ ในกลุ่มเข้าไปอ่านได้ และตนเองก็อ่านของคนอื่นได้    จึงเป็นเครื่องมือสร้างโอกาสของความร่วมมือกัน    และทางผู้บริหารก็เข้าไป capture กิจกรรมสำคัญๆ เอามาดำเนินการสร้าง ecosystems ที่เอื้อ    และ/หรือจัดทรัพยากรสนับสนุน   รวมทั้งนำไปปรับร่างแผนเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนนำเข้าเสนอให้สภามหาวิทยาลัยให้ความเห็นชอบ    

ผมได้เล่าไว้เป็นระยะๆ มาเป็นเวลาสิบกว่าปี    ว่า มช. มีกิจกรรม รีทรีตผู้บริหาร เพื่อร่วมกันวางแผนดำเนินการพัฒนามหาวิทยาลัยและหน่วยงานของตนตามแผนกลยุทธที่ร่วมกันกำหนด     กิจกรรมนี้ดีขึ้นเรื่อยๆ จนเด่นชัดมากในปีนี้    แม้จะต้องประชุมแบบ ออนไลน์ ภายใต้สถานการณ์ความเครียดจากโควิด 

พลังค่อยๆ เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน เมื่อมีการปรับแผน ๑๒ ในช่วงกลางแผน ปรับมาใช้พลังของเป้าหมายตัวใหม่ที่ relevant กว่าตัวเดิม    คือเปลี่ยนจากใช้ QS Ranking   มาเป็น THE UIR (Times Higher Education University Impact Rankings)    ร่วมกับ Socio-economic Impact   และการบริหารที่เป็นเลิศ วัดด้วย TQA/EdPEx    เท่ากับใช้พลังของเป้าหมายร่วมที่ชัดเจน     วันนี้มีการนำเสนอผลว่าทั้ง ๓ เป้าดำเนินมาด้วยดี น่าพอใจ   

นำสู่การกำหนดเป้าในแผน ๑๓  และยุทธศาสตร์    เริ่มที่วิสัยทัศน์ “มหาวิทยาลัยชั้นนำที่รับผิดชอบต่อสังคม เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ด้วยนวัตกรรม”   ตามด้วย ๓ เป้าคือ เมื่อสิ้นแผน ๑๓ ผลกระทบด้านเศรษฐกิจและสังคมคิดเป็นเงินปี ๖ หมื่นล้านบาทใน ๕ ปี (ขณะนี้ ๑๒,๒๙๗)     THE UIR อยู่ใน ๕๐ อันดับแรกของโลก   และได้ TQC+ (innovation) ซึ่งหมายความว่าต้องได้คะแนน ๔๕๐ ขึ้นไป    ผมชอบมากที่เขากล้าตั้งเป้าหมายที่ท้าทายขนาดนี้   

ตามด้วย ๖ ความท้าทายเชิงกลยุทธ คือ  (๑) ระบบการจัดการศึกษาที่ตอบโจทย์ความต้องการ และความเป็นพลเมืองโลก   (๒) ปรับระบบงาน เพื่อใช้พลัง ดิจิทัล  (๓) ใช้พลังนวัตกรรมเปิด เพื่อพัฒนาพื้นที่  (local) และโลก (global)  (๔) พัฒนาบุคลากรอย่างเป็นระบบโดยร่วมมือกับภาคีนานาชาติ  (๕) จัดการทรัพย์สินเพื่อความมั่นคงทางการเงิน (๖) พร้อมรับความผันผวนโดยมีการจัดการความเสี่ยง   

มีการบูรณาการความเชี่ยวชาญ เพื่อ ๖ เป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ เพื่อสร้างการพัฒนาที่ยั่งยืน คือ  (๑)  นวัตกรรมเศรษฐกิจฐานชีวภาพ  (๒) นวัตกรรมการแพทย์  (๓)  ล้านนาสร้างสรรค์  (๔)  การจัดการศึกษา   (๕) การวิจัยและนวัตกรรม    (๖) บริหารจัดการองค์กรเพื่อมุ่งสู่ความเป็นเลิศ 

โดยมี ๖ กลยุทธ์การขับเคลื่อนคือ  (๑) พัฒนากลไกผลักดันการวิจัยชั้นแนวหน้า และเทคโนโลยีเชิงลึก  (๒) สร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการบูรณาการองค์ความรู้ ในการจัดการศึกษา วิจัย และนวัตกรรม  (๓) ส่งเสริมการนำผลงานสร้างสรรค์และนวัตกรรมที่มีผลกระทบสูง ไปใช้ประโยชน์เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และการพัฒนาที่ยั่งยืน  (๔) พัฒนากลไกในการผลักดันการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมด้านการศึกษา เพื่อรองรับทักษะแห่งอนาคต  (๕) พัฒนากลไกในการสร้างโอกาสและความเท่าเทียมทางการศึกษาให้คนทุกกลุ่มและทุกช่วงวัย สามารถเข้าถึงการเรียนรู้ระดับมหาวิทยาลัยได้ (๖) สร้างรูปแบบการบริหารจัดการที่เป็นเลิศ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน 

โดยที่คณะทำงานจัดทำแผน ๙๖ คน ทำความเข้าใจร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ระยะที่ ๑๓   และแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศ ๒๐ ปี    รวมทั้งแนวโน้มใหญ่ของโลก    เพื่อยกร่างแผนของ มช. ให้รองรับหรือมี alignment กับแผนประเทศ   

ผม comment แก่คณะทำงาน ใน กลุ่มไลน์ ของสภา มช. ว่า     ผมเชื่อว่าแผน และการดำเนินการตามแผนนี้ จะทำให้ มช. พัฒนาอย่างก้าวกระโดด   เพราะจะเกิดการรวมพลังกันในมหาวิทยาลัยอย่างที่ไม่เคยเห็นในมหาวิทยาลัยอื่นในประเทศไทย 

วิจารณ์ พานิช

๓ ส.ค. ๖๔