การใช้Three-Track Mind & โรคซึมเศร้า

See the source image

       สวัสดีค่าา ทุกคนนนน ขอโทษที่ผู้เขียนหายหน้าหายตาไปเลยยยย งานเขียนล่าสุดที่เจอกันก็ผ่านมาหลายเดือนแล้วเนอะ แน่นอนค่ะว่าถ้าผู้เขียนเข้าบล็อก และมีงานเขียนใหม่ๆเมื่อไร แสดงว่าต้องมีความรู้ที่น่าสนใจและน่าศึกษามาให้อ่านกันค่ะ ซึ่งวันนี้จะเป็นเรื่องของThree-Track Mind & โรคซึมเศร้า หลายๆคนอาจจะเคยได้ยินคำว่าโรคซึมเศร้าอยู่แล้วใช่มั๊ยละคะ แต่เอ๊ะ….แล้วThree-Track Mind คืออะไรกันนะ ซึ่งผู้เขียนเพิ่งได้เรียนและศึกษามาเร็วนี้ๆเลยค่ะ เนื้อหาต่อไปนี้จึงเป็นการอธิบายตามความเข้าใจของผู้เขียน ถ้าผิดพลาดประการใดต้องขออภัยด้วยนะคะ สัญญาว่าจะพัฒนาต่อไปเรื่อยๆเลยค่ะ เกริ่นมานานน งั้นเข้าส่วนสำคัญกันดีกว่าค่ะทุกคนนนน

 

Three-Track Mind คืออะไรน้าาาา

See the source image


 

 Three-Track Mind หรือ TTM คือ 3 ตัวการที่จะช่วยให้เราคิดอย่างเป็นระบบมากขึ้น สำหรับผู้เขียนคิดว่าถ้าเราเกิดปัญหา Three-Track Mind จะช่วยให้เราสามารถแก้ไขปัญหาได้ง่ายขึ้น เป็นระเบียบมากขึ้น  เราจะเข้าใจว่าปัญหาเกิดขึ้นเพราะอะไร อะไรคือเหตุ  และสามารถทำอย่างไรเพื่อจะแก้ไขปัญหานั่นได้ค่ะ  ซึ่ง 3 ตัวการนั่นก็คือ

Interactive Reasoning ( Why ) 

     การให้เหตุผลเชิงปฎิสัมพันธ์ นั่นคือการตั้งคำถาม การตั้งคำถามเพื่อหาหรือทบทวนความรู้ความเข้าใจ ความจริง ความต้องการ ความไม่รู้ (ในบางครั้งการกระทำต่างๆทำโดยความไม่รู้ )ไม่ว่าจะเป็นคนตัวเองหรือคนรอบข้าง เช่น ทำไมทำแบบนั้น ทำไมคิดแบบนั้น ทำไมต้องการแบบนั้น เมื่อเราได้รับรู้ถึงความต้องการที่แท้จริงแล้ว ก็จะนำมาประเมินว่าส่งผลกระทบต่อความสุข ความสามารถในการทำกิจกรรมหรือไม่ ส่งผลต่อ จิตใจ ร่างกาย สภาพแวดล้อม สังคมที่อยู่หรือไม่ โดยอ้างอิงตามหลักกิจกรรมบำบัดเพื่อให้เห็นภาพรวม โดยการตั้งคำถามต่างๆต้องใช้ อารมณ์ ความรู้สึก ทักษะ ที่โอบอ้อม คิดบวก และอ่อนโยน

Conditional Reasoning ( Because)

     การให้เหตุผลเชิงเงื่อไนไข ถ้าอธิบายให้เข้าใจง่ายเลยคือ เพราะอะไรล่ะถึงทำแบบนั้น เพราะอะไรถึงคิดเช่นนั้น เป็นการตอบปัญหาของ Why สรุปหาเหตุผลของบุคคลนั้น ซึ่งแต่ละคนจะมีเหตุผลไม่เท่ากัน มีมากหรือน้อย แต่ล้วนมีเหตุผลภายในตัว บางครั้งเหตุผลอาจซับซ้อน หลายมิต หรือมีเหตุผลที่ซ่อนอยู่ อาจต้องใส่เงื่อนไขเพื่อให้เหตุผลนั้นเข้าใจได้ง่ายขึ้น 

Procedural Reasoning ( How to )

       เมื่อเราทบทวนว่าทำไมถึงเกิดขึ้น เพราะอะไรถึงเป็นแบบนั้น บ่อยๆจะเกิดขั้นตอนการแก้ไขปัญหา ที่เป็นเหตุเป็นผล มีหลักฐานเชิงประจักษ์ เป็นขั้นตอน คือ Design Thinking กระบวนการคิดเพื่อแก้ไขปัญหาเชิงระบบ  มีขั้นตอน ว่าทำอย่างไรล่ะเราถึงจะแก้ไขปัญหานี้ได้ 

  ถ้าเป็นบทบาทของนักกิจกรรมบำบัด การที่เรามี Three-Track Mind นั้นจะช่วยให้เราเข้าใจถึงปัญหาของผู้รับบริการได้มากขึ้น คิดเป็นลำดับ  และสามารถวางแผนการประเมิน บำบัด ฟื้นฟู ได้อย่างถูกต้องและชัดเจน มุ่งไปสู่การมี well - being ที่ดีได้

           เนื้อหาข้างต้นเป็นการอธิบายตามความเข้าใจของผู้เขียน ถ้าผิดพลาดประการใดต้องขออภัยด้วยนะคะ

 

      เอาล่ะค่ะ ถ้าเราทำความรู้จักกับ Three-Track Mind หรือ TTM เรียบร้อยแล้วว งั้นเราลองนำ 3 ตัวการนี้มาใช้กับปัญหาโรคซึมเศร้าที่เกิดขึ้นกันเลยดีกว่าค่ะ

 

See the source image

         

 “จากสถานการณ์การฆ่าตัวตาย พบว่ามีการฆ่าตัวตายเพราะรู้ว่ามีปัญหาด้านสุขภาพจิตมากที่สุด ”

Why   ทำไมถึงมีการฆ่าตัวตายเพราะรู้ว่าตัวเองมีปัญหาสุขภาพจิต

Because  เมื่อมีการวินิจฉัยออกมาว่าผู้ป่วยมีปัญหาทางสุขภาพจิต อาจขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับตัวโรค ขาดกำลังใจในการเผชิญปัญหา ขาดคนที่เข้าใจและช่วยส่งเสริมในการรักษา ไม่กล้าบอกใครเพราะอาย สับสน หรือในกรณีที่ผู้ป่วยรับทราบอยู่แล้วว่าตัวเองมีปัญหาทางสุขภาพจิต แต่ขาดแรงจูงใจในการรักษา ไม่รับรู้คุณค่าของการมีชีวิตอยู่ รู้สึกเหนื่อยจนอยากยอมแพ้ ไม่มีคนเข้าใจและคอยช่วยเหลือ ครอบครัวไม่เข้าใจ ทั้งหมดนี้ล้วนส่งผลเสียตอนสภาพจิตใจของตัวผู้ป่วยเอง

How to 

1.สร้างความรู้ ความเข้าใจให้ผู้ป่วยว่าปัญหาทางสุภาพจิตสามารถรักษาให้หายได้ ไม่ใช่เรื่องผิด เรื่องแปลกของสังคม ทุกคนสามารถมีปัญหาสุขภาพจิตได้ เพื่อป้องกันความวิตกกังวลที่อาจเกิดขึ้น

2.ให้กำลังใจ และพลังบวกแก่ผู้ป่วย เพื่อให้ผู้ป่วยไม่รู้สึกโดดเดี่ยว ต้องต่อสู้กับปัญหาคนเดียว รับรู้ว่ามีคนที่พร้อมจะรับฟังและเข้าใจ 

3.ให้ผู้ป่วยเห็นถึงความสำคัญของการรักษา การทานยาตามที่แพทย์สั่ง การมาตามนัด ว่าสำคัญอย่างไร และส่งผลดีต่อตัวผู้ป่วยเองอย่างไร

4.ครอบครัว เพื่อน คนใกล้ชิด จะต้องเข้าใจและรู้ถึงวิธีการรับมือ  ไม่ทำอะไรที่จะกระตุ้นตัวโรคหรือที่ทำให้ผู้ป่วยรู้สึกแตกแยกจากสังคม

5.เมื่อผู้ป่วยสามารถทำอะไรก็ตามสำเร็จให้ชื่นชมทุกครั้ง เพื่อทำให้ผู้ป่วยรู้สึกภาคภูมิใจและมีคุณค่าในตัวเอง

 

See the source image

 

 “ อย่าละเลย ปัญหาด้านการงานเป็นหนึ่งในปัจจัยหลักของการฆ่าตัวตาย”

Why   ทำไมปัญหาด้านการทำงานถึงเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้คนฆ่าตัวตาย 

Because  การแข่งขันที่เพิ่มมากขึ้นในสังคมทำให้บุคคลนั้นต้องเพิ่มความรู้ ความสามารถให้มากขึ้น เรียนรู้ที่จะพัฒนาอยู่เสมอเพื่อเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดในการทำงาน  ไม่ให้ตัวเองตกงาน เมื่อรับงานมาแล้วต้องทำให้ดีที่สุด ใช้เวลาอยู่กับงานที่มากเกินความพอดี ไม่มีเวลาพักผ่อน ผ่อนคลาย จนเกิดความกดดัน ความเครียดในตัวเอง รวมถึงรายได้ที่มาพร้อมกับความคาดหวังการทำงานว่าต้องทำงานให้คุ้มค่ากับเงินที่องค์กรให้ นั่นยิ่งสร้างความเหนื่อยล้าและความกดดันภายในจิตใจ  เมื่อทราบว่าตัวเองมีภาวะทางจิต อาจยิ่งสร้างความกังวลที่เพิ่มมากขึ้น ภาระงาน หน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบทำให้ไม่สามารถรักษาตัวได้ดีเท่าที่ควร ทุกอย่างล้วนกระตุ้นอาการของโรคซึมเศร้าให้รุนแรงมากขึ้น

How to

1.ให้ผู้ป่วยจัดสรรเวลาการใช้ชีวิตให้เหมาะสม เวลาทำงาน เวลาพักผ่อน เวลารับประทานอาหาร เวลานอน ไม่ล่วงเกินเวลา เพื่อลดเวลางานที่มากเกินความพอดีจนเกิดความเครียด 

2.ชวนทำกิจกรรมที่ผู้ป่วยชื่นชอบ เพื่อช่วยผ่อนคลาย ลดความเรียด เปลี่ยนความสนใจจากการทำงาน เช่น การดูหนัง การออกกำลัง การฟังเพลง 

3.ฝึกให้ผู้ป่วยรู้จักให้อภัยตัวเองและไม่กดดันตัวเองมากเกินไป เมื่อมีการทำงานที่ผิดพลาดไม่โทษหรือทำร้ายตัวเอง 

4.เมื่อเกิดปัญหาที่คิดว่าเกินกำลังและความสามารถจากการทำงาน  แนะนำให้ผู้ป่วยโรคซึมเศร้าปรึกษาเพื่อนร่วมงาน หรือหัวหน้าเพื่อหาแนวทางการแก้ไข ไม่เก็บความเครียดหรือปัญหาไว้ที่ตัวเองคนเดียว

5.ให้ผู้ป่วยโรคซึมเศร้าลองสำรวจตัวเองว่างานที่ทำอยู่เหมาะสมกับความสามารถเราไหม ส่งผลอย่างไรต่อตนเอง สัมพันธภาพกัลป์เพื่อนร่วมงาน หัวหน้า สวัสดิการการดูแล รวมถึงภาระงานเป็นสิ่งที่เราต้องพิจารณาทั้งสิ้น ถ้าหากไม่เหมาะสม หรือมีข้อเสียมากกว่าข้อดี อาจลองหางานใหม่ที่เหมาะกับตัวเอง

See the source image


 

 “ ระวัง! พูด คิด เขียนเกี่ยวกับความตายคือสัญญาณเตือนการฆ่าตัวตายในผู้ป่วยซึมเศร้า ”

Why   ทำไมการพูด เขียน หรือคิดเกี่ยวกับความตาย ถึงเป็นสัญญาณเตือนให้ระวังการฆ่าตัวตายของผู้ป่วยโรคซึมเศร้า

Because  ผู้ป่วยโรคซึมเศร้าจะมีสัญญาณเตือนบอกเรา ไม่ว่าจะเป็น ท่าทาง ร่างกาย คำพูด หรือพฤติกรรมที่แสดงออกมาว่ารู้สึกไม่ไหว โดยการพูด เขียน และคิดเกี่ยวกับความตาย ไม่ว่าจะเป็นการคิด เขียนผ่านตัวอักษร พูดทางตรงหรือทางอ้อม ล้วนเป็นการแสดงว่าผู้ป่วยโรคซึมเศร้ามีความคิดอยากฆ่าตัวตายอยู่ในขณะนั้น หรือมีมาตลอดเวลา จึงเป็นสิ่งที่ควรระวัง

How to 

1.เมื่อผู้ป่วยโรคซึมเศร้า เริ่มมีความคิดเกี่ยวกับความตาย ไม่ว่าจะเป็น การพูด การเขียน หรือความคิด ครอบครัว เพื่อน คนใกล้ชิดจะต้องทำให้ผู้ป่วยหยุดความคิดนั้น ไม่คิดเยอะไปกว่านั้น โดยการแตะเบาๆที่หลังมือ เพื่อให้ผู้ป่วยรู้สึกตัว หรือกล่าวคำพูดที่ทำให้ผู้ป่วยโรคซึมเศร้ารับรู้ว่ามีคนพร้อมที่จะช่วยเหลือ “ฉันอยู่ข้างๆเธอเสมอนะ  พวกเรารักเธอ ”

2.ชวนทำกิจกกรรมที่ผู้ป่วยชื่นชอบหรือให้คุณค่า เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจจากความคิดฆ่าตัวตายมาทำกิจกรรม และทำให้ผู้ป่วยไม่รู้สึกโดดเดี่ยว  อาจพูดชวนทำกิจกรรมที่ต้องรอเวลา และผู้ป่วยโรคซึมเศร้าสนใจ เพื่อให้ผู้ป่วยเฝ้ารอและอยากมีชีวิตต่อ เช่น “ อาทิตย์หน้า หนังเรื่องที่เธออยากดูเข้าโรงหนังแล้วนะ พวกเราไปดูกันมั๊ย”

3.ตรวจสอบการทานยา และตารางนัดพบแพทย์ของผู้ป่วยโรคซึมเศร้า ว่ามีการทานยาตามที่แพทย์สั่งหรือไม่ หรือได้ไปพบแพทย์ตามนัดหรือเปล่า รวมถึงสร้างแรงรูงใจ และให้กำลังใจในการรักษาของผู้ป่วย

4.ครอบครัวและคนใกล้ชิด ควรจัดสภาพแวดล้อมที่ผู้ป่วยใช้อยู่อาศัยให้ปลอดภัย ไม่มีอุปกรณ์ที่เป็นอันตราย เช่น มีด ปืน เชือก  ยาอันตราย สารเคมีต่างๆ หากจำเป็นต้องมีให้เก็บซ่อนในที่ที่ผู้ป่วยไม่รู้ หมั่นตรวจสอบว่าผู้ป่วยได้มีการซื้อหรือหาอุปกรณ์ใดๆมาเพื่อทำร้ายตัวเองหรือไม่ หากเจอให้รีบนำออกไปทันที

5.ครอบครัว เพื่อน คนใกล้ชิด จะต้องไม่ปล่อยให้ผู้ป่วยโรคซึมเศร้าที่มีความคิดฆ่าตัวตายอยู่คนเดียวในระยะนี้ ต้องหาคนมาอยู่ด้วยตลอด หากิจกรรมเพื่อดึงดูดความสนใจ เมื่อผู้ป่วยเริ่มเหม่อลอย นิ่ง หรือมีความคิดอยากฆ่าตัวตายอีกครั้ง ต้องรีบเบี่ยงเบนความสนใจ

     เป็นอย่างไรกันบ้างคะ การใช้ Three-Track Mind กับโรคซึมเศร้าไม่ยากเลยใช่มั๊ยละคะ หวังว่าบล็อกนี้จะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อยกับผู้อ่านทุกๆท่านนะคะ 

     จากสถานการณ์ตอนนี้ หากผู้อ่านท่านใดกำลังเศร้า เครียด หรือพบเจอกับโรคซึมเศร้า ผู้เขียนขอส่งกำลังใจ ความห่วงใย และโอบอ้อมกอดทุกท่านด้วยความรัก ความหวังดีที่มาจากใจจริง ผู้เขียนเชื่อเหลือเกินว่าเมฆครึ้มแห่งความเศร้าจะหายไป และจะถูกแทนที่ด้วยท้องฟ้าที่สดใสในเร็ววัน ขอให้ท้องฟ้าของทุกท่านสดใสในทุกวันนะคะ 

                                                     

                                                   แล้วพบกันใหม่นะคะ ^_^

See the source image