22 สิงหาคม 2564
ท่ามกลางผู้ประกอบการทั้งรายย่อย รายเล็ก รายกลาง และรายใหญ่ได้รับผลกรทบจากวิกฤตโควิดหมด ขาดรายได้ ขาดสภาพคล่อง (Liquidity) การลงทุนหดหาย การท่องเที่ยวหาย ภาคการเกษตรแย่ โรงงานอุตสาหกรรมต้องปิดตัวลง งานการก่อสร้างต้องหยุด ปิดไซต์งาน คนงานหนีกลับภูมิลำเนาต่างจังหวัดหมด เพราะมีมาตรการ “ปิดเมือง” (Lock fown) หยุดกิจกรรมทางธุรกิจทำให้ประชาชนได้รับผลกระทบจากการอาชีพ การทำมาหากิน รวมทั้งการดำเนินกิจกรรมต่างๆ ส่วนตัว การเรียนของเด็ก การติดต่อราชการ การทำมาค้าขาย การทำงานฯ ไม่ได้ตามปกติ
จากข้อมูลพบว่า มีจำนวนแรงงานอีสานที่จากบ้านเกิด เพื่อไปหางานทำในเมืองใหญ่ โดยส่วนใหญ่ทำงานอยู่ในภาคกลาง 2.8 ล้านคน ในกรุงเทพฯ 1.2 ล้านคน ในภาคเหนือ 1.3 แสนคน และ ในภาคใต้ 0.9 แสน รวมประมาณ 3.4 ล้านคน คาดว่าแรงงานอีสานกว่า 3 ล้านคน (ส่วนมาก) ต้องกลับภูมิลำเนา เพราะเศรษฐกิจไม่เดิน ไม่มีงานทำ และแน่นอนว่าจำนวนคนงานที่กลับบ้านเหล่านี้จะมีผู้ติดเชื้อ หรือผู้ป่วย รวมทั้งกลุ่มเสี่ยงฯ อีกจำนวนมากมาย เท่ากับว่าเป็นการกระจาย “เชื้อ” ไปอย่างกว้างขวางครบทุกจังหวัด
คนด่านหน้า หรือเรียกแบบทหารว่า “คนแนวหน้า” (Front Line) หรือ “ส่วนหน้า”ที่พร้อมจะผจญต่อสู้กับศัตรู ยิ่งการสู้รบในสมัยโบราณบุคคลเหล่านี้ต้องยอมตายเป็นคนแรก เพราะสมัยนั้นการรบเป็นแบบประจัญบาน ประชิดตัวแลกกันด้วยชีวิตต่อชีวิต เมื่อนำมาเปรียบเทียบกับการต่อสู้รับมือกับโรคอุบัติใหม่โรคร้ายโควิด หรือโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ก็เสมือนว่า เป็นทหารแถวหน้าที่ออกรบกับศัตรู (โรคร้ายโควิด) ที่ย่อมพลาดท่าเสียทีต่อโรคร้ายได้ทุกขณะ เพราะเป็น “ด่านหน้า” ในที่นี้ คนที่เป็นด่านหน้ามิได้หมายเฉพาะ “บุคลากรทางการแพทย์” ซึ่งประกอบไปด้วย แพทย์ พยาบาล ฯลฯ เท่านั้น แต่ยังมีบุคคลฝ่ายสนับสนุนด่านหน้าที่พร้อมต่อสู้แบบประชิดตัวเพื่อให้มีชัยชนะต่อโรคร้าย ในอีกหลายๆ ฝ่าย เช่น ทหาร ตำรวจ ท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้านฯ อสม. เป็นต้น
คนทำงานด่านหน้า-งานจำเป็นมีใครบ้าง
กรมควบคุมโรคสหรัฐ (CDC) ใช้เกณฑ์ ACIP Categories of Essential Workers ซึ่งแบ่งเป็น (1a) Essential Healthcare Workers (คนทำงานที่จำเป็นด้านสุขภาพ ระบุชัดว่าทั้งที่ได้รับค่าจ้างและไม่ได้รับค่าจ้าง) (1b) Frontline essential workers (Non-Healthcare) (คนทำงานที่จำเป็นที่อยู่ด่านหน้า ที่ไม่ใช่สายสุขภาพ ซึ่งทำงานในสภาพแวดล้อมที่ต้องอยู่ใกล้ชิดเพื่อนร่วมงานหรือคนทั่วไป เลี่ยงไม่ได้) และ (1c) Other essential workers (อื่นๆ ตามกำหนด)
ของไทยเองก็มีสิ่งที่คล้ายๆ เกณฑ์อยู่ โดยอิงกับช่วงการฉีด 3 ระยะ (ซึ่งแบ่งช่วงตามปริมาณวัคซีนที่มี) แล้วก็ระบุกลุ่มที่จะได้รับวัคซีนในช่วงนั้นๆ ไว้กว้างๆ เช่น “ผู้ประกอบอาชีพที่มีโอกาสสัมผัสกับคนจำนวนมาก” แต่ไม่ได้มีรายละเอียดว่ามีอาชีพอะไรบ้าง (ข้อมูล 27 ม.ค. 2564)
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นด่านหน้า
คงไม่มีใครปฏิเสธว่าท้องถิ่น หรือ อปท.มิใช่ปราการ “ด่านหน้า” ในการต่อสู้กับ “โรคติดเชื้อโควิด" ท้องถิ่นในที่นี้หมายถึง “องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น” หรือ “อปท.” ซึ่งประกอบไปด้วยบุคคลากรกำลังหลักของฝ่ายคือ (1) ฝ่ายนโยบาย เป็นนักการเมืองท้องถิ่น ประกอบด้วย นายก อปท. และสมาชิกสภา อปท. (2) ฝ่ายประจำ เป็นข้าราชการ พนักงาน ลูกจ้างของ อปท. ที่ต้องนำนโยบายของฝ่ายการเมืองท้องถิ่นไปขับเคลื่อน ในการจัดการ “บริการสาธารณะ” และ การจัด “กิจกรรมสาธารณะ” แก่ประชาชนในชุมชนท้องถิ่นของตนเองตามที่รัฐธรรมนูญและกฎหมายบัญญัติ
ท้องถิ่นกับโควิด-19 โรคประจำถิ่นที่เปลี่ยนไป
นับตั้งแต่ปี 2563 ถึง 2564 เกือบสองปีแล้วที่ท้องถิ่นทุกแห่งพบเจอผู้คน ญาติพี่น้อง เพื่อนฝูงและคนแปลกหน้า กลับคืนสู่ถิ่นด้วย เพราะปัญหาโรคระบาดโควิด-19 ระบาดในเมืองหลวง เมืองอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นพื้นที่สีแดงเข้มสูงสุด ส่งผลให้ผู้คนที่กลับคืนสู่ถิ่นบ้านเกิดนำพาโรคร้ายติดตัวกลับมาสู่คนในครอบครัว ในชุมชนหมู่บ้านท้องถิ่น และโรคโควิดได้แพร่ระบาดไปตามจังหวัดต่างๆ เกิดผลกระทบการไปมาหาสู่กันระหว่างคนในชุมชนที่ห่างเหิน ด้วยเพราะแต่ละครัวเรือนไม่อยากพบคนนอกบ้าน ด้วยเกรงกลัวโรคระบาด ผู้คนสวมหน้ากากเข้าหากัน การซื้อขายของในชุมชนฝืดเคืองทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย อีกทั้งยารักษาโรคนี้ก็ยังไม่มี นับวันผู้ติดเชื้อจะเพิ่มขึ้นจากหลักพันเป็นหลักหมื่นหลักแสน ในแต่ละวันข่าวคนตายจากโรคโควิดแต่ละวันจำนวนคนตายหลักร้อย เมื่อตายแล้วต้องรีบเผา ไม่ต้องรดน้ำ กอดลาสั่งเสียครั้งสุดท้าย และเมื่อไหร่เล่าเมื่อไหร่หนอ บ้านเราท้องถิ่นที่เคยสุขสงบ เราจะกลับมาเหมือนเดิม นอกจากโรคไข้เลือดออก ไข้หวัดใหญ่ โรคเอดส์แล้ว โรคโควิด-19 ซึ่งเป็นโรคระบาดใหม่มาอยู่ในชุมชนของเราแล้ว ดังนั้นเราชาวบ้านในชุมชนจำเป็นต้องปรับตัวป้องกันโรคนี้โดยทำตามกฎระเบียบที่ทางราชการมีคำสั่ง ตามที่ประกาศทราบโดยทั่วกันแล้ว ท้องถิ่นผู้นำชุมชนหรืออาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน สาธารณสุขอำเภอและสาธารณสุขจังหวัดใส่ใจเป็นอย่างดีเป็นด่านหน้า เป็นผู้ที่คอยชี้แนะแนวทางป้องกันโรคระบาดเพื่อให้ท้องถิ่นปรับตัวให้ได้ ต้องอาศัยความร่วมมือคนในชุมชนหมู่บ้านได้ตระหนักถึงภัยโรคระบาดใหม่ด้วย ปัจจุบันคนท้องถิ่นหลายจังหวัดถูกกำหนดเป็นพื้นที่ควบคุมโรค เป็นพื้นที่สีแดง สีแดงเข้มสูงสุด เหมือนในเมืองหลวงเมืองอุตสาหกรรม ชุมชนท้องถิ่นเราต้องต่อสู้และไม่ยอมแพ้ ต้องร่วมมือร่วมใจในการป้องกันควบคุมโรคฯ ถึงแม้วัคซีนจะยังมาฉีดไม่ทั่วถึงก็ตาม แต่เราท้องถิ่นต้องปรับตัวเพื่อมีชีวิตเพื่ออยู่ต่อ ต้องมีลมหายใจ และหวังใจว่าจะมีวัคซีนมาถึงพี่น้องชาวบ้านในชุมชนโดยเร็ว เพื่อสยบการแพร่ระบาดของโรคนี้ต่อไป ท้องถิ่นไทยต้องปลอดภัยจากโรคโควิด-19 ขอเป็นกำลังใจให้บุคลากรด้านหน้า ด่านหลังและชุมชนในท้องถิ่นไทยทุกๆ แห่ง
มาตรการ DMHTT หรือ DMHTA ยังใช้อยู่อย่างเคร่งครัด
ช่วงนี้ยอดสถิติ "โควิด-19" น่าห่วงมาก พบผู้ติดเชื้อใหม่เพิ่มวันละสองหมื่น ผู้เสียชีวิตวันละ 200-300 คน ตอกย้ำถึงสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 โดยรวมของประเทศไทยที่วิกฤติ และต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด
มาตรการ DMHTT คือแนวทางปฏิบัติที่กระทรวงสาธารณสุขแนะนำให้ใช้ในการชะลอการระบาดของ โควิด-19. DMHTT เป็นตัวอักษรย่อภาษาอังกฤษของแนวทางปฏิบัติที่กระทรวงสาธารณสุขแนะนำ มาจากคำเต็มว่า
D ย่อมาจาก Distancing คือการเว้นระยะห่างกับคนอื่นอย่างน้อย 1-2 เมตร เพราะละอองฝอยจากการพูด ไอ จาม จะฟุ้งมากในระยะ 1-2 เมตร
M ย่อมาจาก Mask Wearing คือการสวมหน้ากากผ้า หรือหน้ากากอนามัยเพื่อลดการฟุ้งกระจายของละอองฝอย โดยประชาชนทั่วไปสามารถสวมหน้ากากผ้าได้ตลอด เพราะยิ่งซักบ่อยก็จะยิ่งมีประสิทธิภาพในการกรองเชื้อที่ดี
H ย่อมาจาก Hand Washing คือการหมั่นล้างมือบ่อยๆ ทั้งน้ำสบู่ และเจลแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อ เพราะมีโอกาสที่เราจะนำมามาสัมผัสใบหน้าโดยไม่รู้ตัวได้
T ย่อมาจาก Testing คือตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายสม่ำเสมอ ทั้งก่อนเข้าทำงาน ร้านสะดวกซื้อ และหากทราบว่ามีประวัติไปพื้นที่เสี่ยง ควรเข้ารับการตรวจโควิด-19
T หรือ A ย่อมาจาก Thai Cha na หรือ Application Thai Cha na คือการสแกนแอปไทยชนะทุกครั้งที่เดินทางไปสถานที่ต่างๆ และโหลดแอปหมอชนะพร้อมลงทะเบียนหากทำได้ เพื่อให้ทราบความเสี่ยงติดโรคของตนเอง หากมี SMS แจ้งเตือนว่ามีประวัติไปที่เสี่ยงมา จะได้กักตัว หรือตรวจโควิด-19 ได้อย่างรวดเร็ว
ซึ่ง Application ที่พัฒนามาใช้เป็นการเฉพาะอีก 4 Application ได้แก่ (1) COVID-19 Tracker (เว็บแอปพลิเคชันที่พัฒนาขึ้นโดยบริษัท 5Lab เป็นแพลตฟอร์มรวบรวมข้อมูลผู้ติดเชื้อโควิด 19 แบบเรียลไทม์ พร้อมระบุพิกัดและรายละเอียดของผู้ติดเชื้อในประเทศไทย), (2) Away COVID-19 (มินิแอปพลิเคชันของไลน์ที่จะช่วยให้คุณเข้าถึงข้อมูลต่างๆ ซึ่งจำเป็นต่อการรับมือกับโควิด 19), (3) ใกล้มือหมอ (แอปพลิเคชันที่ให้คุณตรวจสอบอาการเพื่อตรวจคัดกรองเบื้องต้นว่ามีแนวโน้มติดเชื้อโควิด 19 หรือไม่), (4) Ooca (แอปพลิเคชันบริการให้คำปรึกษาทางสุขภาพจิตผ่านวิดีโอคอล โดยคุณสามารถเลือกจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยา) เป็นต้น
การประเมินความเสี่ยง 4 ระดับ
(1) ผู้ที่ติดเชื้อ หมายถึง เป็นผู้ที่ได้รับเชื้อจากแหล่งต่างๆ และได้รับการตรวจและวินิจฉัยแล้วว่าเป็นผู้ติดเชื้อ ทั้งที่แสดงอาการและไม่แสดงอาการ จำเป็นต้องมีการแยกกักตัว (Isolation) กลุ่มนี้แพทย์จะทำการรักษาและพิจารณาให้มีการแยกกักตัว ดังนี้ (1.1) แยกกักในสถานพยาบาล หรือ (1.2) โรงพยาบาลสนามที่จัดตั้งขึ้น หรือ (1.3) แยกกักในสถานที่อื่นที่กำหนด เช่น โรงแรมที่กำหนดและมีระบบจัดการรองรับเพื่อป้องกันโควิด หรือ (1.4) แยกกักตัว ณ สถานที่พัก (ระหว่างรอประสานเตียงว่างในสถานที่ 1-3) ข้างต้น ให้ปฏิบัติตามคำแนะนำข้างท้าย
(2) ผู้มีความเสี่ยงสูง หมายถึง เป็นผู้ที่สัมผัสผู้ติดเชื้อ ได้พบกับผู้ติดเชื้อในพื้นที่ปิด อากาศไม่ถ่ายเท อยู่ห่างจากผู้ติดเชื้อไม่เกิน 1 เมตร นานกว่า 15 นาที โดยไม่มีการป้องกัน พูดคุยในระยะ 1 เมตรนานกว่า 5 นาที ไอ จามใส่กันโดยไม่มีการป้องกัน กลุ่มนี้ต้องกักกันตัว (Quarantine) และตรวจหาเชื้อระหว่างรอผลการตรวจ หรือตรวจครั้งแรกแล้วยังไม่พบเชื้อยังต้องกักกันตัวจนครบ 14 วัน ปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด
(3) ผู้มีความเสี่ยงต่ำ เป็นผู้ที่สัมผัสหรือใกล้ชิดกับผู้ที่มีความเสี่ยงสูง กลุ่มนี้ให้คุมไว้สังเกตอาการ (Close Observation) 14 วัน หลีกเลี่ยงที่ชุมชน แยกการกินอาหาร สวมหน้ากากอนามัย เว้นระยะห่าง หมั่นล้างมือ ตามคำแนะนำ และ
(4) ผู้มีความเสี่ยงต่ำมากหรือไม่มีความเสี่ยง เป็นผู้สัมผัสหรือใกล้ชิดกับผู้ที่มีความเสี่ยงต่ำ กลุ่มนี้ไม่ต้องกักตัว สามารถใช้ชีวิตตามปกติ แต่เน้นปฏิบัติตามมาตรการสำคัญ D-M-H-T-T-A คือ เว้นระยะห่าง สวมหน้ากากตลอดเวลา ล้างมือบ่อยๆ ตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย ตรวจเชื้อโควิด-19 และใช้แอปพลิเคชันไทยชนะ/หมอชนะ
เปิด 4 เทรนด์การทำงานของโลกในยุค New Normal
เทรนด์ที่ 1 การทำงานระยะไกล (Remote Work and Virtual Meetings)
เทรนด์ที่ 2 การปรับใช้ระบบอัตโนมัติ (Automation and AI)
เทรนด์ที่ 3 การเข้าสู่แพลตฟอร์ม e-commerce มากขึ้น
เทรนด์ที่ 4 การเปลี่ยนมาเป็นแรงงานอิสระ (Self-employed / Gig Workers)
อ้างอิง
รับมือโควิด-19 ปฏิบัติตามมาตรการ D M H T T โดย จุฑามาศ ภิญโญศรี, ใน MSU Online, มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, 11 พฤษภาคม 2564, http://www.msu.ac.th/msumagaz/smain/readpost.php?mid=209
4 แอปพลิเคชันที่ควรมี! ช่วยรับมือโควิด 19, โดย ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.: BOT), ใน เจาะลึกเบื้องหลังมาตรการฟื้นฟูเพื่อธุรกิจไทย BOT, BOT MAGAZINE, พระสยาม Magazine ฉบับที่ 3/2563 (พฤษภาคม - มิถุนายน), 30 มิถุนายน 2563, https://www.bot.or.th/broadcast/BOTMagazine/2563/BOT3_63/mobile/index.html#p=54 & https://www.bot.or.th/Thai/BOTMagazine/Pages/256303_GlobalTrend.aspx & https://www.bot.or.th/Thai/BOTMagazine/Documents/PhraSiam0363/BOTMAG3_63.pdf#page=28
คนทำงานด่านหน้า-งานจำเป็น ที่จะได้รับวัคซีนลำดับต้นๆ มีใครบ้าง, Bangkok Berlin blogs books : bact’ (แบ่ค), Arthit Suriyawongkul : อาทิตย์ สุริยะวงศ์กุล, 11 เมษายน 2564, เผยแพร่ครั้งแรก 9 เมษายน 2564 บนเฟซบุ๊ก, https://bact.cc/2021/who-are-front-line-workers/
แนะประเมินระดับความเสี่ยงตัวเอง ป้องกันโควิด-19 โดย Panjawara Boonsrangsom, ในสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.), 16 เมษายน 2564, https://www.thaihealth.or.th/Content/54428-แนะประเมินระดับความเสี่ยงตัวเอง%20ป้องกันโควิด-19.html
เศรษฐกิจติดดิน : แรงงานอีสานคืนถิ่น...ปรับตัวอย่างไรในวิกฤตโควิด 19โดย ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.: BOT), ใน เจาะลึกเบื้องหลังมาตรการฟื้นฟูเพื่อธุรกิจไทย BOT, BOT MAGAZINE, BOT พระสยาม Magazine ฉบับที่ 2/2564 (มีนาคม - เมษายน), https://www.bot.or.th/broadcast/BOTMagazine/2564/BOT2_64/index.html#page=16b & https://www.bot.or.th/Thai/BOTMagazine/Pages/256402LocalEconomy.aspx
เปิด 4 เทรนด์การทำงานของโลกในยุค New Normalโดย ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.: BOT), ใน เจาะลึกเบื้องหลังมาตรการฟื้นฟูเพื่อธุรกิจไทย BOT, BOT MAGAZINE, BOT พระสยาม Magazine ฉบับที่ 2/2564 (มีนาคม - เมษายน), Cover Story, https://www.bot.or.th/broadcast/BOTMagazine/2564/BOT2_64/index.html#page=6 & https://www.bot.or.th/Thai/BOTMagazine/Pages/256402CoverStory.aspx
“รถไฟ” นำร่องส่งผู้ป่วยโควิดอีสานถึงบ้านเที่ยวแรก 27 ก.ค. 64 นี้, ประชาชาติธุรกิจ, 26 กรกฎาคม 2564, https://www.prachachat.net/property/news-724112
สธ. เปิดวิธีส่งผู้ป่วยโควิด-19 กลับภูมิลำเนา, ประชาชาติธุรกิจ, 24 กรกฎาคม 2564, https://www.prachachat.net/marketing/news-723023