เด็กดี คือเด็กที่มีความประพฤติเรียบร้อยดี เป็นคนว่านอนสอนง่าย เชื่อฟังคำของ พ่อแม่ ครู อาจารย์ ตลอดทั้งผู้หลักผู้ใหญ่ ตั้งใจศึกษาเล่าเรียนเพื่ออนาคตที่ดี ไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษทั้งลายทั้งปวง

เด็กดีที่สังคมคาดหวังต้องการ

ดร.ถวิล อรัญเวศ

         เด็กวันนี้คือผู้ใหญ่ในวันหน้า เด็กดีเป็นศรีแก่ชาติ เด็กฉลาดชาติเจริญ

          เด็กดี  คือเด็กที่มีความประพฤติเรียบร้อยดี เป็นคนว่านอนสอนง่าย เชื่อฟังคำของ

พ่อแม่ ครู อาจารย์ ตลอดทั้งผู้หลักผู้ใหญ่ ตั้งใจศึกษาเล่าเรียนเพื่ออนาคตที่ดี ไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษทั้งลายทั้งปวง 

          การเป็นเด็กที่ดี ด้วยกิริยาความประพฤติต่าง ๆ คือ

  1. ว่านอนสอนง่าย

เชื่อฟังคำสอนพ่อแม่ ครู อาจารย์ ผู้หลักผู้ใหญ่ มีวินัยในการเรียน รับผิดชอบกับ

การทำการบ้านและทำงานบ้านโดยที่ไม่ต้องให้พ่อแม่มาคอยว่ากล่าวตักเตือนตลอดเวลาหรือดื้อดึงไม่ยอมทำ วิธีนี้จะช่วยให้คุณสามารถกระตุ้นตัวเอง พึ่งพาตัวเอง และประสบความสำเร็จในการงานและชีวิตเมื่อเป็นผู้ใหญ่

  1. ฉลาดทางอารมณ์

ไม่เอาแต่ใจตนเอง ขี้โมโห หงุดหงิด โกรธง่าย อารมณ์เสียง่าย หรือเครียดจน

ไม่เป็นอันเรียน  ท่องไว้ในใจว่า “โกรธคือโง่ โมโหคือบ้า” การเรียนรู้ที่จะควบคุม

ความโกรธ เป็นสิ่งที่เด็ก ๆ ต้องตระหนักในตนเอง เมื่อรู้สึกโกรธก็ควรทำขั้นตอนง่ายๆ เช่น หายใจเข้าออกลึกๆ ให้มีสติ ระลึกได้ และสัมปชัญญะ รู้ตัวเสมอ 

  1. เฉียบคมทางปัญญา

ตั้งใจเรียนเพื่อให้มีความรู้ และการเป็นพลเมืองดี ดำรงตนในสังคม อย่างมีความสุข

แก้ปัญหาต่าง ๆ ด้วยสติปัญญา ไม่ก่อการทะเลาะวิวาท สามารถแยกแยะชั่วดีได้

  1. ยึดมั่นในสัจจะและมีทักษะในการปฏิเสธสิ่งยั่วยวน

พูดจริง ทำจริง ไม่โกหกพ่อแม่ ครู อาจารย์ ผู้หลักผู้ใหญ่ มีทักษะในการพูดจา

สื่อนสาร และสามารถใช้คำพูดในการปฏิเสธคำชักชวนจากผู้ไม่หวังดีได้

  1. คิดเป็น ทำเป็น และแก้ปัญหาเป็น

          คิดแบบอริยสัจ 4 รู้ปัญหา ทำความเข้าใจปัญหา วิเคราะห์แยกแยะเหตุแห่งปั(ญหา

นั้น ๆ ได้ เลือกวิธีในการแก้ปัญหาแบบวิญญูชน ไม่ใช้พละกำลังต่อสู้กัน และเลือกอย่าง

ชาญฉลาดในอันที่จะแก้ปัญหานั้น ๆ ได้อย่างยั่งยืน

       6. ประพฤติตนในการยึดมั่นในขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามของ

สังประเทศชาติ

          ช่วยกันสืบสานขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงาม ยึดมั่นในฮีตสิบสอง คลองสิบสี่

หรือขนบธรรมเนียมของท้องถิ่นที่เราอาศัยอยู่

           ฮีตสิบสอง คองสิบสี่ เป็นขนบธรรมเนียมประเพณีของสังคม ท้องถิ่นและประเทศชาติ 

          ฮีตสิบสอง มาจากคำสองคำได้แก่ ฮีต คือคำว่า จารีต ซึ่งหมายถึง ความประพฤติ ธรรมเนียม ประเพณี ความประพฤติที่ดี และ สิบสอง หมายถึง สิบสองเดือน ดังนั้นฮีตสิบสองจึงหมายถึงประเพณีที่สังคมท้องถิ่น ปฏิบัติกันมาในโอกาสต่าง ๆ ทั้งสิบสองเดือนของแต่ละปี เป็นการผสมผสานพิธีกรรมที่เกี่ยวกับเรื่องผีและพิธีกรรมทางการเกษตร เข้ากับพิธีกรรมทางพุทธศาสนา นักปราชญ์โบราณได้วางฮีตสิบสองไว้ดังนี้

 

เดือนอ้าย - บุญเข้ากรรม

เดือนยี่ - บุญคูนลาน

เดือนสาม - บุญข้าวจี่

เดือนสี่ - บุญพระเวส

เดือนห้า - บุญสงกรานต์

เดือนหก - บุญบั้งไฟ

เดือนเจ็ด – บุญซำฮะ หรื่อบุญชำระ

เดือนแปด - บุญเข้าพรรษา

เดือนเก้า - บุญข้าวประดับดิน

เดือนสิบ - บุญข้าวสาก

เดือนสิบเอ็ด - บุญออกพรรษา

เดือนสิบสอง - บุญกฐิน

 

            งานบุญประเพณีที่เกี่ยวข้องกับฮีตสิบสองที่สำคัญของชาวอีสาน

บุญเดือนสี่ จังหวัดร้อยเอ็ด (งานประเพณีบุญพระเวส)

บุญเดือนหก จังหวัดยโสธร (งานประเพณีบุญบั้งไฟ)

บุญเดือนแปด จังหวัดอุบลราชธานี (งานประเพณีแห่เทียนเข้าพรรษา)

บุญเดือนสิบเอ็ด จังหวัดนครพนม (งานประเพณีออกพรรษาไหลเรือไฟ) และจังหวัดสกลนคร (งานประเพณีแห่ปราสาทผึ้ง)

         คองสิบสี่ เป็นคำและข้อปฏิบัติคู่กับฮีตสิบสอง คอง หมายถึง แนวทาง หรือ ครรลอง ซึ่งหมายถึง ธรรมเนียมประเพณี หรือแนวทาง และ สิบสี่ หมายถึง ข้อวัตรหรือแนวทางปฏิบัติสิบสี่ข้อ ดังนั้นคองสิบสี่จึงหมายถึง ข้อวัตรหรือแนวทางที่ประชาชนทุกระดับ นับตั้งแต่พระมหากษัตริย์ ผู้มีหน้าที่ปกครองบ้านเมือง พระสงฆ์ และคนธรรมดาสามัญพึงปฏิบัติสิบสี่ข้อ ซึ่งเป็นหลักปฏิบัติกล่าวถึงครอบครัวในสังคม ตลอดจนผู้ปกครองบ้านเมือง

เป็นหลักปฏิบัติของพระมหากษัตริย์ในการปกครองบ้านเมือง และหลักปฏิบัติของประชาชนต่อพระมหากษัตริย์ เป็นหลักปฏิบัติที่พระราชายึดถือปฏิบัติ เน้นให้ประชาชนปฏิบัติตามจารีตประเพณี และคนในครอบครัวที่ปฏิบัติต่อกันเป็นหลักปฏิบัติในการปกครองบ้านเมืองให้อยู่เป็นสุขตามจารีตประเพณีแต่ละข้อ เป็นต้น

           

      คองประกอบด้วย

 

ฮีตเจ้าคองขุน

ฮีตท้าวคองเพีย

ฮีตไพร่คองนาย

ฮีตบ้านคองเมือง

ฮีตปู่คองย่า

ฮีตตาคองยาย

ฮีตพ่อคองแม่

ฮีตใภ้คองเขย

ฮีตป้าคองลุง

ฮีตลูกคองหลาน

ฮีตเถ้าคองแก่

ฮีตปีคองเดือน (ฮีตสิบสอง)

ฮีตไฮ่คองนา

ฮีตวัดคองสงฆ์

  1. พัฒนาท้องถิ่น สังคม ประเทศชาติ

เด็กดี ต้องช่วยพัฒนาท้องถิ่น สังคม ประเทศชาติด้วยกำลังความรู้ความสามารถ

ที่ได้เล่าเรียนมา ช่วยกันเป็นหูเป็นตาจากผู้ไม่หวังดีต่อชาติบ้านเมือง