แก่นความรู้ได้อ้างอิงจาก Hawkins DR. Healing and recovery. Carlsbad, CA: Hay House; 2009.
แก่นความรู้ได้อ้างอิงจาก Hawkins DR. Healing and recovery. Carlsbad, CA: Hay House; 2009.
แก่นความรู้ได้อ้างอิงจาก Hawkins DR. Healing and recovery. Carlsbad, CA: Hay House; 2009.

“ไม่ว่าเราจะถนัดมือข้างใด พลังงานควอนตัมฟิสิกส์กับจิตวิทยาในร่างกายมี 2 ส่วน Force ใช้พลังงานบังคับใจจนเกินไปจะต่ำกว่า 200 Kcal สัมพันธ์กับสมองเด่นซีกซ้าย - ร่างกายซีกขวาจะเน้นเป้าหมาย ความรู้ อดทนต่อความสำเร็จในทุกเรื่อง อารมณ์มั่นคง คิดเป็นระบบ ความแข็งแกร่ง กับ Power ใช้พลังงานเมตตากรุณา สัมพันธ์กับสมองเด่นซีกขวา - ร่างกายซีกซ้ายจะเน้นความอ่อนโยน รู้แจ้ง คิดสร้างสรรค์ ความรักความเข้าใจ การกลับมาดูแลตนเองให้พร้อมก่อนดูแลคนที่เรารัก ยิ่งให้ยิ่งได้รับพลังชีวิต จะสูงกว่าหรือเท่ากับ 200 Kcal ส่งผลเกิดภาวะสมดุลต่อการสงวนพลังงาน ซึ่งฝึกฝนการประเมินความต้องการให้สัมพันธ์กับแผนที่สมองคุณธรรม เราสร้างได้ จิตคิดดี”

ภาพแผนที่สมองคุณธรรม - Clearing Thought by 5 Why & Caring Felt by Why-How-What
ไม่ว่าเราจะโกหกตัวเอง/ผู้อื่น แต่ร่างกายไม่เคยโกหกเรา แนะนำให้ใส่ใจนวดต่อมไร้ท่อและนิ้วมือ
หากวันใดเราโกหกตัวเอง จงตั้งสติ รู้จริงว่าจิตของเราต้องการมองพิจารณาสีเพื่อการเยียวยาใจ

เกร็ดเล็กน้อยเรื่องโกหก มี สามสี ได้แก่ 

  1. โกหกสีขาว เริ่มเรียนรู้จริงจังในวัย 5-11 ปี เพราะการโกหกเป็นวิธีรับรู้ถึงความไม่ปลอดภัยที่จะพูดความจริง ความไม่ปลอดภัยคือ การโดนดุด่าจากพ่อแม่ครูทำให้เด็กรู้สึกละอายใจในการทำผิดพลาด ยิ่งตำหนิบ่อยครั้ง ยิ่งจำฝังใจไปตลอดชีวิต พ่อแม่ครูลอง “ลดการบอกแบบสั่งการให้ลูกทำอะไรตามที่ผู้ใหญ่คิด” และ “ใจร่ม ๆ รับฟังลูก จับประเด็นวิธีการแก้ปัญหาของลูกที่ย่อมเรียนรู้จากการทำผิดพลาดได้” แล้วให้กำลังใจลูกว่า “การทำผิดพลาดครั้งนี้จะทำให้เราเป็นเด็กดีมีความซื่อสัตย์ต่อคำพูด ผิดก็ยอมรับผิด ถูกก็บอกเหตุผล เราจะสังเกตและพูดความจริงในสิ่งที่เห็น ถ้าไม่รู้ก็ถามผู้รู้”
  2. โกหกสีฟ้า เริ่มเรียนรู้จริงจังในวัย 11-14 ปี เพราะการโกหกเป็นวิธีรับรู้ถึงความไม่ไว้ใจในครอบครัว ความไม่ไว้ใจคือ การคิดวางแผนแสดงอารมณ์อ่อนแอเพื่อหลีกเลี่ยงกฏกติกามารยาททางสังคมที่ผู้ใหญ่บอกว่า “ควรทำ/ต้องทำ” โดยไม่ให้เวลาและโอกาสการเรียนรู้ผิดชอบชั่วดีด้วยตนเองว่า “ความเชื่อที่ยึดติดอยู่นี้กำลังรอทดลองกับกลุ่มเพื่อน ๆ อย่างอิสระสมวัย” พ่อแม่ครูลอง “สื่อสารความเอาใจเขามาใส่ใจเราอย่างสม่ำเสมอ” พร้อมให้โอกาสและเวลา “รับฟังความรู้สึกและความคิดเห็นด้วยตัวของเด็กเอง ไม่ตัดสินผิดถูกใด และสร้างพื้นที่ครอบครัวเปิดใจกันอย่างปลอดภัย" ด้วยคำถามต่อไปนี้  
    • ลูกเชื่อใครและทำไม
    • ความซื่อสัตย์มีความสำคัญอะไรกับลูกบ้าง
    • ลูกเคยโกหกใครไหม ตอนนั้นลูกรู้สึกอย่างไร
    • ลูกพยายามโกหกตอนไหนบ้าง
    • ถ้าลูกบอกความจริงเรื่องการทำผิด จะมีอะไรที่แย่ที่สุดในชีวิตบ้าง
    • พ่อแม่รักลูกและอยากช่วยเหลือลูกให้คิดเอง ทำเอง ด้วยความมั่นใจ ลูกอยากให้พ่อแม่แนะนำอะไรบ้างไหม เช่น ทำอย่างไรจะหายกลัวการทำผิด ทำอย่างไรจะกล้าพูดให้อภัยกับคนที่เคยทำให้เราเจ็บใจ เป็นต้น
  3. โกหกสีฟ้าเปื้อนสีแดง เริ่มเรียนรู้จริงจังในวัย 14 ปีขึ้นไป เพราะการโกหกเป็นวิธีรับรู้ถึงความไม่เชื่อถือในข้อมูล ความไม่เชื่อถือคือ การนำเสนอเรื่องราวด้วยจินตนาการให้เก่งดูมีอำนาจเหนือกว่าผู้อื่นและได้เปรียบคู่แข่งทางสังคมด้านการศึกษา การทำงาน และการหารายได้ทางธุรกิจ จะเริ่มเปื้อนสีแดงเรื่อย ๆ หากโดยคู่แข่งเอาเปรียบ หลอกลวง ฉ้อโกง ยืมเงิน และเข้าหาด้วยความไม่จริงใจ  แนะนำให้ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อพัฒนาจิตใจให้เติบโตและผ่อนคลายภาระทางใจตามรูปภาพข้างบนอย่างต่อเนื่องตลอดชีวิตที่พอเพียง