"วันที่ต้องพูดถึงจนกว่าชีวิตจะหาไม่ ด้วยน้ำพระราชหฤทัยที่เปี่ยมล้นของ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เหมือนฟ้าประทานพร..ทำให้ชีวิตสว่างไสว ผมรู้สึกคิดได้ ทำได้ และทำดีอย่างที่ไม่ต้องมีเงื่อนไขใดๆ เมื่อผู้แทนพระองค์ได้นำกระเช้าของขวัญพระราชทานมามอบให้ผมที่โรงเรียน.."

รางวัลชีวิต....

          ครบรอบ ๔ ปีและตลอด ๔ ปีที่ผ่านมา เมื่อขับรถผ่านหน้าอบต. ผมจะพนมมือและก้มศีรษะ และทำแบบนี้อีกครั้งเมื่อรถผ่านสามแยกที่มีสัญญาณไฟจราจร ภาพพระบรมสาทิสลักษณ์เหนือแท่นบูชา ตั้งโดดเด่นเป็นที่สง่างาม ผมน้อมนบเคารพพระองค์ท่านด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณตลอดมา...

          ด้วยเป็นผู้บริหารตัวเล็กๆ ที่ไม่ได้เก่งกาจ ชีวิตที่มีแต่งานเพื่อต้องการฝึกฝนตน ชีวิตที่ห่างไกลผู้คน ที่แทบไม่เหลือใครให้ปรึกษา แต่ที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาได้ ก็ด้วยสองมือสองเท้า ให้พึ่งตนเอง ความอดทนและขยันเท่านั้น ที่จะนำพาโรงเรียนขนาดเล็กให้อยู่รอดและสู่ความเป็นเลิศ

          ผมไม่เคยต้องแคร์ใคร ไม่จำเป็นต้องสุงสิงกับใคร..เพราะชีวิตผมต้องใช้ให้เกิดคุณค่าที่สุด และไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองด้อยค่า ถ้าจะต้องบริหาร ทำงานสอน และเป็นภารโรง ทุกวัน

          ๑๕ ปี..มีแต่แนวโน้มที่ดีขึ้น ทั้งตัวเลขที่แสดงถึงค่าคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนทั้งระดับเขตและระดับชาติ ในรอบ ๖ ปีที่ผ่านมา ตลอดจนจำนวนนักเรียนที่เพิ่มขึ้น จากที่ไม่ถึง ๕๐ คน แต่ปัจจุบันเกิน ๑๐๐ คนแล้ว

          ชีวิตที่ไม่เคยคิดว่าจะต้องบินสูง แค่อยากบินให้สวยและแข็งแกร่ง แบบตรงไปตรงมาตลอดจนบินไม่ต้องห่างโรงเรียน นิสัยอาจจะไม่ดีที่ทำไม่เหมือนใคร ผมไม่เคยไปงานเลี้ยงรับเลี้ยงส่งเจ้านาย ไม่เคยให้ของขวัญเจ้านายและไม่เคยไปทัวร์เกษียณหรือดูงานโอดีกับใครที่ไหนทั้งสิ้น....

          เมื่อไม่อยากทำก็ไม่ต้องฝืน เอาที่ผมสบายใจ บอกตัวเองว่า..อย่าไปเสียเวลากับผู้คน เพราะเราต้องทำงานหนัก งานที่ทำก็ยังมีครูให้เราดูแล ทำไมเราจะต้องทิ้งครูผู้สอนที่มีอยู่ไม่กี่คนให้ยากลำบาก หน้าที่อำนวยการต้องร่วมด้วยช่วยกัน ไม่ใช่ไปแบ่งปันเวลาให้กับเรื่องไม่เป็นเรื่อง....

          คิดแบบผม ถ้าเป็นบางคนชีวิตราชการอาจก้าวช้า แต่ด้วยสติและปัญญาจากงานที่เรียนรู้..ทำให้ผมมีที่ยืนแบบที่ไม่ต้องอายใคร จะมีสักกี่คนที่เหมือนผม อายุ ๕๘ ปีแต่เงินเดือนทะลุ คศ.๔ (ซี ๙) หากผมรักษาชีวิตแบบนี้ไว้ ยังไงก็ได้เครื่องราชย์ชั้นสายสะพายแน่นอน

          หลายคนถามว่า..ทำงานขนาดนี้ ทำไมไม่ทำผลงาน ซี ๙ ก็ต้องบอกไปว่า ถ้าทำก็คงตายเร็วขึ้น หรือสุขภาพทรุดโทรมไม่เหลือเวลาและเรี่ยวแรงไว้ให้ทำงานอื่น เพราะเกณฑ์ ซี ๙ ไม่ง่ายเลย โอกาสและวาสนาคนไม่เท่ากัน  จงเข้าใจและภูมิใจในตนเอง เมื่อโรงเรียนเล็กไม่เอื้อเรื่องซี แต่ก็มีความดีให้สั่งสมมากมาย อย่างน้อยก็ไม่ต้องทิ้งงานสอน เพื่อไปทำเอกสาร มีเวลานิเทศครูและนักเรียนมากขึ้น...

          เมื่อชีวิตรู้จักพอ..เวลาของการรับราชการที่เหลือคือความสงบสุขอย่างแท้จริง อยู่กับงานที่ชอบและชีวิตที่ใช่ ซ้อมเกษียณไปเรื่อยๆ จนกว่าจะเกษียณจริงในปี ๒๕๖๖

          รางวัลและชื่อเสียงเกียรติยศตลอดระยะเวลา ๓๕ ปีที่รับราชการ ก็พอมีพอดีพองาม ทุกอย่างพร้อมและพอเพียงนานแล้ว ทั้งบ้าน รถ ยศ ตำแหน่งและที่ดินทำกิน เคยถวิลหาอาคารเรียนด้วยความเศร้าหดหู่ใจว่าทำไมภาครัฐไม่เหลียวแลโรงเรียนหนองผือที่ด้อยโอกาส แต่ไม่เคยขาดเรื่องคุณภาพ เป็นโรงเรียนที่มีวิธีปฏิบัติที่ดี(รางวัลBest Practice) มีรางวัลระดับชาติยอดเยี่ยมด้านบริหารจัดการ(Obec Awards)

          นักเรียนต้องมานั่งเรียนรวมกันในอาคารเรียนที่สร้างตั้งแต่ปี ๒๕๒๓ ถามหาความยุติธรรมกับใครไม่ได้เลย ชีวิตจึงต้อง”ปิดทองหลังพระ”เรื่อยไป ทำโรงเรียนให้ยิ่งใหญ่ด้วยศาสตร์พระราชาอย่างยั่งยืน ไม่เคยมีไม่เคยทำเรื่องผักชีโรยหน้าแม้แต่น้อย

          ๒๒ สิงหาคม ๒๕๖๐ วันที่ต้องพูดถึงจนกว่าชีวิตจะหาไม่ ด้วยน้ำพระราชหฤทัยที่เปี่ยมล้นของ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เหมือนฟ้าประทานพร..ทำให้ชีวิตสว่างไสว ผมรู้สึกคิดได้ ทำได้ และทำดีอย่างที่ไม่ต้องมีเงื่อนไขใดๆ เมื่อผู้แทนพระองค์ได้นำกระเช้าของขวัญพระราชทานมามอบให้ผมที่โรงเรียนบ้านหนองผือ

          ท่ามกลางคณะครู นักเรียน ผู้ปกครองและคณะจากธนาคารออมสินสำนักงานใหญ่ รางวัลแห่งชีวิตที่ไม่เคยคิดฝันมาก่อน เป็นผู้บริหารคนแรกของเมืองกาญจน์และเขตพื้นที่ฯก็ว่าได้ ที่ได้รับโอกาสนี้ มิใช่ว่าจะดีไปกว่าใคร แต่เป็นหมุดหมายของความเพียรและความกตัญญูต่อแผ่นดิน

          นี่คือหัวใจและที่มาของอาคารพระบารมี “อาคารออมสิน”ในชุมชนท้องถิ่นเล็กๆ ที่ผมจะสร้างเด็กและวงศ์ตระกูลของผม ให้จงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

          ผมรักในหลวง ...ขอพระองค์ทรงพระเจริญ....

ชยันต์  เพชรศรีจันทร์

๒๒  สิงหาคม  ๒๕๖๔