[review] รีวิว The Swarm ตั๊กแตนเลือด (2021 Netflix) ในโลกของภาพยนตร์ ได้มีการทำหนังที่เกี่ยวกับแมลงออกมาโจมตีเรือกสวนไร่นาแล้วมนุษย์บ่อยครั้ง ซึ่งโดยส่วนตัวแล้วผมรู้สึกว่าแต่ละครั้งนั้นทำออกมาได้ไม่ค่อยมีอะไรน่าสนใจ และไม่มีอะไรให้จดจำ แต่ครั้งนี้ netflix เขาได้เอาหนังตั๊กแตนโจมตีมนุษย์แบบฉบับของฝรั่งเศสเข้าฉาย เลยอยากจะรู้ว่าฝรั่งเศสเจ้าพ่อหนังหนังเอื่อยจะเล่าออกมายังไง และยิ่งเห็นทาง Facebook Fanpage ของ netflix เขาก็โปรโมทว่ามีฉากที่ขนลุกขนพองด้วยแล้ว ก็เลยขอดูสักหน่อย ดูซิว่าจะสมคำคุยหรือไม่ก็ขอให้ติดตามจากรีวิวนี้ได้เลยครับ
#เปิดเผยเนื้อหาสำคัญ
ดูคลิปรีวิวที่นี่
The Swarm ตั๊กแตนเลือด เล่าเรื่องราวของเวอร์จิเนีย หญิงสาวที่ทำฟาร์มเพาะตั๊กแตน เพื่อนำไปแปรรูปเป็นแป้งและโปรตีน สำหรับอาหารสัตว์ ซึ่งในระยะหลังนั้นไม่รู้ว่าเกิดอะไรกับตั๊กแตนของเธอ มีการแพร่พันธุ์ที่น้อย ผลผลิตไม่ได้ตามต้องการ แถมยังราคาตกจนขายแบบไม่คุ้มทุน
เวอร์จิเนียเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว ที่ต้องเลี้ยงลูกถึง 2 คน คนโตชื่อลอร่าเป็นเด็กสาวมัธยมอารมณ์กำลังพุ่งพล่าน กับแกสตันเด็กน้อยที่ชอบเล่นฟุตบอลและรักในแมลง เนื่องจากเธอไม่อยากให้ลูกมีปมด้อยเหมือนคนอื่น อยากให้ลูกมีกินมีใช้ แล้วต้องการพยุงครอบครัวไปให้ได้ แถมเธอยังมีความมุ่งมั่นกับการเพาะตักกะแตนของเธอ จนบ่อยครั้งที่เธอไม่สังเกตว่าลูกๆของเธอมีความต้องการอะไรหรือทำอะไรอยู่ ดังนั้นความกดดันมหาศาลจึงตกอยู่กับเธอ และทั้งหมดทั้งมวลนั้นมันก็ขึ้นอยู่กับฟาร์มตั๊กแตนของเธอนั่นเองล่ะครับ
เธอใช้ชีวิตอย่างกดดัน ต้องยืมเงินเพื่อนชายมาจุนเจือครอบครัว และยิ่งพักหลังผลผลิต ตั๊กแตนนั้นมีน้อยลง คนที่เคยซื้อเพื่อเอาไปทำเป็นอาหารสัตว์ก็ไม่พอใจกับผลผลิตที่น้อย จึงไม่ขอซื้อสินค้าจากเธออีกต่อไป ชีวิตเธอก็เหมือนกับดิ่งเหวลงสุด เธอท้อจึงขนาดที่พูดกับลอล่าว่าจะขายทุกกอย่างที่นี้ะไปเริ่มต้นใหม่ที่อื่น ซึ่งลอล่าก็พอใจมาก
แล้วจุดแตกหักของเรื่องก็คือ มีชายคนหนึ่งมาซื้อตั๊กแตนแปลรูปเพื่อเอาไปเป็นอาหารที่ฟาร์มเป็ด และ ดูเหมือนว่าจะให้ราคาที่สูง แต่ในจังหวะที่ขายกลับกลายเป็นว่า เพื่อนชายของเธอไปขอร้องให้เจ้าของฟาร์มเป็ดมาซื้อ โดยที่เพื่อนชาย ของเธอนั้นแอบจ่ายเงินในราคาส่วนเกิน เธอไม่พอใจเป็นอย่างมาก

เวอร์จิเนียวิ่งเข้าโรงเพาะตักกะแตนของเธอเอง พังชั้นวางทุกอย่าง แล้วแต่จังหวะนั้นเองมันก็เกิดอุบัติเหตุขึ้นกับเธอ แขนของเธอ ถูกบาดเป็นแผลยาว จังหวะนั้นเธอก็เหยียบบางอย่างลื่นและสลบไป เมื่อเธอตื่นขึ้นมาก็เห็นว่าฝูงแมลงที่อยู่ในโรงเพาะนั้นต่างก็มารุมกินเลือดที่แขนของเธอ
วันต่อมาเธอได้สังเกตว่าโรงเพาะตั๊กแตนของเธอมันเปลี่ยนไปจากเดิม ฝูงตั๊กแตนเพิ่มจำนวนเพิ่มมากขึ้นอย่างทวีคูณ แถมตัวมันยังใหญ่มาก และมีกำลังมากขึ้นกว่าเดิม แล้วเธอก็คิดได้ว่านี่มันน่าจะเกิดจากการที่ตั๊กแตนกินเลือดต่างน้ำเป็นแน่ เธอจึงได้ทำการทดลองในแบบของเธอก็คือ เปิดผ้าพันแผลที่แขนของเธอ แล้วก็ยื่นแขนที่เป็นแผลนั้นเข้าไปใน ห้องเพาะตั๊กแตน แล้วพวกมันก็พากันรมกินเลือดของเธอ

ตั๊กแตนในโรงเพาะเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างมหาศาล เวอร์จิเนียนำมันไปแปรรูปเป็นโปรตีนแล้วส่งขายให้กับเจ้าของฟาร์มเป็ด เธอได้เงินมาจำนวนมาก ก็ขยายโรงเพาะตั๊กแตนขึ้นอีกหลายโรง เธอสนใจแต่ตั๊กแตน เงิน การค้า และไม่ยอมที่จะย้ายบ้านอีกแล้ว ทำให้ลอร่าลูกสาวคนโตไม่พอใจเป็นอย่างมาก ลอร่าจีบโรงเพาะตั๊กแตนของแม่กรีดผ้าใบจนฝูงตั๊กแตนหลุดออกไป และแน่นอนว่าพวกมันก็ไปรุมกินสัตว์จนตาย แต่นั่นมันแพะคือสัตว์เลี้ยงของลูกชาย เมื่อเวอร์จิเนียตามไป ก็เห็นฝูงตั๊กแตนรุมกัดแทะดูดเลือด แล้วเธอก็เกิดปิ๊งไอเดียเข้าจนได้
เวอร์จิเนียหน้ามืดตามัว เริ่มไปขโมยสัตว์ของเพื่อนบ้าน ฆ่ามัน แล้วก็เอาเลือดของมันมาผสมเป็นอาหารให้กับตั๊กแตนในโรงเพาะชำกิน
เวอร์จิเนียหาซื้อเลือดสัตว์จากผู้ขายโดยตรงให้เอามาส่งถึงที่ ทุกอย่างมันเปลี่ยนไปราวกับเหวเป็นฟ้า หลังมือเป็นหน้ามือ เธอมีเงินมากพอที่จะชดเชยหลายสิ่งหลายอย่างให้ลูกของเธอได้ เธอได้พาลูกไปพักผ่อนไปเที่ยวหลังจากที่ไม่เคยได้ไปนานแล้ว ซื้อมอเตอร์ไซค์ ให้ลูกสาว และจ่ายเงินค่าเข้าแคมป์ฟุตบอลให้ลูกชายได้ แล้วเธอก็ขยายโรงเพราะตั๊กแตนของเธอขึ้นไปอีกหลายโรง

ทุกอย่างมันเหมือนจะดีขึ้น แต่นั่นมันคือสัญญาณของความเลวร้าย อยู่ดีๆ ผู้ค้าเลือดสาดก็ไม่ยอมส่งเลือดให้กับเธออีกแล้ว เพราะอ้างว่าฟาร์มของเวอร์จิเนียนั้น ไม่ได้อยู่ในระบบผู้ร่วมกลุ่มทางเกษตร และเมื่อถึงที่สุดเมื่อเธอไม่สามารถหาเลือดจากที่ไหนมาเลี้ยงตั๊กแตนจำนวนมหาศาลของเธอได้ เธอก็เริ่มทำบางอย่างที่ทวีความรุ่นแรงมากขึ้น สะท้อนถึงภาวะจิตใจด้านมืดของเธอมากขึ้น และการกระทำของเธอนั้นจะ ทำให้เกิดเรื่องเลวร้ายและโศกนาฏกรรมตามมาอีกมากมาย ซึ่งเรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไปนะ ก็ขอให้ติดตามรับชม The Swarm ตั๊กแตนเลือด จากทาง Netflix ได้เลยครับ
The Swarm ตั๊กแตนเลือด ใช้เวลาวอร์มเครื่องนานมากๆเลยครับ กว่าเราจะได้ดูเหตุการณ์ระทึกขวัญแบบเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ปาไปครึ่งเรื่องแล้ว และยิ่งเหตุการณ์ที่ถึงขีดสุดของเรื่องก็ไปแสดงอีกทีประมาณ 15 นาทีสุดท้ายของเรื่องโน้น มันเลยทำให้หนังเรื่องนี้ดูแล้วไม่สนุก
ภาพโดยรวมของหนังจึงไม่อาจเรียกได้ว่าเป็นหนังระทึกขวัญสยองขวัญอย่างเต็มปาก เพราะส่วนใหญ่ของเรื่องนั้นมันไปเสียเวลากับการเน้นเรื่องราวความดราม่าที่เกิดขึ้นภายในครอบครัวของเวอร์จิเนีย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องธุรกิจการขายตั๊กแตนแปรรูปที่ไปได้ไม่สวย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องดราม่าของลูกสาวที่ผิดใจกับเพื่อนนักเรียน ไม่ว่าจะเป็นภาวะจิตใจของตัวเวอร์จิเนียเอง และรวมไปถึงเรื่องราวระหองระแหงกันภายในครอบครัว ซึ่งเขาใส่มาจนกลายไปว่าสิ่งนี้มันคือน้ำหนักมากที่สุดของหนัง จนเราสามารถนิยามหนังเรื่องนี้ว่าเป็นหนังดราม่าที่มีฉากระทึกขวัญสยองขวัญแค่นั้นเอง
ซึ่งก็เป็นเรื่องที่น่าเสียดายมาก เพราะเอาเข้าจริง ๆ แล้ว ฉากระทึกขวัญสยองขวัญที่เขาใส่มานั้น มันน่ากลัวและ สร้างระทึกขวัญให้กับเราคนดูได้ดีเลยนะ ไม่ว่าจะเป็นการที่ตัวของเวอร์จิเนียถอดเสื้อผ้ากรีดร่างกายแล้วเดินเข้าไปในโรงเพาะให้ตั๊กแตนรุมกินเลือดทั้งตัว ฉากนี้ทำออกมาดูแล้วน่าขนลุกได้ไม่น้อยเลย หรือฉากที่เวอร์จิเนียฆ่าสัตว์แล้วเอาเลือดสัตว์ไปให้ตั๊กแตนกิน อันนี้ก็ดูระทึกขวัญดี และก็ยังมีฉากตั๊กแตนรุมกินคนจนตายคาที่ อันนี้ก็ดูน่ากลัวเช่นกัน แต่ผมว่าฉากที่เวอร์จิเนียพยายามดึงขาดึงปีกตั๊กแตนออกจากแผลเป็นที่แขนของเธอ ฉากนี้โคตรน่าหวาดเสียวมาก
แต่น่าเสียดายว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่เล่ามานี้มันเห็นแค่แว๊บเดียว แว๊บเดียวจริง ๆ นี่ถ้าาหนังเขาขยี้ไปกับสภาพทางจิตของเวอร์จิเนีย เล่นกับพฤติกรรมการกระทำของเธอเยอะ ๆ คงจะดีกว่านี้มาก หรือทำให้เห็นความร้ายกาจของตั๊กแตนให้มากกว่านี้ หรือจะเน้นความแหวะ ความสยอง ลือดเยอะ ๆ ซากศพอะไรทำนองนี้ไปเลย ให้เหมือนกับหนังยุค 80-90 เกรด B ก็ได้ ผมว่า The Swarm จะมีความน่าสนใจหลายเท่า แต่ก็พอจะเข้าใจได้อีกนั่นแหละว่า เป็นหนังทุนน้อย หลายสิ่งหลายอย่างก็ต้องตัดออก หลายสิ่งที่ควรเห็นก็ได้เห็นแบบแว๊ปเดียวนั่นแหละ

ในด้านการแสดงนั้นนักแสดงทุกคนถือว่าทำหน้าที่ได้ดี ตัวของนางเอกที่รับบทเป็นเวอร์จิเนียก็เล่นได้ดี ดูแล้วก็สงสารเธออยู่เหมือนกัน ส่วนตัวละครเด็กทั้งสองคนที่เป็นลูกของเวอร์จิเนียก็ถือว่าเล่นใช้ได้ แต่มีจุดที่น่ารำคาญก็อยู่ตรงที่พฤติกรรมของลอร่าาพี่สาวคนโตนี่แหละ ที่ทำพฤติกรรมงี่เง่าออกมาหลายครั้ง และมันก็งี่เง่าจนผิดมนุษย์มนา ผิดความเป็นสามัญที่ลูกจะกระทำกับแม่ด้วย แต่ก็พอเข้าใจละว่าวัยรุ่นอายุประมาณนี้ ถ้าผิดหวังอะไรก็ตามแล้วก็จะแสดงออกอย่างรุนแรง โดยเฉพาะผิดหวังจากคำพูดของแม่ด้วยแล้วยิ่งบานปลายไปใหญ่เลย
จุดที่ผิดหวังที่สุดของหนังเรื่องนี้ก็คือฉากจบ เพราะในเมื่อเรื่องมันดำเนินมาถึงจุดนี้แล้ว มาแสดงความบ้าคลั่งของแม่มาได้ถึงจุดนี้แล้ว มาแสดงความบ้าเลือดของตั๊กแตนมาได้ขนาดนี้แล้ว มันน่าจะจบแบบโศกนาฏกรรมไปเลย แต่นี่มันไม่ใช่ดันจบแบบสุขนาฏกรรมได้เลยเลย น่าเสียดายจริง ๆ
จากที่กล่าวมาทั้งหมดนั้นทำให้สรุปได้ว่า The Swarm ตั๊กแตนเลือด ไปได้ไม่สุดทางในด้านความระทึกขวัญสยองขวัญ เพราะหนังมันดันไปเล่นกับเรื่องราวดราม่ามากจนเกินไป แถมฉากที่เป็นจุดสูงสุดของเรื่องนั้นดันมาช้าเพียงแค่ไม่กี่นาทีท้ายเรื่องของหนังเท่านั้นเอง ส่วนตัวแล้ว The Swarm จึงกลายเป็นหนังที่น่าผิดหวังอีกเรื่องหนึ่งของ Netflix พอดูจบก็แอบคิดในใจว่า ถ้าเจ้เวอร์จิเนียเพาะพันธุ์ตั๊กแตนเอาไปทำเอาไปขายพ่อทำตั๊กแตนทอด เธอน่าจะรวยเละเลยทีเดียว
5.5/10
@Vatin San Santi

#SuperReviewChannel
#TheSwarm2021
#TheSwarmNetflix
#ตั๊กแตนเลือด