ตอนที่ ๑ ตอนที่ ๒ ตอนที่ ๓ ตอนที่ ๔
ทีมไทยที่เรียกว่า TOC ประชุมกันครั้งที่แล้วเมื่อวันที่ ๖ เมษายน ๒๕๖๔ ที่โรงแรมสุโขทัย ในช่วงที่โควิดระลอกสองซาลง และระลอกสามกำลังก่อตัว ตามบันทึก (๑) เป็นการประชุมทีมไทยที่ค่อยๆ แสดงความก้าวหน้าของทีมไทย ในการเข้าไปมีส่วนร่วมด้านสาระของการประชุม PMAC ซึ่งสร้างความชื่นใจแก่ผมยิ่งนัก
ในการประชุมครั้งนั้น ทีมไทยได้มอบหมายให้คนหนุ่มสาว ๓ คนสังกัด IHPP ทำหน้าที่เป็น rapporteur ของการประชุมกลุ่ม ๓ กลุ่มที่เกิดจาก 2nd preparatory meeting ในค่ำวันที่ ๑๗, ๑๘, และ ๑๙ เมษายน ๒๕๖๔ และทั้งสามท่านได้ทำหน้าที่ได้อย่างดีเยี่ยม ช่วยให้ นพ. วิโรจน์ ตั้งเจริญเสถียร เตรียมดำเนินการประชุม 3rd preparatory meeting ได้อย่างดีเยี่ยมเมื่อค่ำวันที่ ๒๖ เมษายน ๒๕๖๔ ตามที่เล่าแล้วใน ตอนที่ ๔
ทีมผู้ใหญ่ของไทย ที่ทำหน้าที่ร่วมกันดูแล PMAC มีเป้าหมายค่อยๆ ยกระดับบทบาทของทีมไทยในด้านสาระของการประชุม และการใช้ PMAC เป็นพื้นที่ผลิตผลงานวิชาการด้านระบบสุขภาพ โดยพยายามดึงดาวเด่นนักวิชาการระบบสุขภาพในมหาวิทยาลัย และในกระทรวงสาธารณสุข เข้ามา และค่อยๆ เห็นผลขึ้นเรื่อยๆ อย่างช้าๆ ถึงตอนนี้ ผมเห็นผลชัดเจนที่ IHPP ที่มี นพ. วิโรจน์ ตั้งเจริญเสถียร และ ดร. วลัยพร พัชรนฤมล เป็นหัวหน้าทีม ทั้งสองท่านเป็นเมธีวิจัยอาวุโส สกว.
ผมมีข้อสังเกตว่า การพัฒนานักวิชาการด้านระบบสุขภาพในโรงเรียนแพทย์ไทยทำได้ยาก เพราะโครงสร้างและวัฒนธรรมของโรงเรียนแพทย์ไทยเน้นที่การให้บริการรักษาพยาบาล และการผลิตบัณฑิต ในส่วนวิชาการก็เน้นที่ biomedical science วิชาการด้าน health systems science มีน้ำหนักน้อย เราอยากใช้ PMAC เป็นพื้นที่เปิดโอกาสให้ชนส่วนน้อยของโรงเรียนแพทย์ ที่สนใจทำงานทางวิชาการด้านระบบ ได้มีพื้นที่ทำงานพัฒนาตนเอง หาโจทย์และหาเพื่อนร่วมงานได้ง่ายขึ้น
ในการประชุมเมื่อวันที่ ๒๕ พฤษภาคม ผศ. ดร. นพ. บวรศม ลีระพันธ์ แห่งคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี เสนอเรื่อง capacity building สำหรับ global health practitioner ในประเทศไทย ผ่านกลไกการทำงานของ PMAC ทำให้ผมดีใจยิ่งนัก เพราะเป็นการเสนอของคนรุ่นใหม่ที่ทำงานด้านนี้ นำไปสู่แนวทางการพัฒนาระบบ capacity building ดังกล่าว ผ่านคณะอนุกรรมการวิชาการและการจัดการของ TOC นำโดย ศ. ดร. ชื่นฤทัย กาญจนจิตรา
ผมชี้ให้เห็นว่า PMAC คือพื้นที่พัฒนาศักยภาพดังกล่าวผ่านการฝึกปฏิบัติงาน เป็นโอกาสของคนรุ่นใหม่ที่จะได้ฝึกงานกับรุ่นผู้ใหญ่ของไทยที่มีความสามารถและเป็นที่ยอมรับสูงในวงการ global health ของโลก เช่น นพ. สุวิทย์ วิบุลผลประเสริฐ, ดร. นพ. วิโรจน์ ตั้งเจริญเสถียร, ศ. ดร. ชื่นฤทัย กาญจนจิตรา, ดร. วลัยพร พัชรนฤมล และท่านอื่นๆ
ความก้าวหน้าในการส่งเสริมคนรุ่นใหม่เห็นชัดในการประชุมครั้งนี้ ที่มีการอาสาสมัครอย่างคับคั่ง เข้ามาทำงานร่วมกับ Lead Coordinator และ Co-coordinator ของแต่ละ subtheme ในฐานะ Co-coordinator จากทีมไทย เป็นสภาพที่น่าชื่นใจ
การประชุมเคลื่อนสู่การทำงานวิชาการตาม theme ของการประชุม ที่มีการเสนอว่าต้องหาทางเชื้อเชิญคนนอกสาขาสุขภาพ เช่นเรื่องสิ่งแวดล้อม เรื่องภูมิอากาศ เรื่องเศรษฐกิจ ทั้งที่เป็นนักวิชาการและนักปฏิบัติเข้าร่วมด้วย ซึ่งจะเป็นลู่ทางให้ PMAC เป็นกลไกเชื่อมวิชาการหลายศาสตร์ของไทยมาทำงานวิชาการด้าน global health และ health systems เชื่อมกับ implementation
นอกจากนั้นยังมีการหารือกันเรื่องการใช้ PMAC ในการยกระดับคุณภาพวารสารวิชาการไทยด้วย
กลไกของ TOC ค่อยๆ เปิดช่องทางสู่การขับเคลื่อนพัฒนาการในส่วนของไทย สร้างคุณค่าที่ผมรอคอยมานาน
วิจารณ์ พานิช
๒๕ พ.ค. ๖๔