[review] รีวิว หยินหยาง: ศึกมหาเวทย์ The Yinyang Master (2021 Netflix)

[review] รีวิว หยินหยาง: ศึกมหาเวทย์ The Yinyang Master (2021 Netflix) ภาพยนตร์ที่จะนำทุกคนเข้าไปสู่โลกแห่งเวทมนตร์และปีศาจอันตระการตา มาพร้อมกับฉากแอคชั่นสุดมัน และคอมพิวเตอร์กราฟิกในระดับฝีมือของ Hollywood และนี่คือหนังจากจีนแผ่นดินใหญ่ที่จะประกาศให้โลกรู้ว่า ฝีมือของชาวเอเชียไม่แพ้ชาติใดในโลก

ดูคลิปรีวิวที่นี่

หยินหยางศึกมหาเวทย์ ว่าด้วยเรื่องราว ที่ครั้งหนึ่งปีศาจกับมนุษย์อาศัยอยู่ในแผ่นดินร่วมกัน ครั้งหนึ่งปีศาจหมู 9 หัวได้ตั้งตนเป็นใหญ่ ยกไพร่พลปีศาจต่อสู้กับมนุษย์ จนทำให้ปรมาจารย์หยินหยาง ได้สร้างกระบี่ถูซานขึ้นมาตัดหัวหลักเจ้าปีศาจงู ขาด แม้ว่าร่างกายจะสูญสลายไปแต่ดวงจิตของจอมปีศาจยังคงอยู่ ปรมาจารย์หญิงหยางจึงได้ผนึกดวงจิตของจอมปีศาจเอาไว้ในสำนักหยินหยางที่หอผนึก โดยมีศิลาเล็ดควบคุมวิญญาณของปีศาจทั้งมวล

ปีศาจที่เหลือรอดก็กลับไปอยู่ในเมืองของปีศาจ ด้านหลังจากนั้นโลกของมนุษย์กับโลกของปีศาจก็แยกกันอยู่โดยสิ้นเชิง ส่วนหอผนึกในสำนักหยินหยางนั้น เหล่าบรรยายอาจารย์และลูกศิษย์ของสำนักหยินหยางผลัดกันสวดมนต์สะกดวิญญาณ สืบเนื่องตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ส่วนกระบี่ถูซานที่ฆ่าจอมปีศาจ ก็ไปอยู่ในโลกแห่งปีศาจ เก็บไว้ในที่ที่ไม่มีใครหาเจอ

กาลเวลาผ่านไป คืนหนึ่ง ที่สำนักหยินหยาง เกิดเหตุที่หอผนึกปีศาจ ศิษย์สํานักหยินหยางตายเกลื่อนหอ เหลือแต่ฉิงหมิงเพียงผู้เดียว ซ้ำร้ายเหล่าบรรดาอาจารย์และ ไป๋หนีท่านผู้นำของสำนัก เข้ามาพบ ต่างก็คิดว่าฉิงหมิง เป็นผู้ก่อเหตุ ปลอดปล่อยเหล่าบรรดาปีศาจ ฆ่าพี่น้องสำนักหยินหยาง และที่สำคัญคือฆ่าศิษย์พี่ฉือมู่ เมื่อฉิงหมิงอธิบายก็ไม่มีใครเชื่อก็ต้องออกจากสำนัก ไปอยู่ในป่า และอนุเคราะห์เหล่าปีศาจดีเพียงลำพังถึง 7 ปี

วันหนึ่ง หยวนป๋อหย่า องครักษ์หลวงหัวหน้าขั้นเจ็ด ได้นำขบวนเหล่าทหารคุ้มกันเครื่องราชบรรณาการ ไปถวายแด่กษัตริย์ แต่ระหว่างเดินทางอยู่ในป่ากับเจอเหล่าปีศาจเข้าชิงเครื่องราชบรรณาการ และได้ประมือกับฉิงหมิง แต่ไม่อาจสู้กับฉิงหมิงผู้เป็นยอดแห่งอาคได้ เมื่อกลับวังหลวงจึงถูกลงโทษโดยการตัดยศ โดยมีข้อแม้ว่าต้องนำผู้ชิงเครื่องราชบรรณาการ เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของฉันเอง

มีวันหนึ่ง เหล่าปีศาจนกได้เข้าไปชิงศิลาเกล็ดจากสำนักหยินหยาง ซึ่งเป็นการชิงที่สำเร็จซะด้วย แต่ในระหว่างกำลังจะบินหนี ไป๋หนี่ ได้ใช้ธนูยิงจนตกในป่า เหล่าบรรดาปีศาจของฉิงหมิงเข้าชิงศิลา เจ้าพังพองปีศาจตนหนึ่งจึงกลืนศิลาเข้าไป จากนั้นอาการปางตาย ต้องช่วยกันแบกไปให้ฉิงหมิงรักษา

ฉิงหมิงดูรู้ว่านี่ถึงเวลาพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเอง มันจะทำให้ทุกคนรู้ว่าเขาไม่ได้ฆ่าศิษย์พี่ ฉิงหมิงจึงไปยังแดนปีศาจเพื่อสืบหาความจริง และไปนำกระบี่ถูซานกลับมาต่อสู้กับปีศาจ

ส่วนหยวนป๋อหย่าก็ต้องตามหาฉิงหมิงในแดนปีศาจเพื่อพาตัวมาพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเองด้วยเช่นกัน

เรื่องราวของฉิงหมิง และ หยวนป๋อหย่า จะเป็นอย่างไร เมื่อไปผจญภัยในแดนปีศาจ ใครคือผู้ที่อยู่เบื้องหลังในการช่วงชิงศิลาเกล็ดเพื่อไปปลดปล่อยจอมปีศาจงู 9 ฉิงหมิง และ หยวนป๋อหย่า จะร่วมมือกันหยุดยั้งเหตุการณ์ร้ายนี้ได้อย่างไร ขอเชิญทุกท่านติดตามรับชมต่อได้ทาง Netflix เลยครับ

หยินหยาง: ศึกมหาเวทย์ เป็นภาพยนตร์แฟนตาซีกำลังภายใน จากจีนแผ่นดินใหญ่ ที่เข้าฉายทาง netflix ซึ่งตอนแรกเองที่หนัง ประกาศกำลังจะเข้าฉาย ผมก็รู้สึกว่าเราเพิ่งดูหยินหยางไปเมื่อตอนต้นปีนี้เอง ซึ่งอยู่ในชื่อหยินหยาง ศึกมหาเวทย์สะท้านพิภพ ฉายปี 2020 ซึ่งเป็นหนังกำลังภายในแฟนตาซีที่สนุกเรื่องหนึ่งเลยทีเดียว แล้วก็ตั้งคำถามกับตัวเองว่าเวอร์ชั่นใหม่นี้มันจะสนุกเทียบเท่าได้หรือไม่ ซึ่งบอกตรงนี้เลยว่า เทียบเท่าได้ และดีกว่าเวอร์ชันปี 2020 ด้วยซ้ำ

ซึ่งผมเชื่อมั่นว่าหากใครได้ดู ก็จะต้องชื่นชอบ กับความตั้งใจที่หนังได้มอบความสนุกสนาน และความบันเทิงที่หนังมอบให้กับเรา ซึ่งในเวอร์ขั่น 2021 จะได้ตื่นตาตื่นใจกับ special effect ที่ตระการตา การออกแบบต่าง ๆ การออกแบบโลกของปีศาจทำได้ดี การใช้สีสันในภาพยนตร์ก็ทำได้เนียนตา และสวยงามมาก

แต่ที่ทำให้เพลิดเพลินใจที่สุดก็คือ การออกแบบปีศาจทั้งหมด ซึ่งมีอยู่เป็นนับร้อยนับพันตัว ซึ่งแต่ละตัวมีรายละเอียดที่น่าสนใจ บางตัวออกแบบมาซะน่ารัก บางตัวก็ออกแบบมาน่ากลัว เอาเป็นว่าแค่ดูเจ้าปีศาจต่าง ๆ นานาเดินสวนกันไปมาก็เพลินใจแล้ว ในด้านเทคนิคพิเศษและการออกแบบมี 10 ให้ 10 แน่นอน

ส่วนตัวบุคลิกของฉิงหมิง ในเวอร์ชั่นนี้ ไม่ได้เป็นคนเรียบนิ่ง มีบุคลิกของความเป็นคนซุกซน เจ้าเล่ห์ และมีคุณธรรม ในเรื่องการใช้เวทมนต์นี่เฉียบขาด เก่งกาจและมีไหวพริบดี ดู ๆ แล้วพลังและความสามารถของเขาน่ามากกว่าเจ้าสำนักหยินหยางซะอีก ซึ่งหากเทียบกับเวอร์ชันหยินหยาง ศึกมหาเวทย์สะท้านพิภพ ที่ฉายในปี 2020 ส่วนตัวแล้วผมชอบบุคลิกของฉิงหมิงเวอร์ชั่นนี้มากกว่า

มีจุดหนึ่งที่ดีมากบุคคลิกฉิงหมิง คือ หนังก็ทำให้เห็นว่า ตัวละครตัวนี้ไม่ได้เป็นมนุษย์แท้ แต่เป็นลูกครึ่งมนุษย์ลูกปีศาจ เขาสามารถเลือกที่จะเป็นปีศาจและมีพลังสูงส่งก็ได้ หรือเลือกที่จะเป็นมนุษย์เลยก็ได้ แต่วิธีการเลือกของเขานั้นมีความหมายมากกว่าว่าเขาจะเป็นอะไร แต่ฉิงหมิงเลือกว่าควรทำอะไร

และบุคลิกของ หยวนป๋อหย่า ในเวอร์ชั่นนี้ แม้จะเป็นองครักษ์ขั้น 7 แต่ฝีไม้ลายมือในการต่อสู้นั้นเป็นรองฉิงหมิงมาก เวลาที่ทั้งสองพบกันในครั้งแรกนั้นหยวนป๋อหย่าแพ้ไม่เป็นท่า และน่าอับอายไม่ใช่น้อย หนังทำให้เห็นตัวละครตัวนี้ว่า ได้เรียนรู้เรื่องเราในโลกของเวทมนตร์และปีศาจ จนท้ายที่สุดเขาสามารถรับรู้ได้ว่า ความดีความเร็วนั้นไม่ได้วัดกันที่ความเป็นมนุษย์หรือปีศาจ แต่ว่าวัดกันที่จิตใจ ซึ่งต่างกับเวอร์ชันหยินหยาง ศึกมหาเวทย์สะท้านพิภพ ที่ตัวละครตัวนี้เป็นปรมาจารย์ ปราบปีศาจและมีความเก่งกาจ

และขอบอกก่อนว่าตัวละครฉิงหมิงและหยวนป๋อหย่า ในฉบับเวอร์ชั่น 2021 นี้ เขาไม่ได้มีความสัมพันธ์กันทางใจ ในแบบเวอร์ชั่น 2020 นะ เพราะฉะนั้นคนดูแลเฉพาะกลุ่มสาววายไม่ต้องจิกหมอนดู ส่วนตัวแล้วผมชอบความสัมพันธ์แบบหลวม ๆ ฉบับเวอร์ชั่นนี้มากกว่า

นี่คือหนังจีนแนวแฟนตาซีกำลังภายใน ที่ผมดูแล้วรู้สึกว่า เป็นหนังติ่ง Marvel แสดงออกมาให้เห็นในหลายรูปแบบเช่น

การใช้พลังสร้างโล้เป็นเกราะป้องกันตนเองนั้น เหมือนกับคาถาโล่ใน Dr. strange ชัด ๆ การต่อสู้ภายในอาคารแห่งหนึ่งระหว่างฉิงหมิงกับไป๋หนี่ มีการทำให้อาคารนั้นบิดเบือนจากความเป็นจริง นี่ก็เหมือนกับการต่อสู้ในเรื่อง Dr. strange ด้วย

อีกจุดหนึ่งก็คือ การที่ตัวละครหลักเคลื่อนย้ายตัวเองจากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่งโดยการเสกคาถา มันก็เหมือนเรื่อง Thor เทพเจ้าสายฟ้า เลียบแบบการเปิดประตูไบฟรอสชัด ๆ

ฉากการต่อสู้กันระหว่างตัวละครเอกตัวหนึ่งกับปีศาจสีแดง ดูแล้วมันก็เหมือนกับฉากการต่อสู้กันระหว่าง Thor กับ Hulk ในสนามแข่งขันการต่อสู้ ในเรื่อง Thor Ragnarok

และฉากแอ็คชั่นที่มีการต่อสู้กันแบบรุนแรง ต่อยกันทีคนกระเด็นพุ่งไปชนภูเขาอย่างแรก ซึ่งมันก็เหมือนกับฉากแอ็คชั่นการต่อสู้กันใน The Avengers เรียกได้ว่าหากเราดูหยินหยาง ศึกมหาเวทย์ในฉบับ 2021 มันก็ทำให้เราหวนคิดถึงหนังในจักรวาล Marvel ด้วย

หยินหยางศึกมหาเวทย์ แม้จะมีช่วงเวลาในการฉายถึงเกือบ 2 ชั่วโมง แต่เป็น 2 ชั่วโมงที่ไม่มีความน่าเบื่อเลย ดำเนินเรื่องเร็ว กระชับ ฉับไว ช่วงที่ดีที่สุดของเรื่อง ก็คือศึกสุดท้าย เขาเริ่มตั้งแต่ 40 นาทีสุดท้ายของเรื่องเลย จัดได้ว่าเป็นหนึ่งในหนังที่สะกดให้เราตั้งหน้าตั้งตาอยู่กับหน้าจอทีวีได้ราวกับมีเวทย์มนต์

ในแง่ปรัชญาของเรื่องก็ถือว่านำเสนอออกมาได้ดี เขาได้พูดถึงเรื่องราวของชาติกำเนิด ประมาณว่าแม้คนเราไม่สามารถเลือกการเกิดได้ แต่เราสามารถเลือกการใช้ชีวิตได้ เลือกในสิ่งที่เราจะเป็นได้ ความดีความเลวไม่ได้วัดกันที่ชาติกำเนิด แต่วัดกันที่การกระทำนั่นเอง

โดยส่วนตัวแล้วแม้ว่าหนังจะมีความดีงามในหลาย ๆ แง่มุม แต่ก็มีจุดที่ทำให้หักคะแนนได้ โดยเฉพาะจุดหักเหของเรื่องที่ทำให้ตัวละครตัวหนึ่งเปลี่ยนไปจากดีเป็นเลว ผมว่าตรงตรงนั้นมันยังไม่ส่งพลังมากพอที่ทำให้เปลี่ยนแนวคิดและบุคลิกก็อย่างนั้น

และอีกอย่างหนึ่งก็คือ การต่อสู้กันในศึกสุดท้าย แม้จะมีความสนุก แต่มันก็ไม่สุด มันหยุดพูดกันซะเยอะไปหน่อย และตัวบอสใหญ่ แม้จะมีความเก่งกาจ มีพลังและตัวช่วยเสริมพลังมากมาย แต่แต่ก็ไปถึงจุดจบที่ง่ายเกินไปไม่สมกับการรอคอยเลย เนื้อเรื่องเขาไม่ได้ซับซ้อน แล้วเขาก็ไม่ได้ต้องการจะซ่อนตัวร้ายเอาไว้มากมายขนาดนั้น ดังนั้นใครมาสายเดาทาง บอกเลยเดาได้แน่นอน

่กล่าวโดยสรุป หยินหยางศึกมหาเวทย์ คือภาพยนตร์แฟนตาซีกำลังภายใน ที่มีความตื่นเต้นตระการตาในด้านภาพและการออกแบบ เนื้อเรื่องสนุกน่าติดตาม และมีบทสรุปที่ค่อนข้างน่าสนใจ เชื่อว่าหากใครชอบดูหนังแนวแฟนตาซีเช่นนี้ จะไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน

8.5/10

@วาทิน ศานติ์ สันติ

#SuperReviewChannel

#TheYinyangMaster2021

#TheYinyangMaster2021Netflix

#หยินหยางศึกมหาเวทย์

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน Super Review Channel



ความเห็น (0)