"การถ่ายภาพเป็นสิ่งที่ใครหลายๆคนชอบเป็นงานอดิเรก และวันนี้จะมาเสนอเทคนิคที่ช่วยให้คุณถ่ายภาพได้สวยมากยิ่งขึ้น"
แต่ก่อนที่เราจะไปรู้เทคนิคการถ่ายภาพเรามารู้จักประเภทของกล้องกันก่อนดีกว่าค่ะ;-)
กล้องดิจิทัลมี 4 ประเภท
1.กล้องคอมแพ็ค (Compact)
เป็นกล้องดิจิตอลที่ออกแบบมาให้ใช้งานได้ง่าย ศึกษาวิธีใช้งานเพียงเล็กน้อยก็สามารถใช้งานได้
แบบแรก (ทั่วไป) ซึ่งมีขนาดเล็กกะทัดรัด ไม่สามารถเปลี่ยนเลนส์ได้ ใช้งานง่ายส่วนใหญ่ จะมีโหมดสำเร็จรูปมาให้ เป็นออโต้ทั้งหมดสีสันดีไซน์สวย เช่น Nikon CoolPix A100 ,Canon Ixus190, Fujifilm FinePix XP-120 ราคาไม่แพง

แบบสอง (ไฮเอนด์) จะมีเซ็นเซอร์ขนาดใหญ่กว่า จะได้คุณภาพของไฟล์ภาพที่ดีกว่าคอมแพคด้วยกันและดีกว่ามือถือ เพราะเซ็นเซอร์มีขนาด1นิ้ว ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าเซ็นเซอร์คอมแพคทั่วไปหลายเท่าตัว เช่น Canon PowerShot G7X Mark II

2. กล้องดิจิตอลชนิดสะท้อนภาพเลนส์เดี่ยว (DSLR - Digital Single Lens Reflex)
เป็นกล้องถ่ายภาพดิจิตอลที่มีการพัฒนาจากกล้องขนาด 35 มม.ที่ใช้ฟิล์ม โดยมีหลักการทำงานเหมือนกับกล้องถ่ายภาพสะท้อนภาพเลนส์เดี่ยวแบบใช้ฟิล์ม จะแตกต่างกันตรงที่กล้องดิจิตอลจะใช้แผ่นการ์ดเป็นตัวรับและบันทึกข้อมูล ในปัจจุบันชนิดนี้จะมีความละเอียดของภาพสูง สามารถถอดเปลี่ยนเลนส์ได้

3. กล้องDSLR-Like
กล้องดิจิตอลที่มีรูปทรงคล้าย DLSR แต่มีขนาดเล็กกว่า ปรับตั้งค่ากล้องเหมือนDSLR แต่ไม่สามารถถอดเปลี่ยนเลนส์ แต่มีขนาดซูมมากที่ติดมาพร้อมตัวกล้องและยังมีเซ็นเซอร์ขนาดเท่ากับกล้องCompactทั่วไป เหมาะสำหรับคนเพิ่งเริ่มเล่นกล้อง

4. กล้อง Mirrorless (ไม่มีกระจกสะท้อนภาพ)
กล้องที่เอากระจกสะท้อนภาพออก ซึ่งไม่มีช่องมองภาพ มีขนาดที่เล็กกว่า DSLR มาก ได้เปรียบเรื่องการพกพาที่ใกล้เคียงกล้องคอมแพค คุณภาพไฟล์รูปเหมือนกับ DSLR ทำให้ในปัจจุบันกล้องมิลเลอร์เลสได้รับความสนใจจากกลุ่มนักถ่ายภาพมาก

การถ่ายภาพจากกล้องดิจิตอลเบื้องต้น
- การถ่ายภาพอาหาร
1.เลนส์ ระยะเลนส์ที่มีผลต่อภาพ
28 mm. — 35 mm.
เป็นเลนส์ไวด์ หรือเลนส์มุมกว้าง เหมาะมากสำหรับการถ่ายจากด้านบน (flat lay) เพราะเก็บภาพอาหารได้เต็มโต๊ะ โดยที่ไม่ต้องยืนบนโต๊ะถ่าย หรือไว้ถ่ายภาพอาหารแบบไม่ได้เจาะจงแค่ตัวอาหารในจาน (Environmental Food Photography) แต่เก็บบรรยากาศเรื่องราวรอบจานไว้ด้วย


50 mm.
เป็นระยะควรมีสำหรับการถ่ายอาหาร เพราะจะละลายพื้นหลังได้ดีและจับจุดโฟกัสได้ดี สามารถถ่ายได้ทั้งเอียง 45 องศา, ถ่ายจากด้านบน (flat lay)

ที่มารูป: https://medium.com/@poretmoreE

85 mm.ขึ้นไป
เป็นระยะที่น่าสนใจมาก จะช่วยทำให้อาหารโดดเด่นมากเนื่องจากจะทำให้อาหารใหญ่ขึ้น

2.แสงธรรมชาติ
เพราะแสงธรรมชาติมีความสว่าง เป็นธรรมชาติและไม่ดูปรับแต่งเกินไป ถ้าหากไปร้านอาหาร คาเฟ่ แนะนำว่าควรนั่งริมหน้าต่าง เพราะจะได้แสงธรรมชาติและปริมาณแสงมากกว่าโต๊ะอื่น


3.POINT OF VIEW
ใช้background ในการช่วยเล่าเรื่อง เล่าบรรยากาศหรือสถานที่ที่ไปท่องเที่ยวมาได้จากรูปที่เราถ่าย จะทำให้ภาพที่ถ่ายนั้นมีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น


- การถ่ายภาพวิว (landscape)
1.เข้าใจถึงช่วงเวลาที่มีผลกับแสงและสถานที่
เรื่องเวลาสำคัญมากกับการถ่ายภาพ Landscape เพราะว่าสภาพแสง ลักษณะของแสงเปลี่ยนไปตามช่วงเวลา แสงตอนเช้าและแสงตอนเย็นไม่เหมือนกัน ดังนั้นภาพถ่ายที่เราต้องการควรเลือกว่าจะไปถ่ายมุมไหนตามเวลาที่มีโทนสีที่ดูมา

2.ฝึกใช้เทคนิค LONG EXPOSURE
เทคนิค Long Exposure เป็นการถ่ายภาพเพื่อลาก Speed Shutter ให้นาน เมื่อกล้องเก็บภาพด้วยความเร็วชัตเตอร์นานแบบนี้
แสงก็จะเริ่มเป็นเส้น และพวกน้ำตกก็จะเป็นเส้นเหมือนกัน สิ่งสำคัญ คือ เรื่องของการถ่ายมันจะแตกต่างกัน ดังนี้
ช่วงกลางวันจะไม่สามารถลากความเร็วชัตเตอร์นานได้ เว้นแต่จะเจอสภาพแสงดี อาจจะได้สัก 1-3 วินาที เพราะแสงเยอะเกินไป
ช่วงกลางคืน สามารถถ่ายแบบlong exposure ได้เต็มที่ เนื่องจากแสงน้อย แต่ต้องเลือกว่าจะถ่ายอะไรในตอนกลางคืน เช่น ดาวหมุน
หรือภาพNight scape เป็นต้น

ที่มาข้อมูล :https://www.photoschoolthailand.com/10-tips-for-landscape-photography/
- การถ่ายภาพคน (Portrait)
1.จัดองค์ประกอบภาพ
จะช่วยทำให้ภาพดูมีความน่าสนใจมากขึ้น เช่น การใช้องค์ประกอบแบบจุดตัดเก้าช่อง กฎสามส่วน ฉากหน้า ตลอดจนการใช้โทนสีเองก็เป็นการจัดองค์ประกอบอย่างหนึ่ง สีของภาพที่กลมกลืนจะให้ความรู้สึกที่ไหลไปทางเดียวกัน เช่น เขียวและฟ้า

2.โฟกัสที่ดวงตา
จัดองค์ประกอบไว้ก่อน จากนั้นจึงเลื่อนจุดโฟกัสไปหาดวงตาตัวแบบเพื่อโฟกัสแล้วกด ถ่ายภาพได้ ดวงตาจะเป็นตัวกำหนดอารมณ์ของตัวแบบได้เลยว่าตัวแบบรู้สึกยังไง กำลังต้องการสื่อสารอะไรออกมาให้คนที่ดูภาพนี้รู้สึก

ที่มาข้อมูล : https://www.photoschoolthailand.com/10
การถ่ายภาพจากกล้องมือถือเบื้องต้น
- การถ่ายภาพอาหาร
1.เอียงกล้อง
ในการถ่ายภาพบางครั้งก็ไม่จำเป็นต้องถ่ายให้ตรงเพียงอย่างเดียว แต่สามารถใช้ร่วมกับการเอียงกล้อง เพื่อทำให้ภาพดูมีลูกเล่น และมีมิติมากขึ้น

ที่มารูป :https://www.akerufeed.com/trend-life/30-food-photo-tips

2.ใช้โหมดหน้าชัดหลังเบลอ
มือถือบางรุ่นจะมาพร้อมกับโหมดถ่ายหน้าชัดหลังเบลอ (Wide Aperture) หากมือถือของคุณมีโหมดนี้ก็แนะนำให้ใช้ถ่ายภาพอาหารอย่างมาก

3.ลองถ่ายมุมสูง
อาหารบางจานถ้าลองถ่ายจากมุมสูงลงมาอาจจะดูสวยกว่า เช่น พิซซ่า ชาบู หรืออาหารที่มีลวดลาย แต่ก็ต้องระวังเรื่องเงาด้วยถ้าถ่ายในที่ที่ไม่ใช่แสงธรรมชาติ หรือถ้าหากมีอาหารหลายจานก็เหมาะจะถ่ายจากมุมสูงลงมาเช่นกัน

- การถ่ายภาพคน (Portrait)
1.พื้นหลังต้องไม่รบกวนและดึงความสนใจออกจากตัวแบบ
จะถ่ายในหรือนอกตัวอาคาร ภาพพื้นหลังไม่ควรจะแย่งความโดดเด่นออกจากตัวแบบ พยายามหาพื้นหลังที่สีเรียบ หรือไม่ก็เป็น pattern ไปเลย และอย่าให้มีจุดดึงสายตาออกไป เช่น คน สัตว์ อยู่พื้นหลัง


2.เปิดใช้งาน GRID เพื่อช่วยในการวางตำแหน่ง และจัดองค์ประกอบภาพ
เปิด Grid ขึ้นมา หรือเปิดตัวช่วยในการจัดองค์ประกอบภาพ เพื่อให้จัดภาพได้ตามสัดส่วน เช่น จุดตัดเก้าช่อง ให้วางตัวแบบอยู่บนจุดตัด หรือถ้าเป็นสัดส่วนทองคำ ก็วางวัตถุในจุดที่กำหนดไว้ให้

- การถ่ายภาพStreet
1.เคลื่อนที่อยู่ตลอดเวลา
เมื่อถ่ายภาพ street นั้น วัตถุจะไม่ได้มาอยู่ตรงหน้าเราตลอดเวลาจึงต้องมองหาวัตถุหรือแอคชั่นที่น่าสนใจ ถ้านั่งอยู่ที่เดียวโอกาสจะได้รูปน้อยมาก พยายามเดินไปให้รอบบริเวณนั้น

2.ดูฉากหลัง
สิ่งที่อยู่หลังวัตถุ (subject) ที่จะถ่ายมีความสำคัญมาก หลายครั้งที่ฉากหลังช่วยเพิ่มความน่าสนใจให้ภาพ แต่บางครั้งหากเลือกฉากหลังไม่ดีก็อาจทำให้ภาพที่ได้น่าสนใจน้อยลง

3.ใช้แสงธรรมชาติ
แสงเป็นเรื่องสำคัญมากสำหรับช่างภาพทุกประเภท ใช้แสงธรรมชาติหากเป็นไปได้และใช้แสงตอนเช้าตอนพระอาทิตย์ขึ้นและตอนเย็นพระอาทิตย์ตก จะเป็นเวลาที่ดีในการถ่าย

"เพื่อนๆ คงเห็นเทคนิคการถ่ายภาพจากข้างต้นที่นำเสนอมาแล้ว จะเห็นว่าหากเรารู้เทคนิคในการถ่ายภาพก็จะทำให้ภาพที่ถ่ายออกมานั้นดูดีมากยิ่งขึ้นเลยค่ะ หวังว่าทุกคนจะลองนำเทคนิคข้างต้นไปปรับใช้ตามความสนใจของทุกคนได้นะคะ"