ICT. กับการพัฒนาเศรษฐกิจพอเพียง

     นิตยสาร "ไทม์ " รายสัปดาห์ที่ทรงอิทธิพลในอเมริกา ได้ประกาศให้ยกย่องบุคคลแห่งปีให้ YOU หรือ “คุณ” แทนที่จะยกย่องคนหนึ่งคนใด ปีนี้เขายกทั้งโขยงให้ชาว IT.ทั้งหลาย ที่เป็นทั้งผู้ใช้และผู้สร้างเว็ปไซต์ในอินเตอร์เน็ททั่วโลก เป็นบุคคลแห่งปี

    นับตั้งแต่ปีค.ศ.2000-2600 มีประชากรเน็ตเพิ่มขึ้นถึง200เปอร์เซ็นต์ ล่าสุดเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา มีประชากรชาวเน็ตทั่วโลก 1,076 ล้านคน จากประชากรโลก 6,500 ล้านคน อันดับหนึ่งชาวเน็ตเอเชียมีจำนวน 378 ล้านคน ในจำนวนนี้เขานับรวมชาวเน็ทKM.ไว้ด้วยอย่างแน่นอน ดังนั้นท่านพันธมิตรชาวบล็อกKM.ทั้งหลายจงรับรู้เถิดว่า..ท่านนั้นเป็นบุคคลแห่งปีของนิตสาร “ไทม์ “ ไปแล้วละจ้า

   พูดถึงเรื่องเน็ตกับคนบ้านนอกคอกนาอย่างผมนั้น เรื่องICT.ดูเหมือนจะออเร่อไปก็เป็นได้ แต่ด้วยความที่เป็นคนชอบของใหม่ จึงสนใจเรื่องคอมพิวเตอร์อย่างมาก

   เมื่อประมาณ 10 ปีมาแล้ว ช่วงที่ได้ทำโครงการโรงเรียนชุมชนอีสาน ร่วมกับสถาบันชุมชนท้องถิ่นพัฒนาของท่าน อาจารย์ใหญ่ ศ.เสน่ห์ จามริก ในสมัยนั้นเครื่องมือสื่อสารด้านเทคโนโลยีเพิ่งจะโผล่หน้าเข้ามา นึกออกไหมครับ

  • โทรศัพท์แบบกล่องอาหารกลางวันของเด็ก

  • กล้องถ่ายรูปแบบดิจิตอลเพิ่งจะเข้ามา

  • เครื่องพริ้นเตอร์ราคาเป็นแสน

  • ใช้เครื่องฉายสไลน์ ที่ใช้สไลด์เป็นแผ่นๆ

  • คอมพิวเตอร์ยังแพงและโปรแกรมต่างๆยังทึนทึก

   ทุกอย่างแพง เทอะทะ ใช้ยาก แต่เพราะความคันเทคโนโลยี ผมจึงไปซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์ขนมาจากกรุงเทพฯ มาถึงก็ลองเรียนรู้ด้วยตนเองเป็นส่วนใหญ่ ไม่มีหรอกที่จะไปซื้อคู่มือมาอ่าน หรือไปเข้าอบรมเรียนลัดเรื่องนี้ มาถึงก็ก้มหน้าก้มตาจิ้มๆไปที่คีบอร์ดแบบเลอะเทอะไม่ง้อระบบการทำงานของเครื่อง ..ต่อให้วิทยาการทันสมัยแค่ไหนก็ตาม ถ้าคนใช้เป็นพวกหลังเขาอย่างผม มันไปด้วยกันไม่ได้ คอมพิวเตอร์เครื่องแรกจึงพังต่อหน้าต่อตา เพราะไม่รู้แม้แต่การจะเปิด-ปิดว่าจะต้องทำอะไรบ้าง ผมยกเครื่องไปให้ร้านที่กรุงเทพฯดู เขาบอกว่าอย่าซ่อมเลย มันไม่ใช่คอมพิวเตอร์แล้ว มันเป็นคอมพิวต๋อย!

   สุดท้ายก็ยกเอาเครื่องใหม่มาอีกเครื่องหนึ่ง คราวนี้มีประสบการณ์แล้วละครับ วิ่งถามคนโน้นคนนี้ให้เขาสอนวิธีการใช้คอมพิวเตอร์เบื้องต้น ค่อยฝึกค่อยเรียน บังเอิญว่าช่วงนั้น ดร.สรยุทธ รัตนพจนาถ (เอเชีย) มาอยู่โยงทำวิทยานิพนธ์ที่นี่ 2 ปี  ก็พอได้อาศัยไปถามกล้อมแกล้มเรียนรู้ ไม่ใช่แบบพึ่งตนเองนะครับ เพราะตนเองไม่มีอะไรจะให้พึ่งได้เลย คงเรียกว่าถูไถไปอย่างทรหด

     ช่วงที่ทำโครงการโรงเรียนชุมชนอีสาน นับเป็นความโชคดีมหาศาลที่อาจารย์นฤมล ปราชญ์โยธิน จากคณะศิลปศาสตร์ ธรรมศาสตร์ พานักศึกษาปริญญาโทมาทำระบบสารสนเทศท้องถิ่น ผมได้เรียนรู้ศาสตร์ใหม่ๆว่าด้วยระบบข้อมูลชุมชนจากจอมยุทธสารสนเทศ

 

   

     ในปี ค.ศ.2001 ธนาคารโลกจัดประกวดในหัวข้อเรื่อง

     “การใช้ICT.พัฒนาชนบท”

      มหาชีวาลัยอีสานส่งโครงการเข้าประกวด ในหัวข้อ “ระบบสารสนเทศท้องถิ่นอีสาน” มีผู้ร่วมประกวดประมาณ 100 คนทั่วประเทศ วันประกาศผลการประกวดที่โรงแรมแชงกีรา ฯพณฯนายอนันท์ ปัญยารชุณประธานในพิธี ประกาศชื่อโครงการระบบสารสนเทศท้องถิ่นอีสาน ไปรับรางวัล ผลที่ได้จากรางวัลครั้งนั้น ทำให้ผมมีเครื่องมือในการทำงาน เช่น โน้ตบุกส์ เครื่องฉาย LCD. กล้องถ่ายรูป

   แต่กว่าจะเอาเงินรางวัลไปซื้อของพวกนี้ได้ เราต้องต่อรองกับสถาบันคีนันแห่งเอเชีย เพราะเขาต้องการให้ใช้เงินในการฝึกอบรมมากกว่า แต่ด้วยเหตุผลที่ว่า คนทำงานต้องมีเครื่องมือในการทำงานบ้าง จะให้ใช้น้ำลายกับกำปั้นเป็นอุปกรณ์พัฒนาคงไม่ไหวละครับ มันจะกลายเป็นพวกตกยุคไป

       หลังจากนั้นชาวมหาชีวาลัยก็เรียนรู้เรื่อง ICT.นอกระบบเรื่อยมา จนกระทั้งมาทำงานโครงการจัดการความรู้ระดับชุมชน ทำให้เรามีโอกาสพัฒนาอุปกรณ์ได้ในระดับที่พอทำงานได้สะดวกขึ้น เช่น ติดตั้งจานดาวเทียม ดึงสายโทรศัพท์จากหมู่บ้านเข้ามาเป็นระยะทาง 2 กิโลเมตร ช่วงนี้ติดตั้งไวเลส เพื่อการฝึกอบรมเรื่องการใช้บล็อก ตอนนี้เรามีนักบล็อกที่ผ่านการอบรมเพิ่มมากขึ้นเรื่อย หลายคนกำลังท่องวิทยายุทธ์อย่างสนุก

    ท่านอาจารย์ใหญ่ น.พ.วิจารณ์ พานิช ได้ให้ข้อคิดเห็นว่า มหาชีวาลัยอีสานควรจะทำแผนงาน ICT.เศรษฐกิจพอเพียง โดยประสานงานกับกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อนำระบบการสื่อสารโทรนาคมมาเป็นเครื่องมือในการพัฒนาชนบท เรื่องนี้มหาชีวาลัยพยายามขายความคิดไปที่

• กระทรวงศึกษาธิการ

  • กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
  • • สำนักงานประเมินคุณภาพและมาตรฐานการศึกษา (สมศ.)

    • คุรุสภา

    • เครือข่ายพันธมิตรวิชาการ

    • นักจรยุทธทางเน็ต

        ในการที่จะนำระบบบล็อกที่ชาวKM.ดำเนินการอยู่นี้ ไปเป็นเครื่องมือในการพัฒนา/วัด/ประเมินผลระบบการศึกษาและการพัฒนาสังคม ท่านอาจารย์คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา ได้คุยเรื่องนี้ในที่ประชุมสภาการศึกษาแห่งชาติ ว่าจะเปิดเว๊ปไซด์ให้ชาวศึกษาธิการได้สื่อสารเพื่อการพัฒนาระบบการศึกษา ส่วน (สมศ.) ถ้าเอาระบบบล็อกเข้าไปช่วยในการวัดประเมินผล จะช่วยให้ระบบการประเมินการศึกษาแบบมีส่วนร่วม แต่ก็ไม่ทราบว่าท่านเจ้าสำนักรับลูกแค่ไหนอย่างไร แต่ที่แน่ๆคุรุสภา ทำน่าว่าจะเอาจริงกับเรื่องนี้ คุณกรรณิการ์ บารมี มาหารือแล้วเห็นว่าน่าจะลองทำอะไรใหม่ๆกันบ้าง ไม่แน่นะครับนวัตกรรมเรื่องบล็อกอาจจะตั้งไข่ได้ที่คุรุสภาเป็นแห่งแรกก็ได้ ..ถ้าฟ้าสีทองผ่องอำไพ..วันใด จะส่งข่าวให้ชาวบล็อกKM.ไปช่วยเติมเต็มความรู้ร่วมกันให้ระเบิดเทิดเทิงดีไหมครับ.

       จากโจทย์ที่ท่านอาจารย์ใหญ่ชี้แนะเรื่อง ICT.เพื่อเศรษฐกิจพอเพียง เรื่องนี้เรามีแผนงานเชิงรุกไว้แล้วครับ เท่าที่เข้ามาสู่สนามบล็อกในช่วงสั้นๆ ก็พบว่าที่เรื่องบล็อกไม่ขยายเท่าที่ควร เป็นเพราะระบบการใช้การเข้าถึงยังต้องใช้ความรู้ความตั้งใจพอสมควร ทำให้คนเป็นโรคขยาดIT.จะแหยงและไม่อยากยุ่ง

      มีวิธีเดียวที่จะช่วยกันขยายผลก็คือการจัดฝึกอบรมการใช้อินเตอร์เน็ต ให้คนที่เรียนรู้แล้วไปสอนต่อคนใกล้ตัวไปเรื่อยๆ จะทำให้พลเมืองชาวบล็อกKM.แพร่พันธุ์ได้อย่างรวดเร็ว เราจึงบรรจุการฝึกอบรมเรื่องนี้ไว้ในตารางกิจกรรมเสริมสภาพพร่องความรู้ของมหาชีวาลัยอีสาน

       ในการดำเนินการในระยะที่ 2 เราจะใช้ระบบบล็อกเป็นเครื่องมือในการพัฒนากิจกรรมและติดตามผลอย่างเต็มที่ ท่านอาจารย์ใหญ่และคณะ ส.ค.ส. โปรดตามเรื่องได้ทุกฝีก้าว รวมทั้งชาวบล็อกKM.ทุกท่านด้วยนะครับ ขอเชิญชวนมาให้คำแนะนำ หรือถ่ายเทความรู้ระหว่างกันได้ไม่อั้น ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป.