ผมเอาบทความคิดให้แตกต่างที่เคยลงในวารสารชมรมinternet kmitl หรือเว็บที่ไหนซักแห่งเมื่อปี 2000 มาลงให้ท่าน ๆ ดูอีกครั้งว่า ความคิดผมถูกผิดหรือมีข้อเสนอแนะติติงได้เลยครับ

"เพื่อนๆอาจจะนึกภาพไม่ออกว่า คิดให้แตกต่างของผมหมายถึงอะไร ถ้าเคยขับรถไปต่างจังหวัด จะเห็นถนนบางช่วงมีของขายเช่น ไกย่าง หรือปลาย่าง ( พูดแล้วน้ำลายไหล ) จะสังเกตได้ว่าของแต่ละร้านนั้นมีสินค้าเหมือนๆ กัน เอาละครับส่วนแบ่งทางการตลาดของเราก็จะน้อยไปด้วย ถนนสายนั้นก็มีของแบบนี้ขายทั้งสาย แบบนี้ถือว่าคิดไม่แตกต่างครับ คุณอาจจะต้องปิ้งปลาไปโยนปลาไปแล้วตั้งชื่อร้านว่าปลาลอยฟ้า หรือไม่ก็ทำที่ปิ้งไก่ย่างเป็นแบบชิงช้าสวรรค์ให้แปลกตากว่าร้านไหนๆ เออ..เล่านิดนึงและกัน ตอนเด็กผมไปตลาดกับแม่ มีร้านขายไก่ 5 ดาวอยู่ 2 ร้าน ทั้ง 2 ร้านนี้โปรโมชั่นเหมือนกัน ราคาเท่ากัน แต่มีที่แตกต่างตรงที่ว่า ร้านแรกเป็นที่ย่างไก่บนตระแกรงเหล็กธรรมดา ส่วนอีกร้านเป็นร้านที่ใช้การย่างไก่แบบชิงช้าสวรรค์ เด็กๆส่วนใหญ่ก็มักจะบอกพ่อแม่ให้ไปซื้อร้านที่ 2 กัน รวมทั้งผมด้วย นั้นก็เป็นตัวอย่างหนึ่งที่เจอในชีวิตจริง การที่คุณคิดแบบตามๆ ก็คงจะต้องเป็นผู้ตามที่แข็งแกร่งและพร้อมจะกระโดดล้ำหน้าสิ่งที่เราตาม

       และปัญหาสำคัญที่เกิดการตามๆ กันไปคือ การที่ผู้จัดทำเว็บไซต์ยังไม่ทราบว่าจะทำเนื้อหาอะไรดี จึงได้อิงความสำเร็จของผู้อื่นเพื่อที่จะเป็นเป้าหมาย การเอาเยี่ยงอย่างผมถือว่าเป็นสิ่งดีในตอนเริ่มต้น แต่การที่จะเอาเยี่ยงอย่างตลอดไปนั้นทางธุรกิจคงเป็นไปไม่ได้ แต่การคิดให้แตกต่างอาจจะเจอกรณีคิดแตกต่างประเภทหลุดโลกบางทีก็จะเกิดความเสี่ยงขึ้นเหมือนกัน ทำให้เราต้องคิดแล้วต้องทำได้ด้วย สุดท้ายนี้ต้องขอบอกว่าคิดแล้วต้องทำเลย เพราะว่าถ้าคุณเกิดคิดๆ แล้วดันมีชาวบ้านคนไหนไม่รู้อาจจะคิดก่อนเราหรือคิดหลังเรามาทำตัดหน้า พอตอนนี้แหละความเจ็บใจก็จะบังเกิดแล้วเฝ้าแต่ถามตัวเองว่า “ ทำไมเราไม่ทำนะ” หรือจะบอกว่าเราคิดก่อน อันนี้คุณอาจจะคิดจริงแต่ในสังคมนั้นเขาก็จะถือว่าคนที่ทำผลงานนั้นแหละคิดคนแรก