
“เราไม่รู้แม้แต่น้อยว่ามีคนไปนอนอาบแสงจันทร์กันอยู่ เรานึกไม่ถึงว่าจะมีใครในโลกชอบอาบแสงจันทร์เพราะแสงจันทร์บ้านเรามีเหลือเฟือ ถ้ามันมีค่านำไปแลกเป็นอาหารได้เราคงไม่ต้องออกมาเสี่ยงโชคกันไกลบ้านถึงเพียงนี้และบัดนี้โชคที่ว่านั้นเราก็ไม่มีโอกาสได้เสี่ยงอีกแล้วเพราะพวกเรากลายเป็นลูกไก่ในกำมือของท่านแล้ว ท่านจะบีบก็ตาย จะคลายก็รอด”
ล่ามผู้ไร้จรรยาบรรณ คือหนึ่งในเรื่องสั้นจากหนังสือ อาถรรพ์ภาพวาดเสือดำ เป็นการเขียนเล่าเรื่องราวของชายหนุ่มสามสหายที่ได้ไปทำงานต่างบ้านต่างเมือง อยู่ในที่ที่ไม่มีใครรู้จัก แต่ชายหนุ่มทั้งสาม ต้องพบเจอกับเรื่องราวที่เผชิญสำหรับการไกลบ้านห่างเมืองที่เคยหลับนอน เพื่อมาขายแรงงานแลกกับเงิน ที่ต้องส่งให้กับคนที่รออยู่ข้างหลัง หากจะกล่าวว่าในความโชคร้าย ก็ยังคงหลงเหลือความโชคดีอยู่บ้าง
ในเรื่องสั้นล่ามผู้ไร้จรรยาบรรณ ผู้เล่าเรื่องเปิดเรื่องโดยการบรรยายถึงบรรยากาศในยามค่ำคืนเดือนหงาย เป็นการเปิดเรื่องที่ทำให้ทราบถึงตัวละครดำเนินเรื่อง ที่จะนำพาผู้อ่านเข้าสู่เรื่องราว ของชายหนุ่มนักเสี่ยงโชคจากต่างแดน ที่ต้องเสี่ยงโชคกันไกลถึงประเทศซาอุดิอาระเบีย ผู้เล่าเรื่องเขียนเล่าเรื่องราวเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดที่ต่างประเทศ โดยตัวละครคือชายหนุ่มคนไทยสามคน ผู้เล่าเรื่องเลือกใช้ชนชั้นขายแรงงานเพื่อเป็นภาพแทนของคนไทยในต่างแดน ที่ต้องออกไปทำงานที่ต่างประเทศเพื่อหาเลี้ยงครอบครัว ทว่าผู้เล่าเรื่องจะอ้างถึงข่าวของนาย เกรียงไกร เตชะโม่ง ที่ได้ทำงานอยู่ในพระราชวัง แต่ความโลภกลับบังตาจนเป็นเหตุทำให้ ขโมยเพชรซาอุ จนเป็นประเด็นร้อนของสังคมไทย ที่ต้องตกเป็นเป้าสายตาของชาวซาอุดิอาระเบีย จากที่กล่าวมาข้างต้น อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้ผู้เล่าเรื่องเลือกใช้ภาพแทนของคนไทย ทว่าจะเป็นเหตุทั้งหมดที่ผู้เล่าเรื่องนำมาเขียนเสียหมดก็คงจะไม่ใช่ แต่ถึงอย่างไรก็ตาม สามหนุ่มนักเสี่ยงโชคคนไทยยังคงเป็นสัญลักษณ์ประเทศไทยที่มีนิสัยรักสนุกจนไม่คำนึงถึงความเดือนร้อนในภาพภาคหน้า จนก่อให้เกิดเรื่องราวทั้งหมด แต่ในเรื่องร้าย ๆ ที่ผู้อ่านได้สัมผัส ก็ยังคงหลงเหลือความเป็นคนไทยที่ผู้เล่าเรื่องนำเสนอผ่านตัวละครที่ชื่อ ลุงเงิน ความเป็นไทยที่กล่าวถึงนี้ คือลักษณะนิสัยของคนไทยที่ชอบช่วยเหลือกัน และด้วยความที่ลุงเงินเองก็เป็นคนไทยเหมือนอย่างสามหนุ่มตัวละในเรื่องนั่นเอง ที่เป็นประเด็นสำคัญในการดำเนินเรื่องของตัวละคร ในส่วนของความสมจริงของเรื่อง ซึ่งเรื่องราวที่ผู้เล่าเขียนขึ้นมานี้ เป็นเรื่องราวที่มีความสมจริงในบางตอนของเรื่องและมีเหตุการณ์ที่ใกล้เคียงกับเรื่องราวนี้มีอยู่จริง จากที่เป็นข่าวประเด็นร้อนในเรื่องคนไทย ที่ได้ไปขโมยเพชรซาอุดิอาระเบีย กระทั้งโดยจับและติดคุกเป็นเวลา สามสิบปีในประเทศไทย