918. “ช่วยทุนนิยมด้วยยยยย (Saving Capitalism)”


“Saving Capitalism” หรือภาษาไทยน่าจะเป็น ช่วยทุนนิยมด้วยมันจะตายแล้ว เป็นสารคดีที่น่าสนใจเกี่ยวกับทุนนิยมที่สร้างปัญหาในอเมริกา เนื้อหามาจากหนังสือชื่อเดียวกัน แต่งโดย Robert Reich ท่านเคยเป็รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในยุคของบิลล์ คลินตัน ที่พยายามต่อสู้เพื่อความเท่าเทียมกัน ต่สู้ไม่ไหว เลยลาออกแล้วออกมาเขียนหนังสือ เดินสายเผยพร่ความคิด

อาจารย์อาจารย์บอกว่า 

ดูให้ดี ทำไมประเทศที่รวยที่สุดในประวัติศาสตร์โลก กับมีคนที่ถูกทอดทิ้งมากขึ้น เช่นผู้หญิงตัวเล็กๆ ทำงานสามอย่างได้เงิน 1,200 เหรียญ แต่เมื่อได้เงิน 900 หมดไปกับค่าเช่าบ้าน 

อเมริกาไม่มีระบบประกันสุขภาพที่ดี นักศึกษาเป็นมะเร็ง พอเป็นบริษัทประกันก็เริมส่งจดหมายมาขอยกเลิกความคุ้มครอง ทำให้ต้องจ่ายค่ายา 3,000 เหรียญต่อเดือน ซึ่งทำงานสามเดือนถึงได้ 

ล่าสุดเรื่องโควิทอันนี้ผมเห็นในข่าว ป่วยเข้าโรงบาลไป 60 กว่าวัน เจอเรียกเก็บ 1.1 ล้านเหรียญ หรือ 33 ล้านบ้าน โอว พระเจ้าช่วยกล้วยทอด เกษตรกรจนลงมาก แทบอยู่ไม่ได้ ปัจจุบันอินเตอร์เน๊ตใรอเมริกาบางที่ก็ยังห่วย จากข่าวถึงขั้นมีการลงโฆษนาด่าบริษัทในหนังสือพิมพ์ 

ทำไมครับ เพิ่งรู้ว่าบริษัทพวกนี้ไปล๊อบบี้รัฐสภา พากันออกกฏหมายที่ทำให้พวกเขาไม่ต้องปรับปรุงเทคโนโลยี หรือโครงสร้างพื้นฐานบ่อยๆ อเมริกาไม่ควรเป็นเช่นนี้ แล้วสาเหตุมาจากอะไรอาจารย์บอกว่ามาจาก Crony economy คนกลุ่มจำนวนไม่มาก ที่มีเงินแล้วใช้เงินสร้างอำนาจทางการเมือง ให้การเมืองควบคุมทิศทางการตลาด ให้ตัวเอง เป็นความร่ำรวยที่ไม่ได้มาจากการเสี่ยง 

Cronyism คือพวกพ้องนิยมนั่นเอง น่ากลัวไหมง่ายๆ คือ เพื่อประโยชน์ของคนกลุ่มเล็กๆ โดยมองข้ามคนกลุ่มใหญ่จากการวิจัยค้นพบว่าถ้าคุณเป็นคนธรรมดาสามัญ คุณแทบไม่มีโอกาสในกฏหมายใหม่ๆ เลย คนรวยเท่านั้นที่มีสิทธิเมื่อผมตามดูก็ค้นพบว่ามีการวิจัยว่าประเทศไหน Crony Economy มากที่สุด น่าตกใจครับเพื่อนบ้านเรา มาเลย์สูงสุดในโลก 90 กว่าเปอร์เซ็น ตามมาด้วยอินโด 

ไทยประมาณไม่ถึง 30 ยังดีอยู่ แต่ก็เห็นชีวิตเรายากขึ้นเรื่อยๆ จนลงเรื่อย อันนี้ถ้ายังเป็นแนวโน้มแบบนี้ น่าทบทวนกันแล้วครับ อาจารย์ใช้ชีวิตที่เหลือเผยแพร่แนวทางนี้ และหวังว่าคนรุ่นใหม่จะทำให้อเมริกากลับมาเป็นบ้านเมืองดีอีกครั้ง มีคนถามแล้วจะทำอย่างไรล่ะ อาจารย์บอกว่าเราต้องทำในส่วนของเรา ต้องเรียกร้อง ต้องไม่ยอม ต้องไม่เงียบเนื่องจากเป็นผู้รายมาจากสายธุรกิจชัดๆ ที่ร่วมมือกับนักการเมือง แล้วเราจะไปไงต่อ 

ผมเองในฐานะที่ในสายธุรกิจ รู้สึกสะเทือนใจมากๆ นี่คนในสายธุรกิจกลายเป็นปีศาจเลยน่ะ จากมุมมองของปรมาจารย์ทางสายจิตวิทยาเชิงบวก ท่านอาจารย์ Csikszentmihalyi ท่านเขียนหนังสือเรื่อง Good Business หรือธุรกิจที่ดีงาม ที่รวบรวมแนวคิดของนักธุรกิจสำคัญๆ ของโลก อาจารย์บอกว่าธุรกิจที่ดีงามมีองค์ประกอบสามอย่างคือ 

1. ไม่เห็นแก่ตัว 

2. ช่วยให้พนักงานได้ดึงศักยภาพสูงสุดออกมา ให้เขาอยู่ในสภาวะลื่นใหล คือดื่มด่ำลืมวันเวลากับงานและชีวิต FLOW เป็นภาวะที่คนได้ทำงานที่ท้าทาย แต่ก็มีศักยภาพสูงพอจะทำให้สำเร็จ จากการที่เขาได้ใช้จุดแข็ง (จุดแข็งคือสิ่งที่เราทำได้ดี และยิ่งทำยิ่งมีพลัง) 

3. มีปณิธาน (Purpose) คือทำอะไรเพื่อยกระดับทำให้สังคม ทำให้โลกดีขึ้น คือประมาณว่าไปไกลกว่าการสร้างกำไรในระยะสั้น และการสร้างชื่อเสียงสนองตัณหาตัวเองเท่านั้น 

หากตอบโจทย์สามข้อนี้ได้ จะเกิดผลกระทบสร้างข้อที่ทรงพลังมากๆ คือคนมีความสุข องค์กรเติบโต สังคมยั่งยืน แถมโตด้วยตัวร้ายที่มีอิทธิพลต่อการเมืองอเมริกานี่สอบตกทุกเรื่อง ทำยังไงครับ ยารักษาโรคมะเร็ง 100,000 บาท ค่ารักษาโควิท 30 ล้านบาท พังหมดครับ เลยไม่แปลกที่อาจารย์ต้องลาออกจากรัฐบาล มาต่อสู้เพื่อคนยาก สำหรับบริษัทที่ดีงาม (Good Business) 

อาจารย์ยกตัวอย่างบริษท Patagonia ที่ผลิตเสื้อผ้าอุปกรณ์ outdoor ปีนเขา ที่เน้นบอกเลยว่า “ไม่จำเป็นอย่าซื้อของเขา” เพราะมีของเขามากก็ทำให้ผลิตมาก เพราะ โลกจะร้อน นี่ nerd มากๆ ที่นี่ใช้ Organic 100% เน้นผลิตสินค้าที่ทนมาก และรับซ่อมตลอดชาติ คือใช้ไปกี่ปี พังก็ซ่อมให้ สำนักงานใหญ่ใช้ พลังงานแสงอาทิตย์ นี่เป็นบริษัทที่ผมบอกเลยตำราอเมริกา ทุกยุคพูดถึงบริษัทนี้มาก พอๆ กับ Apple เท่าที่อาจารย์สัมภาษณ์และรู้จักที่นี่มาค้นพบว่าเข้าสามข้อข้างบน เลยไม่แปลกถูกล่าวขวัญว่าเป็นบริษัทที่ดีมากๆ ล้ำมากๆ ไม่ยอมเอาบริษัทเข้าตลาดหุ้น เพราะกลัวจะเสียจุดยืนด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และเจ้าของบอกว่า “ปลาโลมา” นี่แหละคือหุ้นส่วนบริษัท ดูต่อต้านสังคม แต่ก็โตเอาโตเอา เจ้าของก็ทำงานที่โต๊ะทำงานตัวเก่า เครียดก็ไปเล่นกระดานโต้คลื่น 

มาในไทย ที่ผมเห็นว่ามีปณิธาน (Purpose) ก็ได้แก่ บริษัท EcoloTech ที่สร้างมาเพื่อเปลี่ยนโลก ผมลองเข้าไปดู website ของที่นี่ จะ nerd หน่อย บริษัท Ecolotech นี่สร้างนวัตกรรมที่สร้างสรรค์สุดขั้ว เพื่อแก้ปัญหาโลกร้อนโดยตรง เช่น Skygiver เครื่องผลิตน้ำจากอากาศ ที่ตอบโจทย์ความต้องการน้ำดื่มบริสุทธิ์โดยไม่ต้องมีขวด และอื่นๆที่กำลังคิดค้นเช่น กลุ่มหุ่นยนต์ปลูกป่าด้วยเทคโนโลยี AI เพื่อสร้างป่าให้กลับคืนมาอย่างรวดเร็ว ตอนนี้ที่เห็นออกมาขายจริงคือ Skygiver เครื่องผลิตน้ำจากอากาศ น่าสนับสนุนมากๆ ผลิตจากอากาศจริงๆ แต่ที่ผมไม่รู้คือซื่อสัตย์ไหม เห็นแก่ตัวไหม ผมว่าไม่น่า แต่จะดึงจุดแข็งคนมาใช้เต็มที่ไหม ไม่แน่ ผมหวังว่าจะได้ ซึ่งถ้าครบได้นี่จะไปไกลแน่ๆ 

ก็หวังว่าประเทศไทยจะมีบริษัทแบบนี้เยอะๆ และมีอิทธิพลมากพอที่จะสร้างอิทธิพลเชิงบวกให้กับสังคมไทย ผมว่า Crony Economy นี่ น่ากลัวมาก ผมเคยอยู่องค์กรที่ไม่เอาพวกพ้องและเป็น Good Business จริงๆ ผู้นำซื่อสัตย์ ไม่เห็นแก่ตัว และทำเพื่อปณิธานบางอย่าง ผมรู้สึกได้ ผมเห็นชัดว่ามการดึงจุดแข็งคนมาใช้อย่างเป็นระบบ ไม่มีก็ไปดึง ไปสร้างเครือข่ายขึ้นมา ผมยังจำบรรยากาศได้ มันสุดยอดมากๆ นั่นคือ Organization Development Institute (ODI) ของมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ  ทุกวันนี้ไม่ได้อยู่ที่นั่นแล้ว แต่ ODI ก็ยังสุดยอดเหมือนเดิม เท่าที่รู้มา และผลการทำงานกับ ODI ครั้งนั้น ก็ยังส่งผลถึงทุกวันนี้ มันได้เติบโต มันไปไกลมากๆ 

ในทางตรงข้ามผมก็เคยอยู่องค์กรที่เป็น Crony Economy เอาพวกเป็นตัวตั้ง ไม่สนใจ มีอุดมการณ์ มีนอกมีใน รู้เลย ไม่มีการดึงพลังคนมาใช้ มันนิ่งๆ หลายๆ ปี คิดแค่ระยะสั้น ไม่มองไกล ไม่ต้องหวังเลย ไม่รู้ทำเพื่อใคร ที่สำคัญไม่ได้ยกระดับอะไรในสังคมให้ดีขึ้น ทำให้เสียโอกาส น่ากลัวมากๆ 

นี่แค่ในระดับองค์กรน่าขนลุกถ้าคนประเภทนี้ไปมีอิทธิพลกับรัฐสภา ผมเห็นภาพเลยตอนนี้มีครับ แต่ถ้ามากไปเราอาจกลายเป็นสหรัฐอเมริกาที่เริ่มพังในหลายส่วน ไม่ใช่ประเทศที่น่าอยู่อีกต่อไป 

ผมฝันเห็นเราจะมี Good Business เกิดขึ้นในไทยเป็นแสนๆ บริษัท โลกคงไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ประเทศของเราจะน่าอยู่ และอยู่ง่าย ขึ้นเรื่อยๆ คนเป็นโรคภัยไข้เจ็บน้อยลง สภาพแวดล้อมดีขึ้น คนมีความสุขขึ้น สังคมน่ารักขึ้น ลูกหลานชาวนาพากันบอกพ่อแม่ว่าเขาจะไปเรียนหนังสือในเมือง ไปหาความรู้ ผจญภัยไปทั่วโลก แล้วกลับมาทำนา จะมาคิดค้นให้ไทย ได้ข้าวต่อไร่สูงที่สุดในโลก แล้วมีชีวิตอย่างน่าอิจฉาอยู่ในชนบท หมอไทยจะว่างงานมากขึ้น เพราะคนพากันมีสุขภาพดี มีศีลมีธรรม 

คุกกลายกลายเป็นสนามฟุตบอล เพราะคนไม่เข้าคุกอีกต่อไป เพราะยาเสพติดอยู่ไม่ได้ เจ้าของบ่อนหันมาขายผักปลดสารพิษ เพราะทำมาหากินไม่ขึ้น แถมเหงา ไม่มีใครที่ไหนอยากเป็นเพื่อนด้วย 

มันจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อ Crony Economy หมดไป หรือมีอิทธิพลน้อยลง และ ธุรกิจที่ดีงาม อย่าง Ecolotech มากขึ้น จริงไหมครับ 

คุณล่ะคิดอย่างไร 

โดย ดร.ภิญโญ รัตนาพันธุ์ Purpose Story

หมายเลขบันทึก: 688862เขียนเมื่อ 10 กุมภาพันธ์ 2021 10:17 น. ()แก้ไขเมื่อ 10 กุมภาพันธ์ 2021 10:17 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี