912. เรียนอิคิไก จาก Netflix ตอน “Everyday A Good Day ”


“Everyday A Good Day ” เป็นหนังที่ไม่ได้อยากดูแต่แรก แต่ความที่ศึกษาเรื่องอิคิไก มานาน แล้วในหนังสืออิคิไกมักจะพูดถึงพิธีชงชา ผมก็เลยจำเป็นต้องดู แต่ดูแล้วหนังที่เนิบๆ ปนคิ๊กคุอาโนเนะ กลับเริ่มมีเสน่ห์ น่าติดตาม จนจบแล้วยังรู้สึกอยากดูอีกรอบ จนหันไปเชียร์ลูกสาวว่า ไปเรียนพิธีชงชานะลูก เป็นอะไรที่แปลกนึกไม่ถึง Bravo มากกกกกก

ตัวหนังพูดถึงสุภาพสตรีสาวน้อยคนหนึ่งกับเพื่อนที่เรียนจบมาแล้วต้องหางานทำ แต่ก็ต้องสับสนเพราะงานในระบบของญี่ปุ่นที่เพื่อนๆ รุ่นเดียวกันอยากทำคือไปเป็นพนักงานซาลารี่แมน ไต่เต้าไปเรื่อยๆ ไปประจำการต่างประเทศ จนกลายเป็นผู้บริหารแล้วเกษียณ

แค่นี้เองเหรอ เธอไม่รู้สึกมีใจแม้แต่น้อย

เธอพูดออกมาคำหนึ่งคือ

“ถ้าไม่ Move มันจะ worth of living ได้อย่างไร”

หมายความว่า ถ้าสิ่งที่ทำไม่ทำให้เรารู้สึกมีพลัง ไม่ตื่นเต้น เราจะรู้สึกชีวิตนี้มันมีค่าได้อย่างไร

แต่แล้วก็โชคดีที่แม่ชวนไปเรียนชงชา อืมรู้ไว้ก็ดี.. นี่เองที่เธอรู้สึกดีกับชีวิต

ตอนแรกก็ทำผิดทำถูกแต่เธอก็ไปเรียนเรื่อยๆ และค้นพบว่าพิธีชงชานี่เยียวยาชีวิตเธอเลย


ถ้าคุณดูคุณจะเห็นพิธีชงชาตามฤดูกาลต่างๆ และมักมีคำคม เขียนเป็นอักษรศิลป์เป็นปรัชญาประกอบเป็นภาพ ในบ้านครูสอนชงชา เช่น ให้ฟังเสียงฝน...

ในตอนที่นางเอกเศร้า เหงา บ่ง... ชาและคำคมนี้ทำให้เธอได้คิด

ไม่ว่าจะอกหัก เพื่อนแต่งงาน แต่เธอไม่ได้แต่ง หรืออะไรก็ตามที่เกิดขึ้นในชีวิต พิธีชงชากล่อมเกลา และดึงเธอกลับมาเสมอ

ท้ายๆ ...ครูสอนว่า

"การชงชาทุกครั้งไม่ว่าจะชงคนใหม่ คนเดิม สามี หรือเพื่อนจะคนเดิมๆกี่ครั้งต้องทำให้ดีที่สุด ให้ได้ความรู้สึกว่าอาจไม่ได้เจอกันอีกแล้วในชาตินี้”


ถามว่าผมชอบอะไรเรื่องนี้ นอกจากความดื่มด่ำกับการชงชา ผมยังได้สองเรื่อง เรื่องแรกคือ ถ้าคุณไปดูเรื่อง "อิคิไก" อีกเรื่องคือ "อิชิโอะ อิชิเอะ"

สำหรับอิคิไก ผมนึกถึงหนังสือเรื่อง The Little Book of Ikigai ที่เขียนโดยเคน โมงิ อาจารย์เคนบอกว่าอิคิไก อคือเหตุผลของการมีชีวิตอยู่ อิคิไกอธิบายปรากฏการณ์ที่ว่ามนุษย์มีความสุขและรู้สึกชีวิตมีความหมาย (มีค่า)

อิคิไกไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องเงิน อิคิไกครอลคลุมตั้งแต่เรื่องเล็กๆ ไปจนถึงการกู้โลก อาจารย์เน้นว่าจริงที่การมีอิคิไกอาจทำให้เราสำเร็จ แต่การประสบความสำเร็จไม่ได้เป็นเงื่อนไขที่ทำให้เกิดอิคิไก

ใช่แล้วนางเอก ไม่อยากทำงานตามระบบเพราะไม่รู้สึกถึงอิคิไกนั่นเอง ... แต่อะไรที่ทำให้นางเอกมีอิคิไก คือทั้งได้ความสุขและมีความหมาย นั่นคือพิธีชงชานั่นเอง .. เธอไปติดต่อกัน 30 ปี ทุกเสาร์

จนครูอายุทะลุ 100 เลยบอกว่านางเอกควรมาเป็นครูนะ เพราะ “การสอนคนอื่นก็ได้สอนตัวเองไปด้วย”

อาจารย์เคนยังบอกด้วย อิคิไกประกอบด้วยเสาหลัก 5 ต้น คือ การเริ่มต้นเล็กๆ ปลดปล่อยตัวเอง สอดคล้องและยั่งยืน ความสุขกับสิ่งเล็กๆ และการอยู่ตรงนี้ ตอนนี้ คุณจะเห็นว่านางเอกเมื่อชงชา มันเข้าเงื่อนไขนี้หมด..

อีกเรื่องที่เริ่มพูดถึงกันมากขึ้น คือในหน้าที่ 89 อาจารย์เคนบอกว่า อิคิไก ยังเชื่อมโยงถึงคำว่า Ichio Ichie ที่ประมาณว่า One Lifetime One Meeting คืออะไรครับก็คือให้ปฏิบัติต่อการเจอคนที่อยู่ตรงหน้า เหมือนกับจะไม่มีวันได้เจออีกแล้ว ..

ใช่ไหมใครจะไปรู้ คนที่คุณรักที่อยู่ตรงหน้า พรุ่งนี้อาจล้มหายตายจากไป แล้วคุณก็ค้นพบว่าทำไมคุณไม่ทำให้ดีตอนนั้นนะ... ดังที่ในหนังครูบอกว่า "การชงชาทุกครั้งไม่ว่าจะชงคนใหม่ คนเดิม สามี หรือเพื่อนจะคนเดิมๆกี่ครั้งต้องทำให้ดีที่สุด ให้ได้ความรู้สึกว่าอาจไม่ได้เจอกันอีกแล้วในชาตินี้”

ว๊าวๆ ดีมากๆ เป็นทัศนคติที่ดีมากๆ ..คิดดูสิครับว่าเรามองข้ามคนที่เรารัก หรือแม้กระทั่งลูกค้าเราไหม .. คิดดู ลูกค้า มนุษย์ทุกคนที่อยู่ตรงหน้า ถ้าเรามีสติ พยายามใส่ใจเขาแบบชนิดที่ว่า ถ้ามีอะไรเกิดขึ้น ไม่ได้เจอกันอีก ทุกๆ ครั้งคือความทรงจำที่ดี นี่มันจะวิเศษขนาดไหน

ผมดูและตามอ่านเรื่อง Ichio Ichie ต่อนี่อ้าปากค้างเลยครับ ในหนังสือเรื่อง The Book of Ichigo Ichie: The Art of Making the Most of Every Moment, the Japanese Way บอกว่า “สิ่งที่เราพบเจออยู่จะไม่มีวันเกิดขึ้นใหม่อีกครั้ง เราต้องให้คุณค่ามันทุกขณะเหมือนประหนึ่งเรากำลังเจอขุมสมบัติ” ประมาณนี้

มันว๊าวมากๆครับ ล้านว๊าวเลยเรื่องนี้ แนะนำครับ

วิเคราะห์เพิ่มเติม: สังเกตุอีกว่านี่ไม่ใช่อิคิไก ที่เอาไว้หางานทำ เป็นงานอดิเรก แน่นอนสามสิบปีต่อมากลายเป็นอาชีพของนางเอก (เป็นนักเขียนมีตัวตนจริง) แต่แล้วงานอดิเรกนี่มันยังไงนะ มันจะทำให้เรามีชีวิตที่มีค่าได้ไง เอาเป็นว่านางเอกอยู่ในนรก (งานประจำ) แล้วค่อยมาเจอสวรรค์ทุกวันเสาร์ เหรอ.. ไม่ใช่ม๊าง...

ใจเย็นครับ หนังไม่ได้เล่าถึงขนาดนั้น

แต่ผมเอาเหตุการณ์จริง สมัยเรียนเตรียมอุดม ผมมีเพื่อนสาวกลุ่มหนึ่งสามคน สองคนไปเรียนหมอ อีกคนไปเรียนทันตะจุฬา คนเรียนทันตะ ตอนเลี้ยงรุ่น เจอหน้ากันเธอบอกว่าจะไม่ไหวแล้ว จะไปเอ็นท์ใหม่ เกรดไม่ถึงสองจะไปไม่รอดแน่ ก็นึกว่าจะทำจริง กลับมาอีกรอบ กลับพบว่าเธอยังเรียนอยู่ แต่ไม่พอคราวนี้เธอ Happy เธอบอกเกรดดีด้วย ตอนแรกไม่ชอบทันตะ อยู่ดีมาเรียนได้ดี เลยถามว่าจุดเปลี่ยนมันอยู่ตรงไหน..

เธอบอก "บังเอิญเครียดมากตอนนั้น แต่ไม่รู้คิดไง ชอบภาษาอังกฤษ เลยไปลงเรียน British Council ที่อยู่ติดทันตะ จุฬา ประมาณเป็นงานอดิเรก.. เธอได้ที่หนึ่งของชั้นเรียน ได้เจอเพื่อนเจ๋งๆ ดีๆ จากคณะอื่นๆ ไม่รู้เป็นไง อยู่ดีๆ มันทำให้มีความสุขขึ้น เรียนทันตะรู้เรื่องขึ้น ไปไปมามาเลยหันมาฮึด"

คราวนี้รุ่งเลย..

นี่ครับงานอดิเรก อาจเปลี่ยนนรกเป็นสวรรค์ได้ ผมเชื่อว่านางเอกน่าจะเจอสภาวะเดียวกัน เพื่อนผมและนางเอกในเรื่อง ค้นพบอิคิไกได้จากงานอดิเรก ที่ทำไปทำไป ทั้งตัวงานและแวดวงคนในวงงานอดิเรกได้ช่วยเยียวยาชีวิตในโลกภายนอก แล้วกลายไปส่งเสริมกันขึ้น

ระยะหลังเวลาคนมาให้ผมช่วยหาอิคิไกให้ ผมจะให้เขามองหางานอดิเรก ที่อาจทำเพื่อตนเองหรือเพื่อคนอื่นไปด้วย (จิตอาสา)

แต่ถ้าจะหาอาชีพก็ไม่มีปัญหา มันเสริมกัน เอาเป็นว่าขอให้เป็นอิคิได้ คือคุณทำแล้วมีความสุข แล้วชีวิตมีค่า ใช่เลยครับ

มาถึงตอนนี้มาหาอิคิไก เพื่อสร้างงานอดิเรกกัน อาจารย์เคน โมงิไม่ได้สอนละเอียด แต่อาจารย์ให้แนวทางไว้ว่า เริ่มจากสิ่งเล็กๆ อะไรคือสิ่งเล็กๆ ที่คุณทำแล้วมีความสุข สนุกครับ

ผมเองเช่นการสอนหนังสือ
การอ่าน
การ Consult
ดูหนัง
ทำไปเลย ทำมากๆ
ฟังธรรมะ
การเขียน Blog

แล้วผสมอิชิโอะ อิชิเอะ เช้าไป ต่อไปสอนใครก็เต็มที่สุด ประหนึ่งจะไม่ได้เจอกันอีกแล้ว เอาให้มันสุด...

แล้วสิ่งเล็กๆของคุณล่ะคืออะไร

แล้ววันนี้คุณอิชิโอะ อิชิเอะยังครับ

ด้วยรักและปราถนาดี

โดยดร.ภิญโญ รัตนาพันธุ์ 

IKIGAI School

หมายเลขบันทึก: 688675เขียนเมื่อ 1 กุมภาพันธ์ 2021 11:23 น. ()แก้ไขเมื่อ 1 กุมภาพันธ์ 2021 12:19 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี