”เงินตราท้องถิ่น” (local currencies) คือสิ่งที่สามารถใช้แลกเปลี่ยนในท้องถิ่นหรือสถานที่นั้น ๆ ถ้าหากพูดในระดับประเทศก็จะมีสกุลเงินตราของแต่ละประเทศ อย่างประเทศไทยของเราก็คือ "เงินบาท" แต่คำถามก็คือเงินตราถึงท้องถิ่นในทางพุทธเศรษฐศาสตร์ คืออะไร..?

คำตอบก็คือ... "ไม่มี" เพราะเรามีแต่ให้ มีแต่เสียสละ แม้แต่ตัวตนของเราก็ยังไม่มี...

ชีวิตกว่า ๑๔ ปีที่ไม่มีเงินในการแลกเปลี่ยน ชีวิตนี้ก็อยู่มาได้ เพราะพระพุทธองค์ตรัสในศีล ๒๒๗ ข้อว่าไม่ให้มีเงินหรือรับไว้ซึ่งวัตถุที่ใช้แทนเงิน แม้กระทั่งให้คนอื่นถือไว้ก็ยังไม่ได้

แล้วชีวิตดำเนินอย่างไร..?

ดำเนินด้วยระบบ คือ "ทาน ศีล ภาวนา"

เมื่อประชาชนมีการให้ทาน เราก็มีกิน มีใช้ ถ้ามีมากก็แบ่งปัน เผื่อแผ่ออกไป ทานธรรมดา ๆ นั้นก็จะกลายเป็น "สังฆทาน" คือ ทานเพื่อสงฆ์ เมื่อสงฆ์มีพอแล้ว ก็เผื่อแผ่ไปยังอุบาสก อุบาสิกาอยู่ที่ปฏิบัติอยู่ในสถานที่เดียวกัน ถ้าเหลืออีกก็แบ่งให้ประชาชนทั่วไป หรือเรียกง่าย ๆ ว่าไล่ไปตามศีล ตั้งแต่ผู้ที่ถือศีล ๒๒๗ ศีล ๑๐ ศีล ๘ ศีล ๕ บุคคลผู้ไม่มีศีล จนกระทั่งสัตว์เดรัจฉาน...

เศรษฐศาสตร์ตามวิถีพุทธในสถานที่ที่ปฏิบัติตามธรรมวินัยอย่างเคร่งเครัดเป็นอย่างนี้

เราสามารถมีชีวิตอยู่ได้โดยไม่ต้องใช้เงินแม้แต่บาทเดียว คืออยู่ได้จนกว่าจะตาย และเวลาตายก็เผาให้ฟรีอีกต่างหาก

ดังนั้น เงินตราท้องถิ่นตามวิถีพุทธ คือ ศีล คือข้อวัตรปฏิบัติ กลิ่นของศีลนั้นหอมทวนลม จะอยู่ไกลแค่ไหน อยู่ในถิ่นทุรกันดารเพียงใด ก็จะไม่ยากไร้ ผู้ที่มีศีลจึงสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ในสังคมแห่งพุทธะนี้ได้ยั่งยืน

การไม่เก็บสะสมอาหาร หรือแม้แต่สิ่งของจึงเป็นฝึกจิตใจแห่งการให้ในวิถีพุทธ

หากเรามีมาก เราก็เผื่อแผ่เจือจานซึ่งกันและกัน มีน้อยก็ใช้น้อย มีมากเราก็ใช้พอดี ส่วนเกินเราก็แบ่งปันในกับทุกชีวีทั้งมนุษย์และสรรพสัตว์ทั้งหลาย

หากจะต้องการเห็นภาพในเชิงสัญลักษณ์ว่าอะไรล่ะคือ "เงินตรา" ในทางพุทธศาสนาก็คือขันธ์ทั้ง ๕ นี้นี่เอง

เรามีชีวิตอยู่ที่นี่ เราอยู่ได้เพราะเรามีข้อวัตรปฏิบัติ

เรานำร่างกายนี้มาทำความดี กวาดวัด ล้างห้องน้ำ ทำความสะอาด ทำกับข้าว ทำครัว แล้วแต่ความถนัดหรืออายุสังขารของแต่ละคน

เรามีหัวดี ๆ มีความรู้ มีปัญญา ก็นำมาออกมาใช้ ออกมาพัฒนา

คนเราจะมีความสุขได้ต้องเสียสละ... เราเสียสละเราถึงจะมีปัญญา... เรามีปัญญา เราเสียสละ เราถึงจะมีความสุข... นี่เป็นตรรกะง่าย ๆ ที่หมุนเป็นกงล้อแห่งชีวิตประจำวันคือทุกท่านพึงกระทำ


เรามีร่างกายอยู่เพื่อให้ เพื่อเสียสละ 

เรามีลมหายใจอยู่ก็เพื่อให้ เพื่อเสียสละ

ตื่นขึ้นมาทุกเช้าเราก็ต้องคิดเสมอว่า วันนี้เราจะให้อะไรแก่ใครได้ เราจะเสียสละอะไรแก่ใครได้บ้าง

เราใช้ใจที่ดีเป็นสื่อกลางในการที่จะสืบสานความสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน


หากเงินตราคือกระดาษ นภาอากาศคือเศรษฐศาสตร์อันยิ่งใหญ่

หากความดีคือสื่อกลางแห่งจิตใจ Demand และ Supply นั้นไซร้คือ การให้ และการเสียสละ... 

หมายเหตุ...

อุปสงค์ (Demand) คือ ความต้องการที่จะให้ หรือความประสงค์ที่จะให้ผู้อื่นเป็นสุข เป็นความจิตที่เกิดขึ้นในจิตใจ

อุปทาน (Supply) คือ การแสดงออกทางกาย และวาจาที่เห็นเป็นรูปธรรมจากจิตใจของผู้ให้ นั้นคือ "การเสียสละ..."