
“
ความแตกต่าง
แท้จริงแล้ว
เป็นจุดประกายของความโดดเด่น...
”
ชีวิตมหัศจรรย์ของออกัสต์ แม้ว่าจะดูเหมือนเรื่องราวธรรมดา แต่เนื้อหาซาบซึ้งกินใจเป็นวรรณกรรมเยาวชนของอาร์.เจ.ปาลาซิโอเขียนขึ้นเพื่อเสริมสร้างพลังบวกและแนวคิดอันเหมาะสมแก่เยาวชนจวบจนการนำไปปรับใช้เพื่อดำเนินชีวิตของตัวเองต่อไป
อาร์.เจ. ปาลาซิโอเล่าถึงเด็กชาย ออกัสต์อายุ 10 ขวบมีครอบครัวอันอบอุ่น แต่ทว่าชีวิตของเด็กชายออกัสต์ มีโรคประจำตัวบางอย่าง ทำให้ต้องผ่าตัดศัลยกรรมใบหน้าหลายครั้ง นั่นเป็นเหตุผลทำให้ออกัสต์มีหน้าตาเละเทะจนทำให้ผู้คนต่างหวาดกลัว เมื่อออกัสต์ต้องออกเผชิญกับโลกแห่งความจริง กลับทำให้เขาเข้าสังคมได้ยาก ด้วยใบหน้าที่ผิดจากคนปกติ ออกัสต์จึงได้แต่ภาวนาหากขอพรได้สักข้อ เขาจะขอให้ตัวเองมีใบหน้าปกติซึ่งเป็นการยากจะที่จะเป็นจริง
“ถ้าผมเจอตะเกียงวิเศษและอธิษฐานขอพรได้สักข้อหนึ่ง ผมจะขอให้ตัวเองมีใบหน้าปกติที่ไม่มีใครสนใจเลย ผมจะขอให้ตัวเองเดินไปตามท้องถนนได้โดยไม่มีใครเบือนหน้าหนีเมื่อเห็นผม...”(หน้า๓)
อีกหนึ่งจุดเด่นของหนังสือเล่มนี้คือกลวิธีเล่าเรื่อง ชี้ให้เห็นถึงความคิดหลากหลายมุมมอง อันเปรียบเสมือนกับเหรียญสองด้าน หนังสือหลาย ๆเล่มเดิมทีจะเล่าเรื่องในมุมมองของคนคนเดียวเป็นหลัก แต่ทว่าเล่มนี้เป็นการบรรยายเล่าถึงเรื่องราวของออกัสต์ในหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นมุมมองของพี่สาวเพื่อนคนแรกในโรงเรียน แฟนของพี่สาวออกัสต์ และ เพื่อนผู้ไม่ชอบออกัสต์ นั่นทำให้ผู้อ่านเข้าใจเรื่องราวของโลกได้มากขึ้น อีกทั้งยังฝากข้อคิดที่สะกิดให้ผู้อ่านได้ตระหนักถึงการมีสติในการพิจารณา และตัดสินค่าผู้คน“ เมื่อต้องเลือกระหว่างความถูกต้องกับความเมตตา จงเลือกความเมตตา”(หน้า๙๘) ต่างคนต่างก็มีมุมมองและโลกอีกใบที่เรายังมองไม่เห็น หนังสือวรรณกรรมเล่มนี้จะเป็นเครื่องมือในการสอนคนสามารถเปลี่ยนทัศนคติของผู้อ่าน เสมือนจุดประกายความคิดด้านบวกให้กับผู้อ่านได้เป็นอย่างดี
“ชีวิตมหัศจรรย์ของออกัสต์”
มิได้เป็นเพียงวรรณกรรมเยาวชนเท่านั้น แต่เป็นวรรณกรรมที่เราทุกคนบนโลกควรมีโอกาสได้อ่าน ซึ่งผู้เขียนอาร์.เจ. ปาลาซิโอ หยิบยกประสบการณ์ตรงมาร้อยเรียงเป็นเรื่องราวเพื่อให้ทุกคนรู้จักดูแลกันและกัน และตระหนักว่ามนุษย์ไม่จำเป็นต้องมีหน้าตาเหมือนออกัสต์เพื่อที่จะมีชีวิตมหัศจรรย์ เพราะชีวิตไม่ว่าจะเป็นของใครล้วนเป็นเรื่องมหัศจรรย์ทั้งสิ้น
ทั้งนี้ยังไม่ลืมที่จะนำเสนอถึงด้านสภาพสังคมสีเทาอันเป็นเสมือนกระจก ๒ ด้านสะท้อนปัจจุบัน การมักมองกแค่รูปลักษณ์ภายนอก กลั่นแกล้งผู้ที่อ่อนแอกว่า ในทางกลับกันอาจเรียกได้ว่าหนังสือเล่มนี้เป็นตัวแทนมุมมองของผู้ที่ถูกแบ่งแยกโดยสังคมที่คิดว่าตนเองเป็นผู้ตัดสินทุกอย่างครอบครัวรวมถึงสิ่งแวดล้อมเป็นปัจจัยหนึ่งที่สำคัญในการสร้างกำลังใจให้กับคนที่ต้องเผชิญเรื่องราวเช่นนี้
กล่าวได้ว่าวรรณกรรมเรื่องนี้ ไม่เพียงแต่ใช้กลวิธีในการสร้างสรรค์ที่เลิศเลอแพรวพราว หากยังสร้างความประทับใจและเติมเต็มความอบอุ่นในหัวใจของผู้อ่านโดยการนำมุมมองดี ๆ ที่เป็นช่องว่างของสังคมสะท้อนภายใต้รูปแบบผลงานวรรณกรรมที่เข้าถึงจิตใจ อีกทั้งมีคติธรรมและคำคมที่ชวนให้ผู้อ่านได้ขบคิดอยู่ตลอดทั้งเรื่อง ซึ่งถือเป็นวรรณกรรมสำหรับทุกวัย สนุกสนานเป็นที่ตราตรึงใจของผู้อ่านเป็นอย่างยิ่ง
#ฝากติดตามค่ะ...