
“จะต้องมีชีวิตอยู่จนได้เห็นพวกมันชดใช้ บางที แค่บางทีจงกอดความคิดนี้ไว้ให้แน่นและใช้มันฉุดแกขึ้นจากเตียงในตอนเช้าวันพรุ่งนี้ วันมะรืนนี้ และวันต่อ ๆ ไป”
หากจะกล่าวถึงเหตุการณ์อันเลวร้ายของมวลมนุษยชาติที่สะเทือนขวัญคนไปทั่วโลกคงจะหนีไม่พ้นเหตุการณ์ “การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิว” นับว่าเป็นเหตุการณ์ประวัติศาสตร์อันโหดร้ายของมนุษย์ที่สร้างความเสียหายมหาศาล เป็นเรื่องยากที่จะลืมและยังคงเป็นที่กล่าวถึงของคนรุ่นหลังเรื่อยมา
“ช่างสักแห่งเอาช์วิทซ์” ผลงานวรรณกรรมนิยายอิงประวัติศาสตร์ของเฮเธอร์ มอร์ริส นักเขียนชาวออสเตรเลียได้รับรางวัลชนะเลิศ Audie Award for Fiction 2019 แปลโดย โสภณา เชาว์วิวัฒน์กุล
หนังสือเล่มนี้เป็นเรื่องราวความรักของ ‘ลาลี’ ชายวัย 24 ปี เขาเป็นชาวยิวที่อาศัยอยู่เมืองสโลวาเกีย ถูกส่งตัวไปทำงานให้กับรัฐบาลเยอรมัน ต้องกลายเป็นนักโทษอยู่ที่ค่ายกักกันเอาช์วิทซ์-เบียร์เคอเนาหรือค่ายมรณะ ด้วยความที่เขาเป็นคนฉลาด สามารถพูดได้หลายภาษา มีไหวพริบและมีทักษะในการพูด เขาได้จึงสนิทกับทหารเยอรมันคนหนึ่งและถูกชักชวนให้เป็นช่างสักหรือ แททูเวียเรอร์ ที่ต้องสักเลขบนแขนให้กับนักโทษทุกคนที่เข้ามา ณ ค่ายแห่งนี้ มันเป็นเรื่องยากที่เขาจะปฏิเสธ เพราะถ้าหากเขาไม่ทำก็จะถูกฆ่าทิ้ง จนกระทั่งเขาต้องสักเลขให้กับ ‘กิทา’ หญิงสาวที่เขาตกหลุมรักตั้งแต่แรกพบ เมื่อเขาและเธอได้รู้จักกัน ความรักท่ามกลางความโหดร้ายจึงบังเกิด นำมาซึ่งความหวังที่ทั้งสองต้องการจะหาทางออกจากค่ายนรกแห่งนี้และพยายามทำทุกทางเพื่อให้ได้รับอิสรภาพอีกครั้ง
“...สิ่งเดียวที่สำคัญคือสิ่งที่ผมบอกกับคุณหลายครั้ง... เราจะไปจากที่นี่ และจะได้มีชีวิตที่เป็นอิสระด้วยกัน เชื่อผมนะ กิทา”
(หน้า 201)
วรรณกรรมเรื่องนี้มีเค้าโครงเรื่องมาจากชีวิตจริงของลาลี โซโคลอฟ ผู้เคยใช้ชีวิตอยู่ในค่ายกักกันเอาช์-วิทซ์ ได้เล่าประสบการณ์ผ่านผู้เขียน ผู้ได้ส่งต่อความรู้สึกของเขาผ่านตัวหนังสือ สะท้อนออกมาให้เห็นถึงความรักของชายหญิงที่ต้องตกมาอยู่ในที่ที่มีแต่ความสิ้นหวัง ความกดดันและการถูกกดขี่ข่มเหง
เนื้อหาในเรื่องมีทั้งความรักของชายหญิง ความรักระหว่างเพื่อนมนุษย์ที่ตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกัน ความหวังในการมีชีวิตรอด และความโศกเศร้า ผู้เขียนใช้กลวิธีในการเล่าเรื่องที่น่าสนใจโดยเล่าแบบแบ่งเป็นบทในแต่ละบทจะแบ่งเป็นตอนย่อย ๆ ซึ่งเป็นกลวิธีที่ทำให้ผู้อ่านเกิดความสนใจในเนื้อหา เป็นการเล่าเรื่องที่ไม่ยืดยาวและไม่น่าเบื่อ เนื้อเรื่องชวนให้น่าติดตาม อีกทั้งผู้แปลยังใช้ภาษาและถ้อยคำที่เรียบง่าย กระชับทำให้อ่านได้อย่างรวดเร็วและลื่นไหล เข้าใจในสิ่งที่ผู้เขียนต้องการจะสื่อถึงได้อย่างชัดเจน
หนังสือเล่มนี้ทำให้ทราบถึงสภาพชีวิตของคนที่อยู่ในค่ายกักกันเอาช์วิทซ์และได้อ่านเรื่องราวความรักไปพร้อม ๆ กัน แม้จะมีเนื้อหาที่น่าสะเทือนใจอยู่บ้าง แต่ก็นับว่าเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้กำลังใจแก่ผู้อ่านในการมีชีวิตอยู่ ให้มองเห็นถึงคุณค่าของชีวิต
ข้อมูลหนังสือ
ช่างสักแห่งเอาช์วิทซ์ : The Tattooist of Auschwitz
ผู้เขียน : Heather Morris ผู้แปล : โสภณา เชาว์วิวัฒน์กุล
สำนักพิมพ์ แมร์รี่โกราวด์พับลิชชิ่ง พิมพ์ครั้งที่ 1 - ตุลาคม 2562
จำนวนหน้า 303 หน้า ราคา 290 บาท