"ถ้าคิดจะรักก็จงปรับที่ใจเราให้เข้าใจเขา..ติดเกมส์ยังดีกว่าติดผู้หญิง ดีกว่าติดยาติดเหล้านะครับ กลับไปคิดดูใหม่ ถ้ายังไม่หมดใจก็ให้ถามหัวใจตัวเองดูว่ายังรักเขาอยู่หรือเปล่า...เรื่องจะย้ายลูกมันไม่ยากหรอก ใจเย็นๆ”

          ผมเดินทางถึงโรงเรียนเจ็ดโมงครึ่ง..ครูธุรการบอกว่า..ผู้ปกครองมารอผมตั้งแต่ยังไม่เจ็ดโมง ไม่รู้ว่ามาด้วยเรื่องอะไร? ใครถามก็ไม่ยอมบอก...แต่ผมบอกครูธุรการไปว่า..น่าจะมาย้ายลูก...

      ผู้ปกครองชื่อสายใจ..มีลูกชายชื่อข้าวทิพย์..เรียนอยู่ชั้นป.๑ พอเธอเห็นผมก็รีบเดินมาหา ผมเชื้อเชิญให้นั่งตามสบาย เพราะเห็นสีหน้าเธอเคร่งเครียด..

          “หนู..จะมาย้ายลูกค่ะ”  พูดจบ แม่สายใจก็พรั่งพรูน้ำตาออกมาอย่างที่ไม่ต้องเขินอาย...

          ผมหัวเราะเบาๆและยิ้มให้เธอ...จนเธองุนงง..เอามือปาดน้ำตาที่แก้ม แล้วก็หยุดร้องไห้

          “ขอโทษนะครับแม่..พอดีผมทายได้อย่างแม่นยำว่าแม่ต้องมาย้ายลูก เพราะได้กลิ่นไอปัญหา ตั้งแต่วันที่ไปติดตามการขาดเรียนของข้าวทิพย์แล้ว” แม่สายใจพยักหน้า

          อาการสะอึกสะอื้นหายไป แต่ริ้วรอยของน้ำตายังไม่แห้งเหือด แม่สายใจดูเศร้ามาก เธอนั่งนิ่งเงียบไปพักใหญ่ ผมคิดว่าเธอคงโกรธผม ที่ไปล้อเล่นกับความรู้สึกของเธอ

          ผมก็แค่สร้างบรรยากาศดีๆกับผู้ปกครองที่มาขอย้ายลูก พูดคุยกันก่อนก็ได้ไม่ต้องรีบร้อน

          “ย้ายมาไม่ทันไร..จะไปแล้วเหรอ..ไม่รักกันจริงนี่นา” ผมบอกกับแม่สายใจ เพราะจำได้ว่าเมื่อต้นปีการศึกษา เธอย้ายลูกมาจากขอนแก่น ตัวเธอเลิกกับสามี หอบลูกมาอยู่กับสามีใหม่มีบ้านอยู่ไม่ไกลโรงเรียนมากนัก...

          “หนูอยู่ไม่ได้แล้วค่ะผอ. หนูจะไม่อดทนอีกต่อไปแล้ว”

          “จะกลับบ้านไปทำอะไร..ลูกกำลังเรียนไปได้ดีเลย ไม่ห่วงลูกเหรอ” ผมถาม

          “หนูจะกลับไปอยู่กับแม่ ขายอาหารเหมือนเดิม ส่วนข้าวทิพย์หนูก็เสียดาย เขาชอบเรียนที่นี่แล้ว” แม่สายใจพูดพร้อมกับหยดน้ำตาไหลอาบแก้ม เธอคงรักและเป็นห่วงข้าวทิพย์จริงๆ

          ผมเริ่มมองเห็นช่องทาง..ที่จะไม่ให้เกิดการสูญเสีย เพราะแม่ก็รักลูก ลูกก็รักโรงเรียน แล้วพ่อแม่ผู้เป็นผู้ปกครองล่ะ..เกิดอะไรขึ้น ผมอยากรู้และไม่อยากให้เด็กย้ายไปเลยแม้แต่คนเดียว..

          “เขาไม่ใช่พ่อแท้ๆ แต่ก็รักข้าวทิพย์ แล้วแม่ล่ะ..มาอยู่กับเขาเพราะรัก แต่วันนี้จะหนีเขาไป ไม่ห่วงเขาเหรอ” แม่สายใจมองหน้าผม คงสงสัยที่ผมไม่รีบทำเรื่องย้ายแต่จะมาพูดล้อเล่นอะไรอีก...

          “ก็เป็นห่วงค่ะ...เมื่อเช้าตื่นมาร่ำลากัน..เขาก็พูดว่า ตื่นมาแล้วไม่เห็นหน้าหนูเขาจะอยู่อย่างไร?” แม่สายใจก้มหน้าสะอื้นอีกครั้ง...แต่ผมกลับยิ้มและอยากจะหัวเราะด้วยซ้ำ แต่ไม่กล้า...

          ตอนนี้..แม่สายใจคงไม่คิดอะไรแล้ว นอกจากน้อยใจและอยากจะย้ายลูก ส่วนผมโอกาสเปิดกว้าง เห็นท้องฟ้าแจ่มใส มองเห็นความสำเร็จรำไร ว่าเด็กชายข้าวทิพย์ไม่ได้ย้ายโรงเรียนแน่นอน...

          “แฟนเราเจ้าชู้ไหม?” ผมถาม “ไม่ค่ะ”  “เล่นการพนันไหม? มีเรื่องยาเสพติดหรือเปล่า” “ไม่เลยค่ะ ทำแต่งานในไร่ตลอด ไม่เคยเที่ยวเตร่ที่ไหนเลย” แม่สายใจพูดเหมือนกับจะภูมิใจในตัวสามีมิใช่น้อย ผมก็เลยพูดชื่นชมเธอ..”โชคดีจังเลย ได้สามีที่ดีมากๆ”

          “แต่เขาติดเกมส์ค่ะ..ไม่ยอมหลับยอมนอน พอพักผ่อนน้อยก็หงุดหงิดใส่หนู ไล่หนูกลับบ้าน หนูไม่ทนแล้ว หนูจะกลับจริงๆ หนูสู้อุตส่าห์ช่วยเขาทำมาหากิน งานในไร่ไม่เคยทำก็ต้องทำให้ได้ เขาไม่มีความรู้สึกดีๆให้หนูเลย”

          “เขาก็รักเราแหละ แต่พูดเอาใจไม่เป็น หรือไม่ทันคิดเพราะมัวแต่ติดเกมส์ บางทีคนเราก็อยากลองใจหรือหยอกเล่นบ้างก็ได้นะ แต่เรารับไม่ได้แล้ว..ไม่อยากอดทนแล้ว...” แม่สายใจนิ่งเงียบ..

          “ตอนที่รักเขา ก็รู้ว่าว่าเขาติดเกมส์มิใช่หรือ..เรื่องแบบนี้มิได้เปลี่ยนกันง่ายๆนะ ถ้าคิดจะรักก็จงปรับที่ใจเราให้เข้าใจเขา..ติดเกมส์ยังดีกว่าติดผู้หญิง ดีกว่าติดยาติดเหล้านะครับ กลับไปคิดดูใหม่ ถ้ายังไม่หมดใจก็ให้ถามหัวใจตัวเองดูว่ายังรักเขาอยู่หรือเปล่า...เรื่องจะย้ายลูกมันไม่ยากหรอก ใจเย็นๆ”

          “ขอบคุณค่ะ ผอ.”  “ไม่เป็นไรครับ..ผอ.เห็นว่าแม่สายใจรักลูก ผอ.ก็รักลูกศิษย์ไม่อยากให้เขาย้าย พ่อกับแม่ก็ควรจะปรับความเข้าใจกัน สร้างความรักความอบอุ่นอย่างจริงจัง..อย่าทำเป็นเล่นกับชีวิต..แล้วมันจะสูญเสียความรู้สึกที่ดีๆต่อกัน...มีไรก็โทรมานะครับ”

          แม่สายใจกลับไปพักใหญ่ ผมก็สอนหนังสือไปตามปกติ มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น..

          “ผอ.คะ..หนูไม่ย้ายลูกแล้วค่ะ”

ชยันต์  เพชรศรีจันทร์

๒๓  ธันวาคม  ๒๕๖๓