[review] รีวิว Unfriended: Dark Web (2018) ภาพยนตร์แนวระทึกขวัญที่เล่าเรื่องเพียงผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์

[review] รีวิว Unfriended: Dark Web (2018) ภาพยนตร์แนวระทึกขวัญที่เล่าเรื่องเพียงผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์ แต่ด้วยการผูกเรื่องที่ชาญฉลาดทำให้หนังที่ดูแทบจะไม่มีอะไรกลับน่าสนใจและลุ้นตามได้อย่างสนุก

ดูคลิปรีวิวได้ทาง Super Review Channel

ว่าด้วยเรื่องราวของมาไทอัส หนุ่มวัยรุ่นที่ดันไปเจอคอมพิวเตอร์ laptop ในร้านอาหารแห่งหนึ่งเขาได้ถือวิสาสะนํา แล็ปท็อป นั้นมาใช้ ร้านเนื่องจากที่เป็น แล็ปท็อป ที่มีศักยภาพสูงเขาจึงไม่นำไปคืนเจ้าของ เขาดีใจมากจึงได้ติดต่อแฟนสาวของเขาที่หูหนวกเพื่อจะนำเสนอว่าแล็ปท็อปเครื่องนี้มีรอบการประมวลผลที่ดีสามารถแปลภาษามือได้อย่างรวดเร็ว จะทำให้ทั้งสองคนเข้าใจกันมากขึ้น ระหว่างนั้นมาไทอัสก็ได้ทำการติดต่อกลุ่มเพื่อนอีก 4 คน เพื่อสนทนากันใน Skype เป็นไปตามปกติวิสัย แต่ระหว่างคุยมาไทอัสก็ได้ ทำการค้นดูข้อมูลในคอมพิวเตอร์แล็ปท็อปที่ได้มาว่ามีอะไรบ้าง แล้วก็พบว่ามีไฟล์ขนาดใหญ่ซ่อนเข้ารหัสเอาไว้อยู่ เมื่อเปิดมาก็พบว่าทั้งหมดนั้นคือไฟล์วีดีโอเกี่ยวกับการทารุณกรรมผู้คนจำนวนมาก เขาจึงเปิดไฟล์อยู่นั้นให้เพื่อนอีก 4 คนได้ดูด้วย แต่แล้วเจ้าของแล็ปท็อปที่ใช้ชื่อว่า Charon IV ก็ติดต่อเขาเข้ามาทางโปรแกรมแชทว่าให้รีบนำเครื่องไปคืน โดยที่ทาง Charon IVได้จับตัวเพื่อนสาวคนหนึ่งจองมาไทอัสไว้เป็นตัวประกัน พร้อมกับบอกอีกว่าหากนำเรื่องนี้ไปแจ้งตำรวจหรือบอกเพื่อนทั้ง 4 คนที่กำลังสนทนาด้วย หญิงสาวคนนั้นจะต้องตาย เมื่อมาไทอัสอ่านจบก็หาทางแก้ไข แต่วิธีที่มาไทอัสเลือกนั้นกลับเป็นการโอนเงินกว่า 10 ล้าน us. ที่อยู่ในบัญชีของ Charon IV เข้าบัญชีตัวเอง พร้อมกับบอกว่าจะนำแล็ปท็อปไปคืนให้แต่ต้องได้ตัวเพื่อนสาวกลับมาอย่างปลอดภัยจากนั้นเขาจะโอนเงินทั้งหมดกลับคืนไป และแน่นอนว่า Charon IV นั่นไม่ธรรมดาแน่ เพราะยังมีบุคคลที่อยู่เบื้องหลังที่สามารถเข้าถึงทุกสิ่งทุกอย่างได้คอยควบคุมอีกครั้งหนึ่งทั้งหมดรวมกันอยู่ใน dark web ที่ชื่อว่า river ดังนั้น Charon IV และกลุ่มใน dark web จึงทำการสั่งสอนมาไทอัสโดยเจาะเข้าไปในระบบทุกอย่างของเพื่อน ๆ ของมาไทอัส และทำให้เพื่อนของเขาตายไปทีละคน มาไทอัสจะแก้ไขสถานการณ์อย่างไร เขาจะช่วยชีวิตเพื่อนแต่ละคนได้หรือไม่ สามารถติดตามชมได้ทาง netflix ครับ

หนังเป็นหนังที่มีวิธีการนำเสนอที่น่าสนใจ ถึงแม้เราจะเห็นวิธีการนำเสนอภาพผ่านทางหน้าจอคอมพิวเตอร์มาแล้วในหนังสืบสวนสอบสวนระทึกขวัญเช่น Unfriended (2014) ว่าด้วยเรื่องราวของกลุ่มเพื่อนที่สนทนาผ่านโปรแกรม Social Media ซึ่งแต่ละคนได้ทำการ Unfriended เพื่อนในกลุ่มคนหนึ่ง และเพื่อนคนนั้นก็มาแก้แค้นในภาพหลัง และเรื่อง Searching (2018) เสิร์ชหาสูญหาย ที่เล่าเรื่องราวของพ่อผู้ตามหาลูกสาวที่หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยโดยหาจากทางอินเตอร์เน็ต ซึ่งทั้งสองเรื่องนั้นมีวิธีการนำเสนอที่ค่อนข้างดี น่าสนใจ ประสบความสำเร็จทั้งในแง่ความชื่นชมและรายได้ ซึ่งแน่นอนว่ามันส่งผลกับประสบการณ์ของตนโดยตรงเหมือนกับเรานั่งดูเรื่องราวผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์มันทำให้เราใกล้ชิดเหตุการณ์นั้นมากขึ้น แล้วมันมีศิลปะบางอย่างของหนังแนวนี้ที่ไม่สามารถทำได้ในภาพยนตร์ที่มีประสบการณ์เล่าเรื่องแบบดั้งเดิมทั่วไป ดังนั้น Unfriended: Dark Web จึงไม่มีอะไรใหม่ในแง่การนำเสนอนัก แต่สิ่งที่ดีงามคือการใส่เนื้อเรื่องเข้าไปให้มีน้ำหนักมากขึ้นคือ...

การสร้างความกดดันให้กับตัวละครมาไทอัส วัยรุ่นที่ดันไปเอาเครื่อง แล็ปท็อปของคนอื่นมาใช้เป็นของตัวเอง แล้วดันเข้าไปวุ่นวายไฟว์ในเครื่องจนดึกคนรอบข้างเข้ามาพัวพัน จุดนี้หนังให้ดูแล้วรู้สึกเอาใจช่วยมาไทอัสเป็นอย่างมาก พร้อมกับมีวิธีสร้างความกดดันโดยการใช้ภาพจากกล้อง web cam ก็นำเสนอได้ดี หนัง มีความสนุกอยู่ในตัวเองโดยที่ไม่จำเป็นจะต้องนำดาราเบอร์ใหญ่มาใช้ดำเนินเรื่องเลย เพียงแค่บทดีงาม ก็ทำให้เราอยู่กับเรื่องได้สบาย

หนังนำเสนอด้านมืดของโลกอินเตอร์เน็ตได้ดีเช่น เรื่องการสื่อสาร ต่อให้เทคโนโลยีเจริญก้าวหน้าไปมากแค่ไหนก็ตามแต่การสื่อสารของคนนั้นมีมากกว่าการพิมพ์ข้อความ การพูด การฟัง หรือการส่งสัญลักษณ์ ที่จะให้ให้เกิดความเข้าใจอันลึกซึ้ง เรื่องของการทิ้งร่องรอยบางอย่างในโลกอินเทอร์เน็ตเช่นคำพูดข้อความ การโพสต์บางสิ่งบางอย่างรวมถึงคลิปวีดีโอนั้น มันก็เปรียบเสมือนหลักฐานการใช้ชีวิตของคนเรา ซึ่งหาเป็นเรื่องที่ไม่ดี หรือหาก ใครก็ตามที่ไม่ประสงค์ดีก็สามารถนำสิ่งนั้นมาใช้ทำลายเราได้เช่นกัน ประเด็นการตัดสินคนกัยการกระทำบางอย่างในโลกของอินเตอร์เน็ต และประเด็นที่ชัดที่สุดคือเรื่องของ dark web คือเว็บไซต์มืดที่อยู่ในโลกอินเตอร์เน็ตที่ไม่สามารถแกะรอยได้ ในกรณีของหนังคือเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องกับการนิยมความรุนแรง การสั่งให้ใครก็ได้ให้กระทำผิด หรือแม้แต่การฆ่าคนอย่างทารุณให้สมาชิกในเวปไซต์ได้เสพกัน ซึ่งหากจะมองให้ลึกลงไปแล้วก็สามารถอธิบายได้ว่า ไม่ว่าสิ่งใดก็ตามที่มีความดีงามก็ดีด้านมืดของมันอยู่เสมอ อย่างเช่นโลกของอินเทอร์เน็ตและจะมีประโยชน์ในด้านการสื่อสาร หรือการช่วยให้ชีวิตของมนุษย์มีความสงบเรียบง่ายมากขึ้นแต่ก็มีด้านมืดคือสามารถใช้ทำลายล้างได้เช่นกัน

Unfriended: Dark Web คือหนึ่งในหนังทุนน้อยแต่นำเสนอได้อย่างน่าสนใจ แม้จะมีหลายจุดที่ดูแล้วไม่สมเหตุสมผล และความโหดยังไม่สะใจเท่าที่ควรจะเป็น แต่หนังก็ทำให้เรามองข้ามมันไปได้ เพราะทีมสร้างรู้ว่าจะทำให้เราบันเทิงไปกับหนังได้อย่างไร โดยการันตีจากทีมสร้างหนังสนองขวัญที่ดีที่สุดในยุคนี้คือ บลัมเฮาส์ โปรดักชั่นส์ นั่นเองครับ

6.5/10

@วาทิน ศานติ์ สันติ

#MovieStationReview #สถานีหนัง

#SuperReviewChannel #UnfriendedDarkWeb

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน สถานีหนัง



ความเห็น (0)