ปฏิรูปการเรียนรู้ทั้งโรงเรียน(3)


ปรับวิธีวัดผลประเมินผลผู้เรียนตามสภาพจริง

3) การวัดผลและประเมินผลแนวใหม่

การวัดผลประเมินผลผู้เรียน พิจารณาจากพัฒนาการของผู้เรียน   ความประพฤติการสังเกตพฤติกรรมการเรียน  การร่วมกิจกรรม และการทดสอบควบคู่ไปในกระบวนการเรียนการสอน โดยยึดหลักต่อไปนี้
1)       ใช้วิธีการที่หลากหลายในการประเมินผู้เรียน
2)       ใช้การวิจัยในชั้นเรียนเพื่อพัฒนากระบวนการเรียนการสอน
3)       มุ่งประกันคุณภาพ โดยโรงเรียนดำเนินการประเมินผลภายในทุกปี และ
รายงานผลต่อผู้ปกครอง ชุมชน หน่วยงานต้นสังกัด และสาธารณชน

นับตั้งแต่ปีการศึกษา 2545 เป็นต้นมา        โรงเรียนได้รับคัดเลือกจากกรมวิชาการกระทรวงศึกษาธิการ      ให้เป็นโรงเรียนเครือข่ายโรงเรียนนำร่องการใช้หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน ซึ่งเป็นหลักสูตรที่กำหนดให้ใช้ในการจัดการศึกษาสำหรับนักเรียนทุกคน         ทุกกลุ่มเป้าหมาย มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้เป็นคนดี มีปัญญา มีความสุข บนพื้นฐานของความเป็นไทย ประกอบด้วยหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน     และสาระของหลักสูตรที่สถานศึกษาจัดทำขึ้นในส่วนที่เกี่ยวกับสภาพปัญหาความต้องการในชุมชนและสังคมแต่ละท้องถิ่น  สาระการเรียนรู้ที่ใช้เป็นแนวทางในการจัดการเรียนการสอนให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้  ดังนั้นครูผู้สอนจึงต้องใช้กระบวนการสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้ควบคู่ไปกับการวัดผลประเมินผลตามสภาพจริง  ทั้งนี้ฝ่ายวิชาการได้กำหนดแนวทางในการวัดผลประเมินผลดังนี้

             -กลุ่มสาระการเรียนรู้ที่เน้นปฏิบัติ เช่น   ศิลปะ     การงานอาชีพและเทคโนโลยี สุขศึกษาพลศึกษา กำหนดการให้คะแนนเป็น 70 : 30 หมายถึง คะแนนเก็บ 70 % และสอบ 30%
            -กลุ่มสาระการเรียนรู้ที่เน้นทฤษฎี เช่น คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษาไทย ภาษาต่างประเทศ (อังกฤษ) กำหนดการให้คะแนนเป็น 60 : 40 หมายถึง คะแนนเก็บ 60 % และสอบ 40% นอกจากนี้ยังมีการประเมินผลการเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนในลักษณะการ ผ่านและ ไม่ผ่าน โดยเน้นการปฏิบัติ ซึ่งเป็นการเชื่อมโยงและบูรณาการเข้ากับชีวิตจริง โดยการจำลองการใช้ชีวิตในสังคมด้วยการให้ผู้เรียนเข้าร่วมกิจกรรม ได้รับประสบการณ์ตรง ฝึกการปฏิบัติให้ทำได้ คิดเป็น ทำเป็น เกิดการใฝ่รู้อย่างต่อเนื่อง  

4)     การวิจัยในชั้นเรียนโรงเรียนตระหนักถึงความสำคัญของการวิจัยและพัฒนาศักยภาพผู้เรียน จึงได้สนับสนุนส่งเสริมให้ครูทุกคนเข้ารับการอบรม ตลอดจนได้เชิญวิทยากรมาอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับการทำวิจัยในชั้นเรียน แก่ครูทุกคนในโรงเรียน ปีละหลายครั้ง โดยได้รับความร่วมมือจากวิทยากรจากหน่วยงาน และสถาบันอุดมศึกษาต่างๆ เช่น
-          อาจารย์ยืนยง  ราชวงษ์ หัวหน้าหน่วยศึกษานิเทศก์ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาพระนครศรีอยุธยา เขต 1
-          ดร.โกวิท  ประวาลพฤกษ์  สถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.)
-          ผศ.จินตนา  เวชมี มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา
-          ผศ.ดร.จิราภรณ์  ศิริทวี โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
-          รศ.ดร.บุญมี  เณรยอด จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
นอกจากนี้โรงเรียนยังได้สนับสนุนส่งเสริมให้ครูทุกคนจัดกระบวนการเรียนการสอนตามรูปแบบการสอนของจิระศาสตร์ (Jirasart Teaching’s Model) เพื่อให้ผู้เรียนแต่ละคนได้รับการพัฒนาอย่างเต็มตามศักยภาพ โดยเน้นให้ครูผู้สอนทุกคนยึดถือแนวทางในการวิจัยและพัฒนาผู้เรียนอย่างต่อเนื่องบนพื้นฐานของวงจรเดมมิ่ง กล่าวคือ ใช้  P D C A ตัวอย่างเช่น
            P (Plan) ครูมีการวางแผน ศึกษาหลักสูตรสถานศึกษาบริบทอยุธยามรดกโลก จัดทำกำหนดการสอน จัดทำแผนการจัดการเรียนรู้และเตรียมสื่อการเรียนการสอนหรือประสานความร่วมมือแหล่งเรียนรู้ ภูมิปัญญาท้องถิ่นล่วงหน้า ก่อนที่จะจัดกิจกรรมการเรียนการสอน
            D (Do) ครูและนักเรียนมีการจัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และฝึกทักษะปฏิบัติร่วมกันระหว่างครูกับนักเรียนหรือนักเรียนกับแหล่งเรียนรู้ ภูมิปัญญาท้องถิ่น ในกลุ่มสาระการเรียนรู้ต่างๆ และการเรียนรู้ลักษณะบูรณาการตามสภาพความเหมาะสม
            C (Check)ครูและนักเรียนมีการตรวจสอบประเมินสภาพจริงในการเข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้จากการสังเกตการมีส่วนร่วม  การสอบถามความรู้ความเข้าใจ  การตรวจผลงาน ชิ้นงาน หรือการประเมินผลงานโดยตนเอง โดยเพื่อน โดยครู หรือ ผู้เกี่ยวข้อง เป็นต้น
            A (Action) -  มีการนำผลการประเมินมาปรับปรุงและพัฒนาผลงานอย่างต่อเนื่อง
            นอกจากนั้นครูผู้สอนยังได้มีการนำข้อมูลที่ประมวลไว้ในระหว่างจัดกิจกรรมการ-เรียนการสอนโดยเฉพาะข้อมูลจากบันทึกผลหลังการสอน นำไปใช้ในการวิจัยในชั้นเรียนเพื่อเป็นการปรับปรุง พัฒนาศักยภาพการเรียนรู้ของผู้เรียนเป็นสำคัญ    โดยไม่ได้มุ่งเน้นการวิจัย 5 บท แต่อย่างใด   

5)     การบริหารจัดการโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน เน้นกระบวนการบริหารจัดการโดยยึดหลักสำคัญๆ ดังต่อไปนี้ 


5.1 หลักการกระจายอำนาจ

-    โรงเรียนเปิดโอกาสให้ครูอาจารย์มีอิสระและศักยภาพในการบริหารจัดการด้านวิชาการ โดยการจัดทำหลักสูตรสถานศึกษาบริบทอยุธยามรดกโลก  จัดทำแผนการจัด    กิจกรรมการเรียนรู้จัดหาแหล่งเรียนรู้/ภูมิปัญญาท้องถิ่นเข้ามาช่วยส่งเสริมการเรียนการสอน
-          โรงเรียนจัดให้มีการเลือกตั้งคณะกรรมการสภาครู และคณะกรรมการสายชั้นโดยให้มีอิสระและอำนาจตัดสินใจในการบริหารงานบุคคลของโรงเรียน
-          โรงเรียนจัดให้มีคณะกรรมการฝ่ายธุรการ-การเงิน รับผิดชอบในการจัดทำงบประมาณรายรับ-รายจ่ายเพื่อนำเสนอต่อคณะกรรมการอำนวยการโรงเรียนให้ความเห็นชอบงบประมาณประจำปี ซึ่งโรงเรียนมีอิสระและอำนาจในการบริหารจัดการการเงิน       งบประมาณ ที่เป็นระบบ มีความถูกต้องโปร่งใส สามารถตรวจสอบได้


     5.2 หลักการบริหารงานแบบมีส่วนร่วม

-          โรงเรียนได้จัดให้มีระบบการบริหารงานแบบมีส่วนร่วม  ซึ่งบริหารงานโดยองค์คณะบุคคล เช่น คณะกรรมการอำนวยการโรงเรียน  คณะกรรมการสภาครู คณะกรรมการสายชั้น  คณะกรรมการฝ่ายต่างๆ เป็นต้น
-          โรงเรียนมีระบบบริหารจัดการแบบเครือข่ายทั้งบุคคล องค์กร และเทคโนโลยีทั้งภายในและภายนอก  เช่น เปิดโอกาสให้ผู้ปกครองเครือข่ายมีส่วนร่วม ในการเสนอแนะแนวทางในการพัฒนาโรงเรียน
-          โรงเรียนเปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholder) โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้ปกครอง และชุมชนได้เข้าร่วมประชุมรับฟังข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะแนวทางที่เป็นประโยชน์ในการพัฒนาโรงเรียนอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนเข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการบริหารกิจกรรมต่างๆของโรงเรียนอย่างสม่ำเสมอ 
-          โรงเรียนตอบสนองต่อผู้ปกครองและชุมชนในด้านการจัดหลักสูตรการเรียนการสอน  การดูแลช่วยเหลือนักเรียนและการให้การศึกษาอบรม โดยส่งเสริมให้ผู้ปกครองและชุมชนมีส่วนร่วมจัดทำหลักสูตรสถานศึกษาบริบทอยุธยามรดกโลกซึ่งสอดคล้องกับสภาพปัญหา ความต้องการของผู้ปกครองและชุมชนอย่างแท้จริง

ปฐมพงศ์  ศุภเลิศ
18 ธ.ค.2549


 

หมายเลขบันทึก: 68035เขียนเมื่อ 18 ธันวาคม 2006 17:01 น. ()แก้ไขเมื่อ 11 กุมภาพันธ์ 2012 16:46 น. ()สัญญาอนุญาต:


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี