ในระยะ 2-3 ปีที่ผ่านมา มักได้รับการร้องขอจากวัยรุ่น โดยเฉพาะส่วนใหญ่วัยรุ่นผู้หญิง จะจัดฟันแฟชั่น ในเริ่มแรกหมอเองมักจะให้เด็กเข้ามาตรวจและพูดคุย ให้ความรู้ถึงข้อดีข้อเสียของการจัดฟัน และวัตถุประสงค์ที่แท้จริงของการจัดฟัน ผลปรากฎว่ามีน้อยกว่าน้อยที่เด็กจะยอมรับฟังและเปลี่ยนความตั้งใจ เหตุที่เป็นเช่นนี้เพราะกระแสของแฟชั่นและการตามเพื่อน มีอิทธิพลเหนืออื่นใดในเด็กวัยนี้ ทีนี้เรามาดูว่าจัดฟันทำไมและข้อเสียของการจัดฟันมีอะไรบ้าง (จะไม่พูดถึงประโยชน์ เพราะคงจะทราบกันอยู่แล้ว)

จัดฟันทำไม

ประการแรก เพื่อแก้ไขปัญหาการเรียงต่อและการสบฟัน ที่มีผลเสียต่อการดำรงชีวิต ประการที่สอง เพื่อแก้ไขปัญหาการเรียงตัวของฟัน และรูปร่างใบหน้าให้เกิดความสวยงาม (ตามสภาพธรรมชาติที่พึงเป็นไปได้) ประการที่สาม เพื่อแก้ไขความผิดปกติตามธรรมชาติที่มีมาแต่กำเนิด เช่นผู้ป่วยปากแหว่งเพดานโหว่ ประการที่สี่ เพื่อแก้ไขปัญหาความพิการของคนไข้กรณีเกิดอุบัติเหตุที่มีผลต่อการเรียงตัวและการสบฟัน

ผลเสียของการจัดฟัน

ประการแรก เจ็บ รำคาญ และเสียเงิน (อาจมีอิทธิพลน้อยกว่ากระแสแฟชั่น) ประการที่สอง ต้องดูแลทำความสะอาดมากกว่าคนปกติ ถ้าทำไม่ดีจะทำให้ฟันผุมากขึ้น เป็นโรคเหงือกมากขึ้น ประการที่สาม เมื่อถอดเครื่องมือออก ส่วนมากมักประสบกับปัญหาฟันไม่ชิดแน่นเหมือนธรรมชาติ ทำให้เวลารับประทานอาหารมักเกิดปัญหาอาหารติดฟัน ต้องใช้ไม้จิ้มฟันทุกครั้งหลังรับประทานอาหาร ประการที่สี่ ส่วนใหญ่มักจะเกิดปัญหารากฟันละลายสั้นลง ทำให้ความแข็งแรงของฟันลดลง (ส่วนมากประการนี้ ผู้ป่วยไม่รู้ เนื่องจากต้องดูจากภาพรังสี) ประการที่ห้า อาจมีผลเสียต่อข้อต่อขากรรไกร ในกรณีที่สบฟันไม่ดี จัดแล้วไม่ลงล๊อค

   บางท่านอาจมีข้อโต้แย้งว่าจัดฟันแฟชั้น ไม่ได้ดึงฟัน ไม่ได้ถอนฟัน คงไม่มีผลมากขนาดนี้มั่ง  หมอก็อยากจะบอกว่าอะไรก็ตามที่เป็นสิ่งแปลกปลอมเข้าสู่ร่างกาย ล้วนมีผลต่อร่างกายเกือบทั้งสิ้น ขนาดอุดฟันแล้วสบไม่ดีเพื่อแค่ซี่เดียว ก็อาจมีผลต่อข้อต่อขากรรไกร จนเกิดเป็นโรคที่ต้องรักษายุ่งยากได้  ยิ่งในวัยรุ่นมักจะแปรงฟันไม่สะอาด  หลายรายที่พบว่ามีฟันผุมากขึ้น โดยเฉพาะการผุที่บริเวณคอฟันติดกับเหงือกซึ่งจะอุดยากมาก 

           อย่างนี้แล้วคิดว่าจัดฟันแฟชั่นจะดีได้อย่างไร แล้วทำอย่างไรจึงจะลดกระแสนี้ได้ ........... โปรดติดตามเมื่อมีโอกาส