อาจารย์แหวว (พันธุ์ทิพย์ กาญจนจิตรา สายสุนทร) ตั้งคำถามในบันทึกของผม (http://gotoknow.org/blog/thaikm/59871) ว่า  
"อ.วิจารณ์ขา
'ไม่ฝ่าเข้าไปในดงปัญหา' มันจะเป็นไปได้ลำบากในงานช่วยเหลือประชาชนที่โดนละเมิดสิทธิมนุษยชนน่ะค่ะ   โปรดชี้แนะค่ะ"

        ผมขอบคุณมากที่อาจารย์แหววยกประเด็นนี้ขึ้นมาช่วยให้ผมมีโอกาสอธิบายประเด็นที่ซับซ้อนซ่อนเงื่อน

        ประเด็นของผม ที่เคยห้ามไว้ คืออย่าหลงวนเวียนอยู่ในดงปัญหา     จนหมดแรงหาทางออกไม่เจอ     อย่าหมกมุ่นอยู่กับปัญหา จนจิตใจท้อแท้หมดกำลังใจ      อย่าหมกมุ่นอยู่กับปัญหา และหาทางแก้ปัญหาโดยการเข้าไปจัดการที่ตัวปัญหาโดยตรง      เพราะจะเป็นทางที่ยาก ที่ไม่เป็นธรรมชาติ

         เส้นผมบังภูเขาก็คือ ปัญหาที่ซับซ้อนนั้น เรามักเข้าใจปัญหาได้เพียงบางส่วน     เข้าใจไม่ครบ     การเข้าไปแก้ปัญหาก็จะเป็นการดำเนินการคล้ายๆ ตาบอดคลำช้าง     โดยที่เราหลงเข้าใจว่าเรารู้จักช้างทั้งตัว  แต่จริงๆ แล้วเราเข้าใจเฉพาะบางส่วน หรือเข้าใจผิวเผิน

         แต่ถ้าเราเข้าไปหาความสำเร็จเล็กๆ ในการเอาชนะปัญหานั้น   หลายๆ ความสำเร็จ      ให้ผู้มีความสำเร็จเล็กๆ เหล่านั้น มา ลปรร. กัน     เราจะพบว่าความสำเร็จ (ซึ่งบางเรื่องเกิดโดยบังเอิญ) เกิดเพราะดำเนินการตรงตามธรรมชาติของปัญหานั้น โดยที่อาจไม่รู้ตัว     พอเอาเรื่องราวของความสำเร็จมาตีความร่วมกัน เราจะเข้าใจเรื่องราว สาเหตุ ที่มาที่ไป ของปัญหา ได้ครบถ้วนและลึกซึ้ง หรือจำเพาะกรณีมากขึ้น    

        ที่เป็นเช่นนี้ ก็เพราะ "ความรู้ (ปฏิบัติ) มันแฝงหรือซ่อนอยู่ในความสำเร็จ"

         และเมื่อเอาความสำเร็จ (เล็กๆ) จำนวนมาก มาตีความ  มาชื่นชมยินดี     ผู้คนที่เกี่ยวข้องจะเกิดกำลังใจ     เกิดความฮึกเหิม  เกิดความรู้สึกว่าถ้าร่วมมือกัน สามัคคีกัน ร่วมกันฟันฝ่า จะไปสู่ความสำเร็จตามเป้าหมายได้

        นอกจากนั้น เมื่อเอาเรื่องราวของความสำเร็จ (เล็กๆ) มาเล่าเรื่อง ชื่นชม ทำความเข้าใจวีธีดำเนินการที่นำไปสู่ความสำเร็จเล็กๆ เหล่านั้น     ความรู้ชิ้นเล็กๆ จำนวนมากมายที่นำไปสู่ความสำเร็จเล็กๆ เหล่านั้น  จะเข้ามาประกอบกันเอง คล้ายๆ กับเกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ     ได้เป็นความรู้ใหญ่ ที่จะนำไปสู่ความสำเร็จตามเป้าหมายใหญ่ได้     นี่คือปรากฏการณ์ self-organization 

วิจารณ์ พานิช
๑๔ ธค. ๔๙