๑,๑๔๗ ทำให้ง่าย....

" ด้วยการลดขั้นตอนการทำงานบ้าง..ทำได้มากกว่าหน้าที่และความรับผิดชอบ..ไม่ต้องอลังการงานสร้าง แต่ออกแบบงานทุกอย่างให้เรียบง่าย ประหยัด มองดูสะอาด เรียบร้อยและสวยงาม สมคุณค่าและสมประโยชน์..สอดคล้องกับบริบทที่ประกอบด้วยทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมที่มีอยู่อย่างจำกัด...."

          ผมคิดว่าหลักการทรงงานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ เป็นแรงบันดาลใจอันสูงค่าของทุกคนและทุกสาขาอาชีพ สมควรอย่างยิ่งที่ปวงชนชาวไทยทั้งหลายจะเจริญตามรอยพระยุคลบาท 

    โดยน้อมนำหลักการทรงงานมาเป็นพื้นฐานการปฏิบัติของตน ทั้งในด้านการปฏิบัติงานและการดำรงชีวิต เพื่อประโยชน์ทั้งต่อตนเอง ต่อสังคมและต่อประเทศชาติ สมดังที่พระองค์ทรงวางรากฐานแห่งความดี ความพอเพียง ทั้งจากพระราชจริยวัตรอันงดงามเป็นที่ประจักษ์    

         จากพระราชดำรัสที่เป็นดังพรอันประเสริฐและพระราชทานชี้แนะแนวทางแห่งความสุข จากการทรงงานที่ทรงปฏิบัติเป็นแบบอย่าง เหล่านี้ล้วนทรงปลูกฝังไว้แก่ปวงชนชาวไทยเพื่อให้แผ่นดินได้พัฒนาอย่างถาวร มั่นคงและยั่งยืน

          หากไม่ได้ศึกษาหลักการทรงงาน หรือ “ศาสตร์พระราชา”อย่างแท้จริงแล้ว คำว่าง่ายหลายคนอาจคิดไปถึงคำว่า “มักง่าย” ซึ่งแท้จริงหาเป็นเช่นนั้นไม่..

          คำว่า “ทำให้ง่าย” หรือ “Simplicity” เป็นหลักคิดสำคัญที่สุดของการพัฒนาประเทศในรูปแบบของโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ..

          แต่ปัจจุบันขยายวงกว้างไปอีกมากมาย เพื่อการนำไปใช้เป็นแนวทางในการบริหารหน่วยงานและองค์กรต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ทุกภาคส่วนของสังคมและการศึกษา รู้จัก เข้าใจและใช้เป็นหลักคิดในการบริหารและจัดการงานทุกอย่างให้สำเร็จ

         จากการศึกษาหลักการทรงงานจะพบว่า ทรงคิดค้น ดัดแปลง ปรับปรุงและแก้ไขงานตลอดเวลา ในแบบที่ไม่ยุ่งยากซับซ้อนและที่สำคัญอย่างยิ่งคือ สอดคล้องกับสภาพความเป็นอยู่ของประชาชนและระบบนิเวศโดยรวม

          ผมพยายามเข้าถึงศาสตร์พระราชา..และศึกษาหลักการทรงงานดังกล่าวอย่างจริงจังมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๙..เมื่อย่างเท้าก้าวเข้าสู่รั้วโรงเรียนเล็ก...

          วันนั้น..”ทำให้ง่าย” คือส่วนหนึ่งของหัวใจในโมเดลการทำงานของผม ซึ่งสามารถตอบโจทย์การทำงานได้ทั้งหมด ที่ผมเองก็ไม่ได้คาดหวังหรือตีค่าแห่งความหมายที่ความสำเร็จแต่อย่างใด

          แต่ผลที่ได้รับคือความลุล่วงของงาน ที่ช่วยให้ก้าวข้ามพ้นปัญหาและอุปสรรค อันเป็นบ่อเกิดของความสบายใจ ทำงานได้อย่างมีความสุข..ถึงแม้ว่าคนและเงินจะน้อย ก็สามารถสร้างความพึงพอใจในกระบวนการทำงานมาโดยตลอด

          จริงอยู่..ในสิ่งที่พูดถึงนี้ มิใช่ผลงานการวิจัย การพูดผ่านสื่อออกไปอาจไร้น้ำหนัก จึงไม่จำเป็นที่ใครจะเชื่อถือหรือศรัทธา..ผมเพียงต้องการบันทึกไว้เป็นตำนานแห่งการทำงาน และส่งผ่านให้ลูกหลานอีกมากมาย ที่กำลังเข้าสู่วงการ..บริหารสถานศึกษา

          แน่นอนที่สุด..งานนี้ไม่มีสูตรสำเร็จ และศาสตร์การบริหารบางอย่าง ที่ลอกมาจากตำราฝรั่งบางคนและบางประเทศนั้น..อาจล้าสมัยไปบ้างแล้วก็ได้ หรือไม่สอดคล้องกับการศึกษาขั้นพื้นฐานของไทย โดยส่วนตัวผมคิดว่า เรา(อาจ)ถูกหลอกจากตำราและนักบริหารระดับสูงมานานมากพอแล้ว

          หากหันกลับมามองการบริหารในแนวทางของพระพุทธศาสนา เพียงประยุกต์ใช้ “กฎแห่งกรรม”เพียงข้อเดียวก็สามารถไปถึงจุดหมายของการจัดการศึกษาได้ไม่ยาก..

          เพราะ..กฏแห่งกรรม..คือกฎแห่งธรรมชาติ..ทำเช่นไร..ก็ได้ผลเช่นนั้น คิดดี ทำดีอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง..ผลก็คงจะไม่เป็นอื่นไปได้

          แล้วยิ่งได้ลงมือทำและทำให้ง่าย..จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะโรงเรียนขนาดเล็ก..ที่มีความจำกัดในทุกด้าน..หลักการทรงงานในข้อนี้จึงทรงพลังยิ่งนัก..

          ด้วยการลดขั้นตอนการทำงานบ้าง..ทำได้มากกว่าหน้าที่และความรับผิดชอบ..ไม่ต้องอลังการงานสร้าง แต่ออกแบบงานทุกอย่างให้เรียบง่าย ประหยัด มองดูสะอาด เรียบร้อยและสวยงาม สมคุณค่าและสมประโยชน์..สอดคล้องกับบริบทที่ประกอบด้วยทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมที่มีอยู่อย่างจำกัด....

          ผมลองทำแล้ว..โดยจัดแหล่งเรียนรู้ในโรงเรียน เพื่อครูและนักเรียนจะได้แลกเปลี่ยนและใช้เป็นสื่อการสอน ผมใช้ต้นไม้และผืนดินเป็นเครื่องมือ โดยลงทุนไม่มาก แต่ให้มีความหลากหลาย..เมื่อทำให้ง่าย..ก็ไม่รู้สึกว่าต้องทำให้ใครต้องเดือดร้อน..

          โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลานี้..โรงเรียนขนาดเล็ก..กับแนวคิดที่จะต้อง “ทำให้ง่าย”มีมากมายหลายประเด็น ไม่เฉพาะแต่การเรียนการสอนเท่านั้น ในสถานการณ์โควิดผมคิดเอาเองว่า..มีสิ่งใดที่ ผอ.รร.จะช่วยครูได้บ้าง?

          บ่อยครั้งที่มีรายงาน..ด่วนมากและด่วนที่สุด..ผอ.ช่วยได้ทำได้ต้องรีบทำทันที..งานจะง่ายและเร็วขึ้น..งานประสานชุมชน ผู้ปกครองและท้องถิ่น ไม่ต้องรอครู ผอ.ทำให้เร็วก็จะเป็นเรื่องที่ง่ายและมีประสิทธิภาพ ส่งผลดีต่อโรงเรียนแน่นอน...

          ผมจึงคิดว่า..ถ้า สพฐ.และศธ.เข้าใจบริบทของเขตพื้นที่และโรงเรียน..และคิดอย่างที่ผมคิด..ออกแบบงานลงมาให้ง่าย..การศึกษาไทย..คงก้าวไกลมิใช่น้อย

ชยันต์  เพชรศรีจันทร์

๒๔  มิถุนายน  ๒๕๖๓


         

         

         

         

         

         

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เรื่องเล่า....จากโรงเรียนเล็ก



ความเห็น (0)