ปาฏิหาริย์พระครูกัลยาณานุวัฒน์


จากปากน้องสาวหลวงปู่พูดให้ฟังว่าขณะที่คุณแม่ที แดงอ่อน ตั้งครรภ์หลวงปู่เหลา กลฺยาโณ ได้ฝันว่ามีแก้วมณีโชติลอยเข้ามาในท้องของคุณแม่ที แดงอ่อน และหลังจากนั้นท่านก็ได้ให้กำเนิดหลวงปู่เหลา กลฺยาโณ ในปี พ.ศ.2484 หลังจากจบการศึกษาระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 แล้วท่านก็ได้ช่วยบิดา-มารดา ทำนา ที่บ้านวังหินชาต ต.บ้านโคก อ.ภูเวียง จ.ขอนแก่น คืนหนึ่งท่านและน้องสาวได้พากันไปทำนา กลางคืนท่านก็ได้ยินเสียงผีปั้นคันแทนาทั้งคืน เช้ามาท่านจึงได้บอกน้องสาวให้ไปดูสิว่าผีมันปั้นคันแทนาได้เยอะขนาดไหนแล้ว น้องๆก็ได้พากันไปดูปรากฎว่าไม่มีอะไร จะเห็นได้ว่าท่านมีจิตใจที่เข็มแข็งตั้งแต่ท่านยังไม่ออกบวช จนถึงปีพ.ศ. 2502 มีการสร้างเขื่อนอุบลรัตน์ และน้ำได้ท่วมใหญ่ ชาวบ้านจึงได้อพยพจากภูเวียงไปแต่ละที่ ซึ่งครอบครัวของหลวงปู่เหลา ก็ได้อพยพเหมือนกัน ซึ่งครอบครัวของท่านและครอบครัวอื่นๆได้จ้างรถ 10 ล้อ อพยพจากภูเวียง มาที่บ้านโนนสะอาด ต.หนองกุงแก้ว อ.ศรีบุญเรือง ในขณะนั้นยังไม่มีถนนหนทาง ซึ่งขบวนอพยพของครอบครัวหลวงปู่เหลา เป็นครอบครัวแรกที่นำรถ 10 ล้อตัดถนนมาจากภูเวียง มาถึงบ้านโนนสะอาด ต.หนองกุงแก้ว อ.ศรีีบุญเรือง จ.หนองบัวลำภู การอพยพนั้นใช้เวลาหลายเดือนกว่าจะมาถึงบ้านโนนสะอาด ต.หนองกุงแก้ว อ.ศรีบุญเรือง จ.หนองบัวลำภู เพราะว่าต้องแผ่วถางป่าทำถนนเพื่อให้รถ 10 ล้อวิ่งได้ และระหว่างถึงช่วงบ้านยางหล่อ ต.ยางหล่อ อ.ศรีบุญเรือง จ.หนองบัวลำภู ขณะนั้นหลวงปู่ซึ่งยังเป็นวัยรุ่นได้เกาะอยู่ข้างรถ 10 ล้อ และรถ10ล้อ ได้หนีบท่านกับต้นไม้ คนที่มาด้วยจึงได้หาทางช่วยเอาหลวงปู่ออกมา ซึ่งขณะนั้นท่านตัวเหลืองหมดแล้ว และญาติๆก็ได้ช่วยชีวิตท่านไว้ได้ จะกระทั้งมาถึงจุดหมายปลายทาง คือบ้านโนนสะอาด ต.หนองกุงแก้ว อ.ศรีบุญเรือง จ.หนองบัวลำภู ท่านและครอบครัวก็ได้ลงหลักปลักฐานที่นี้ และ วันที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2507 ท่านก็ได้กลับไปบวชที่วัดสวรรค์คงคา ต.หว้าทอง อ.ภูเวียง จ.ขอนแก่น และได้ศึกษาธรรมที่นั้นเป็นเวลา 1 ปี และในขณะนั้นโยมบิดาและโยมมารดาของท่านได้บริจาคที่ดินเพื่อสร้างวัดป่าสวรรค์คงคาขึ้น และวัดแห่งนี้ก็เป็นวัดโดยสมบูรณ์วัดแรกในต.หนองกุงแก้ว หลังจากนั้นท่านก็มาจำพรรษาที่วัดป่าสวรรค์คงคา ต.หนองกุงแก้ว อ.ศรีบุญเรือง จ.หนองบัวลำภู ใน พ.ศ. 2508 หลังจากนั้นเป็นต้นมาปาฏิหาริย์ของท่านก็มีมากมาย สมัยนั้นไม่มีรถจะไปไหนก็ต้องเดินอย่างเดียวคืนหนึ่งท่านเดินหลงป่ากับลูกศิษย์ที่เป็นเด็กน้อย และมีพายุแรงมากไฟฉายก็ไม่มี ท่านจึงถุยน้ำลายออกเป็นแสงสว่างเพื่อที่จะให้เห็นทางเดิน และท่านก็ไปหยุดพักนั่งสมาธิอยู่ใต้ต้นไม้และให้ลูกศิษย์นอนหนุนตักท่านตลอดทั้งคืน เมื่อท่านกลับมาถึงวัดตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เณรน้อยต่างวิ่งไล่ตะคลุปน้ำลายท่าน เพราะเป็นแสง อยู่มาวันหนึ่งขณะท่านกำลังเดินจงกลมได้มีงูเห่าตัวใหญ่เลื้อยมาหาท่าน ท่านจึงชี้นิ้วใส่งูเห่าตัวนั้น และงูเห่าตัวนั้นจึงได้หลบไป  ในวัดป่าสวรรค์คงคา ต.หนองกุงแก้ว อ.ศรีบุญเรือง จ.หนองบัวลำภู ท่านบอกว่าที่แห่งนี้ไม่มีผี มีแต่เทวดา พ.ศ. 2549 คืนหนึ่งท่านบอกว่ามีคนมาขอมะม่วงไปให้คนงานที่ทำงานอยู่ป่าช้า ท่านบอกว่าเสียงรถแม็คโค ตักดินทั้งคืน ตื่นเช้ามาจึงให้สามเณรน้อยเดินไปดูที่ป่าช้าว่ามีรถแม็คโคตักดินหรือเปล่าและเณรน้อยก็เดินไปดูปรากฎว่ามีแต่ป่าไม้  ซึ่งจะมีเทวดามาเยี่ยมท่านและสนทนาธรรมกับท่านเป็นประจำ และประมาณปี พ.ศ. 2542 ไฟไหม้ป่าครั้งใหญ่จะไหม้เข้ามาในวัดท่านจึงได้ตีกลองเพื่อเรียกชาวบ้านให้มาช่วยดับไฟ ปรากฎว่า พอชาวบ้านมาถึงท่านได้ดับไฟโดยไฟไม่เข้ามาในเขตวัดเลย ซึ่งท่านใช้คาถาหว่านทราย ให้ไฟดับ และปฏิหาริย์เหรียญของท่านนั้นมีมากมาย ซึ่งทหารทางภาคใต้ได้เช่าบูชาไป และปืนยิงไม่ออก จึงเป็นที่โจทย์ขานกันกับบรรดาทหารทางภาคใต้ซึ่งต่างอยากได้เหรียญของท่านไว้ครอบครอง เหรียญของท่านจัดทำขึ้น 50,000 เหรียญ ปัจจุบันเหลือ 5,000 เหรียญ

หมายเลขบันทึก: 677935เขียนเมื่อ 14 มิถุนายน 2020 10:58 น. ()แก้ไขเมื่อ 14 มิถุนายน 2020 10:58 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี