วิจัยไม่ใช่งานอดิเรก
ไม่งั้นปริญญาโท ปริญญาเอกก็ไม่ต้องลาไปเรียนหรือใช้เวลาในการทำวิจัยเป็นนานสองนาน
วัฒนธรรมการศึกษาไทย บางหลักสูตรอาจจะไม่ได้เน้นการวิจัย อาจทำวิจัยเป็นกลุ่ม อาจทำ Independence study(IS) หรืออาจจ้างคนอื่นทำวิจัยให้ ...
ผู้ที่จบมาจึงอาจไม่ซึมซับมากนักว่า เวลาที่เราทำวิจัย เวลาส่วนใหญ่อยู่กับ Re-Search ตกผลึกมากพอจึงมาออกแบบกระบวนการวิจัย
และกว่าจะลงเก็บข้อมูลต้องผ่าน Process ที่แน่ชัดว่าจะเก็บข้อมูลได้ จากนั้นต้องมา in กับการวิเคราะห์ข้อมูลและแปรผล อธิบายปรากฏการณ์เทียบเคียงกับทฤษฎีอีก
วิจัยไม่ได้ง่ายเลย
แต่ก็ไม่ได้ยากเกินกว่าที่จะทำ
คนที่ไม่เข้าใจความลึกซึ้งทางการวิจัย ก็อาจจะบอกว่า “ให้เอาวิจัยไปทำที่บ้าน” หรือ “จะมานั่งทำวิจัยอย่างเดียวไม่ได้” นั่นสะท้อนได้เลยว่า ผู้พูดไม่มีองค์ความรู้ทางด้านการวิจัยอย่างแท้จริง
ไม่อย่างนั้นจะมีหน่วยงานวิจัย ศูนย์วิจัย สถาบันวิจัย ขึ้นมาทำไม
#SelfReflection

ขอบคุณค่ะอาจารย์ ที่ได้นำเสนอเรื่องนี้ เพราะการศึกษาป.โทของหนูในปัจจุบันเป็นระบบภาคพิเศษ(ใช้ทุนส่วนตัว) เนื่องจากที่ทำงานไม่มีนโยบายให้ลาเรียนในภาคปกติ ซึ่งเป็นการเรียนที่ต้องใช้ความอดทนมากค่ะ เนื่องจากการเป็นภาคพิเศษทุกคนจะเข้าใจว่าเรียนเสาร์และอาทิตย์ วันธรรมดาก็มาทำงานปกติ แต่ในทางปฏิบัติไม่ใช่ค่ะ เพราะการเรียนทฤษฎีจะจบภายใน2ปีแรก(เรียนเฉพาะส. อา.) แต่หลังจากนั้นคือการทำวิจัย และเก็บข้อมูลซึ่งต้องใช้เวลาราชการเหตุผลคือ หน่วยงานที่จะไปเก็บอนุญาตให้มาเก็บตามเวลาราชการเท่านั้น ทำให้ต้องใช้วันลาที่มีอยู่ทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นพักร้อนหรือ ลากิจต้องนำมาใช้ทั้งหมด ส่งผลให้ไม่ได้เลื่อนขั้น และไม่ได้รับค่าตอบแทนต่างๆ เพราะลาเกินกำหนด และสูญเสียโอกาสหลายๆอย่างค่ะ ผู้ใหญ่ไม่มีใครเข้าใจเลยค่ะ ส่วนใหญ่ให้คำตอบว่าการไปเรียนปริญญาโทของหนูถือเป็นเรื่องส่วนตัว ไม่เกี่ยวกับองค์กร ค่ะ สิ่งที่ทำได้ดีที่สุดตอนนี้คือต้องเลือกอย่างใดอย่างนึงค่ะ ซึ่งตอนนี้หนูเลือกที่จะเรียนให้จบก่อนค่ะ ขอบคุณค่ะอาจารย์
สู้ๆนะคะ คุณ tukeman