ในปี พ.ศ. 2562 เดือนธันวาคม เมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน ได้เกิดการระบาดของไวรัสชนิดหนึ่ง มีชื่อว่าไวรัสโคโรน่า หรือที่ในปัจจุบันทางการแพทย์เรียกว่าเชื้อไวรัส COVID-19 โดยไม่ทราบแน่ชัดว่าเกิดมาจากอะไร แต่มีการสันนิษฐานว่ามาจากสัตว์หายากหรือสัตว์ทะเล และสำหรับประเทศไทย ผู้ติดเชื้อคนแรกเป็นนักท่องเที่ยวหญิงชาวจีนอายุ 61 ปีที่มาจากเมืองอู่ฮั่น จึงมีประกาศว่าไทยเป็นประเทศแรกที่พบผู้ติดเชื้อนอกจากประเทศจีน และจากนี้จะเป็นบันทึกประสบการณ์และการปรับตัวของผู้เขียนในสถานการณ์ COVID-19 ค่ะ
ในช่วงกลางเดือนมกราคม มีข่าวการติดเชื้อในประเทศจีนออกมาอย่างหนาแน่น และในวันที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2563 ก็ได้มีรายงานอย่างเป็นทางการว่ามีผู้ติดเชื้อคนแรกในประเทศไทย นับเป็นข่าวที่สร้างความตื่นตระหนกให้คนไทยได้ไม่น้อย โดยเฉพาะประชากรส่วนในกรุงเทพฯ บางส่วนเริ่มตื่นตัวและเริ่มซื้อหน้ากากอนามัยไว้เพื่อป้องกันตัวเอง แต่ในขณะเดียวกันนั้น ประเทศไทยก็ยังไม่มีมาตรการใด ๆ เพื่อป้องกันไวรัสดังกล่าว ในเวลานั้น ส่ิงที่สามารถทำได้คือหาซื้อหน้ากากอนามัยมาใส่ ติดตามข่าวสารต่าง ๆ ให้มากที่สุดเท่าที่จะติดตามได้ ค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับตัวไวรัส และพยายามไม่สัมผัสสิ่งรอบตัวโดยไม่จำเป็น
ต่อมาในช่วงกลางเดือนมีนาคม สถานการณ์ไวรัสในกรุงเทพฯ เริ่มรุนแรงขึ้น ยอดผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ และในโลกโซเชียลเริ่มมีกระแสเรียกร้องให้บริษัทและสถานศึกษาสั่งให้นักเรียนนักศึกษาหยุดเรียนและบุคคลทำงานหยุดการทำงานเพื่อป้องกันการกระจายของไวรัส และในสองสามวันต่อมาก็มีประกาศให้หยุดเรียนและใช้การเรียนการสอนออนไลน์แทน หลาย ๆ บริษัทสั่งให้พนักงาน Work from home เท่าที่จะทำได้เพื่อป้องกันการระบาดของไวรัส และในสถานการณ์นั้น สิ่งที่เราทำเพื่อป้องกันตนเองคือการใส่หน้ากากอนามัยทุกครั้งที่ออกจากที่พัก หลีกเลี่ยงที่แออัด หลีกเลี่ยงรถไฟฟ้าและรถสาธารณะ ไม่สัมผัสสิ่งของร่วมกับผู้อื่น หากจำเป็นต้องสัมผัสให้รีบล้างมือทันที พยายามไม่จับใบหน้าเพื่อป้องกันไวรัสเข้าสู่ร่างกาย
และปัจจุบันมีการสั่งเคอร์ฟิว 22.00 น. – 4.00 น. เป็นมาตรการป้องกันของทางรัฐบาลเพื่อป้องกันไวรัส ทำให้ผู้คนจำนวนมากเลือกที่จะกักตนเองอยู่ที่บ้านเนื่องจากความกลัวในการระบาดของไวรัสโคโรน่า
และวิธีป้องกันตนเองในสถานการณ์ปัจจุบันจากไวรัสดังกล่าวมีดังนี้
- - ล้างมือให้สะอาดเป็นเวลา 20 วินาทีทุกครั้งที่จับสิ่งของสาธารณะ เพราะการล้างมือเป็นเวลา 20 วินาทีจะทำให้ไวรัสไม่สามารถอยู่ได้เนื่องจากสบู่มีความเป็นด่าง
- - ไม่นำมือไปจับตา ปาก หรือใบหน้า เพราการจับใบหน้า ตาและปาก จะทำให้เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย
- - ใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลาเมื่อต้องอยู่ในที่ที่มีผู้คน เพราะเมื่อเราใส่หน้ากากอนามัย จะป้องกันละอองเชื้อโรคที่ลอยอยู่ในอากาศได้ ทำให้สามารถป้องกันเชื้อไวรัสได้
- - หลีกเลี่ยงการใกล้ชิดกับผู้คน
- - หลีกเลี่ยงสถานที่แออัด
- - รับประทานอาหารสุก งดอาหารดิบ
- - ไม่อยู่ใกล้ชิดผู้ป่วยที่ไอหรือจาม
- - ไม่ใช้สิ่งของร่วมกับผู้อื่น
- - กักตัว 14 วันเมื่อเดินทางไปในสถานที่เสี่ยงและรีบไปพบแพทย์ทันทีเมื่อมีไข้สูง ไอแห้ง ๆ เจ็บคอ และหายใจเหนื่อยหอบ
จากวิธีดังกล่าวเป็นวิธีป้องกันไวรัสที่ได้รับการยืนยันว่าสามารถป้องกันได้และควรปฏิบัติ เนื่องจากในปัจจุบันสถานการณ์ไวรัสยังไม่สงบลงเราจึงควรปฏิบัติตามวิธีป้องกันอย่างเคร่งครัดเพื่อไม่ให้ไวรัสกระจายตัวได้ และจะทำให้สังคมกลับสู่ปกติในอนาคต