๑,๑๓๐ เพราะโควิด ๑๙..แท้ๆ.....

" สัจธรรมในคำสอนของพ่อ หล่อหลอมหัวใจคนไทยมาโดยตลอด จึงสามารถใช้เหตุและผลในสถานการณ์แบบนี้ มีความพอประมาณในการดำรงชีวิต คิดสร้างภูมิคุ้มกันให้ตนเองและส่วนรวม ด้วยความรู้และคุณธรรมจะนำไทยให้อยู่รอด อย่างมั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืน อย่างแน่นอน"

        ด้วยเหตุและผลเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น..ที่นำความผันแปรมาสู่มวลมนุษยโลก แบบที่ว่าประวัติศาสตร์ต้องจารึก บันทึกเป็นตำนานของโลก..ให้อนุชนรุ่นหลังได้จดจำ..

    นำเรื่องราวของโควิด ๑๙ มาเป็นบทเรียน เพื่อหาแนวทางป้องกันแก้ไขและตื่นตัวในการศึกษาค้นคว้าหาตัวยา เพื่อรักษาและกำจัดไวรัสโคโรน่า..ให้หมดไป

        แต่ก่อนที่จะถึงวันนั้น..วันนี้ของปีพ.ศ.๒๕๖๓..มีอะไรเกิดขึ้นบ้าง..หลังจากโควิดคืบคลานเข้ามา..อยู่ในหัวใจคนไทย คือเหมือนอยู่ใกล้เหลือเกิน..ในความรู้สึก

        เคยนึกอยู่เสมอว่า ๗ วันอันตรายในช่วงเทศกาลสงกรานต์ แต่ปีนี้ไม่ต้องห่วงเรื่องรายงานอุบัติภัยบนท้องถนนกันแล้ว เพราะทุกวันอันตรายเหมือนกันหมด..

        ไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อ เพราะมันเป็นไปแล้ว ที่ไม่มีงานประเพณีสงกรานต์ในปีนี้ ในรอบเกือบร้อยปีที่ไม่เคยเป็นมาก่อน..ความไม่แน่นอนมีอยู่จริง..อาจต้องรอสาดน้ำกันในวันลอยกระทงก็เป็นได้...

        ใครที่อยู่กรุงเทพฯคงอยากเห็นวันที่ถนนโล่ง ตอนนี้ได้เห็นกันทุกวัน ไม่มีคำว่ารถติดไปอีกนานเท่านาน..สวรรค์บนท้องถนน..แต่ไม่ค่อยมีผู้คนอยากออกจากบ้าน ถนนหนทางจึงดูเงียบเหงามาก

        รถยนต์คันหรูจึงจอดอยู่เฉยๆ ไม่มีใครอยากท่องเที่ยวไม่ว่าจะใกล้หรือไกล เข้าใจได้ว่าไม่สนใจจริงๆ..ถึงแม้ว่าราคาน้ำมันจะลดลงอย่างถล่มทลาย แบบที่ไม่เคยเกิดขึ้น

        เคยขมขื่นที่ถูกต่อว่า..คนไทยมักง่าย..ไร้วินัยคือไทยแท้..ตอนนี้ไม่ใช่แล้ว บอกให้อยู่บ้านก็อยู่ บอกให้ใส่หน้ากากอนามัยก็ทำตาม ว่านอนสอนง่าย คนไทยส่วนใหญ่เป็นเช่นนั้น..ติดระดับต้นๆของโลกด้วยซ้ำ

        แต่นั่นแหละ..จะได้เข้าถึงสำนวนไทยกันเสียที..รู้หน้าไม่รู้ใจ..ยังไงก็ต้องใส่หน้ากากเข้าหากันไว้ก่อน ลืมสโลแกนกันไปสักพักใหญ่..ไม่ต้อง “ยิ้มสยาม”ก็ได้ไม่เสียหายหรอก

        เช่นเดียวกัน..ไม่เสียหายเลยก็แค่เสียดายที่ต้องเลื่อนวันหวยออก..แต่ที่เสียหายบ้างเล็กน้อย ถ้าต้องเลื่อนการเปิดเทอมออกไป..ถือว่าเป็นการปิดเทอมที่นานที่สุดในประวัติศาสตร์การศึกษาของไทย

        ในทางการบ้านการเมือง มีเรื่องวุ่นๆให้ปวดหัว แต่ถ้าไม่อยากปวดหัว ก็ต้องมองให้เป็นเรื่องราวแบบหนังซีรี่ที่ต้องดูกันยาวๆ..หลายตอนจบ..จะจบอย่างไรก็ยังไม่รู้..

        แต่ที่แน่ๆ..โควิด๑๙ ทำให้เรามองเห็นภาวะผู้นำของผู้บริหารประเทศ..เห็นบุคลิกและพฤติกรรมของนักการเมืองอย่างชัดเจน เห็นว่าวิสัยทัศน์และการตัดสินใจ..มีความจำเป็นสำหรับผู้บริหารระดับสูง...

        เคยชื่นชม..ผู้ว่าราชการจังหวัดอยู่ไม่กี่ท่าน..แต่ทุกวันนี้ทุกท่านทำงานหนักมาก กำหนดกฎกติกาภายในจังหวัดอย่างเฉียบขาด ทำได้ในปัจจุบันทันใด..เยี่ยมยอดจริงๆ

        แต่ที่เยี่ยมยอดที่สุด..ณ วันนี้ที่นั่งอยู่ในหัวใจคนไทยทุกคน คือคณะแพทย์และพยาบาล..”นักรบเสื้อกาวน์” ใจท่านขาวสะอาดบริสุทธิ์สดใส..น่ากราบไหว้บูชายิ่งนัก

        ยิ่งเรียนรู้ก็ยิ่งรัก บทเรียนเชิงประจักษ์ในวันนี้..ทำให้คนไทยเข้าใจลึกซึ้ง เข้าถึง “ศาสตร์พระราชา” มั่นใจแล้วว่าปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง คือความจริง..

        สัจธรรมในคำสอนของพ่อ หล่อหลอมหัวใจคนไทยมาโดยตลอด จึงสามารถใช้เหตุและผลในสถานการณ์แบบนี้ มีความพอประมาณในการดำรงชีวิต คิดสร้างภูมิคุ้มกันให้ตนเองและส่วนรวม ด้วยความรู้และคุณธรรมจะนำไทยให้อยู่รอด อย่างมั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืน อย่างแน่นอน

        ขอเพียง “ไทยรวมกำลังตั้งมั่น” ก้าวข้ามผ่านโควิดไปด้วยกัน เมื่อถึงวันนั้น เชื่อว่าฝันจะเป็นจริง อย่าลืมช่วยกันพลิกฟื้นแผ่นดินไทย ให้เป็นแผ่นดินทองผ่องอำไพ....

        เพื่อให้เกษตรกรรมไทย..ยิ่งใหญ่ไร้มลพิษ..ติดอันดับ “ครัวโลก”อย่างสง่างาม

ชยันต์  เพชรศรีจันทร์

๑๕  เมษายน  ๒๕๖๓


       

       

       

       

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เรื่องเล่า....จากโรงเรียนเล็ก



ความเห็น (0)