วันนี้ผมอยากเชิญชวนพี่ๆ เพื่อนๆ ที่เกษียณอายุราชการแล้ว มาเขียนประวัติตนเองกันไว้เถอะ ไม่ได้แช่งตัวเองหรอก แต่อะไรๆก็ไม่แน่นอน เมื่อวันหนึ่งเราจากไป จะได้ไม่เป็นภาระของลูกหลาน ญาติๆ ต้องมารวบรวมเขียนให้ บางครั้งเขาก็เขียนผิดเขียนถูก เมื่อจำอะไรไม่ได้ก็ไม่รู้จะไปถามใคร(คนตายก็ไม่ลุกมาบอกเสียด้วย) ตอนนี้เรายังมีลมหายใจอยู่ อยากเขียนอะไร ก็เขียนเถอะครับ
ผมสังเกตว่า หนังสือที่ระลึกงานพระราชทานเพลิงศพเดี๋ยวนี้แทบจะไม่ทำกันแล้ว จะทำก็แค่เอาประวัติหน้าสองหน้าปะไว้ด้านหน้าหนังสือธรรมะ หรือหนังสือเรื่องสุขภาพที่ไปซื้อมา หนังสืองานศพดีๆเหมือนสมัยก่อนหายาก เว้นแต่ผู้ที่มีชื่อเสียง มีทีมงานทำไว้ให้ เมื่อก่อนที่วัดบวรนิเวศฯเคยรวบรวมเป็นห้องสมุดหนังสืองานศพเอาไว้ให้ไปอ่าน ไปค้นคว้ากัน ไม่ทราบว่าตอนนี้ยังมีรึเปล่า
ดังนั้น หากท่านเขียนประวัติตนเองไว้ เมื่อเราจากไป ลูกหลานไม่มีเวลาจะทำหนังสือแจก ก็จะเอาประวัติไม่กี่หน้านี้ไปแปะไว้ด้านหน้าหนังสือที่อยากแจกได้เลย หรือมีข้อมูล ภาพถ่าย อยากเพิ่มเติมอะไรก็เขียนเพิ่มได้อีก เวลาจะอ่านประวัติหน้าเมรุก่อนเผา ญาติๆก็ไม่ต้องเดือดร้อนไปรบกวนใครเขียนให้อีก
บางท่านที่มีผลงานดีๆ ทั้งด้านคุณธรรมจริยธรรม และจิตวิญญานความเป็นครูที่ตนสั่งสมไว้ตอนรับราชการ ผมก็ไม่อยากให้ความดีงามเหล่านั้นสูญหายไป ซึ่งควรจะเป็นแบบอย่าง เป็นอนุสรณ์ให้คนรุ่นลูกรุ่นหลานได้เรียนรู้ ซึมซับ และสืบทอดต่อไปจากรุ่นสู่รุ่น
ผมเป็นกรรมการเขียนหนังสือประวัติครูของคุรุสภามา 25 ปี ระยะหลังๆจะหาประวัติครูผู้ถึงแก่กรรมที่มีผลงานดีเด่นมาเขียนยากมาก เพราะไม่มีการบันทึกกันไว้ ด้วยเหตุผลดังกล่าวข้างต้น
ผมทราบดีว่า บางท่านอาจไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นเขียนประวัติตนเองยังไง ผมจึงขอนำเสนอเค้าโครงการเขียนที่คุรุสภาเขาให้แนวไว้ จะได้เริ่มต้นเขียนเสียที มีเท่าไรก็เขียนเท่านั้น ผมเชื่อว่าตลอดชีวิตการรับราชการ/ทำงาน ทุกท่านต่างมีความดีงามที่จะมาเขียนได้ทั้งนั้น บางครั้งเราไม่มีโอกาสที่จะได้ทำงานให้เกิดผลงานยิ่งใหญ่ จนได้รับรางวัลระดับชาติ แต่เราก็มีผลงานที่ตนเองทุ่มเททำเพื่อเด็ก เพื่อโรงเรียน เพื่อชุมชนในท้องถิ่น จนเกิดผลที่น่าภาคภูมิใจ การทำความดีเราสามารถกระทำได้ในทุกโอกาส ทุกสถานที่ ซึ่งล้วนมีคุณค่าทั้งนั้น จะนำไปเปรียบเทียบกับคนอื่นไม่ได้
เค้าโครงการเขียนประวัติที่คุรุสภาแนะนำมา เนื้อหาน่าจะประกอบด้วยส่วนต่างๆดังนี้
1.วันเดือนปีที่เกิด สถานที่เกิด ชื่อพ่อแม่ และพี่น้องทุกคน
2.ประวัติการศึกษาตั้งแต่ประถมจนถึงสูงสุด เขียนตามลำดับของพ.ศ.
3.ประวัติการทำงาน ตั้งแต่เริ่มเข้ารับราชการจนถึงเกษียณอายุ
4. ผลการทำงานที่ตนเองภาคภูมิใจ เริ่มตั้งแต่เป็นครูมีผลงานด้านการจัดการเรียนการสอนอะไรบ้าง และ/หรืิอ เมื่อมาเป็นผู้บริหาร/ศึกษานิเทศก์มีผลงานอะไรบ้าง ส่วนที่ 4 นี้สำคัญที่สุด อยากให้เขียนผลงานที่แสดงถึงจิตวิญญานความเป็นครูในมิติต่างๆ และควรมีข้อความที่มีคนเขียนถึงความดีเด่น โดยคัดลอกประโยคที่เด่นๆ ระบุชื่อผู้เขียนถึง ตำแหน่ง จากหนังสือเล่มใด ควรมีข้อเขียนของบุคคลที่เกี่ยวข้องหลากหลายกลุ่มที่กล่าวถึงการทำงานทั้งตอนเป็นครูและเป็นผู้บริหาร/ศึกษานิเทศก์
5.รางวัลและเกียรติคุณดีเด่นที่ได้รับ(ถ้ามี) ระบุชื่อรางวัล หน่วยงานที่มอบ ปี พ.ศ.เรียงตาม พ.ศ.
6.เครื่องราชอิสริยาภรณ์สูงสุดที่ได้รับพระราชทาน
7.ชีวิตครอบครัว ชื่อสามี/ภรรยา(ระบุนามสกุลเดิม) ชื่อบุตรทุกคน ถ้าไม่ได้สมรสก็ไม่ต้องระบุชื่อใคร
8.ชีวิตบั้นปลาย หลังเกษียณทำคุณงามความดีอะไรต่อเนื่อง
9.บรรณานุกรม เอกสารอ้างอิงทุกฉบับ
ผมขอนำประวัติของคุณครู 2 ท่าน ที่ผมเขียนลงหนังสือประวัติครูของคุรุสภา หลายปีมาแล้ว และผมชอบประวัติของทั้ง 2 ท่านนี้มาก ซึ่งแต่ละท่านต่างมีภูมิหลัง และโอกาสการทำงานที่แตกต่างกันคือ
1. นายสุธีร์ ฉายาปัญจะ (อ่านจากภาพที่ถ่ายแนบมานี้ 11 หน้า)
2. ดร.โกวิท วรพิพัฒน์ อ่านจากบล็อก
https://www.gotoknow.org/posts...
อยากให้อ่านให้จบ ผมเชื่อว่าท่านจะเกิดแรงบันดาลใจเขียนประวัติของท่าน เพื่อรวบรวมให้ลูกหลานเก็บรักษาไว้ หรือจะส่งมาให้ผมอ่าน เพื่อแลกเปลี่ยนกันบ้างก็ได้ครับ
ธเนศ ขำเกิด
ปล. ผมเขียนประวัติของผมเสร็จแล้วครับ











