แก้ว..อุบล จ๋วงพานิช
แก้ว..อุบล จ๋วงพานิช จ๋วงพานิช

การป้องกันติดเชื้อในผู้ป่วยมะเร็งที่มีภาวะเม็ดเลือดขาวต่ำหลังได้รับยาเคมีบำบัด: เราทำได้


ผลการใช้แนวปฏิบัติการพยาบาลเพื่อป้องกันการติดเชื้อในผู้ป่วยมะเร็งที่มีภาวะเม็ดเลือดขาวต่ำหลังได้รับยาเคมีบำบัด

บันทึกจากใจของพี่เลี้ยง

         หลังจากทีมที่ดูแลผู้ป่วยของเรา ได้พัฒนาแนวปฏิบัติการพยาบาลเพื่อป้องกัน febrile neutropenia ถึงเวลานำไปใช้อย่างยั่งยืนแล้วค่ะ ดิฉันในฐานะที่ปรึกษารู้สึกดีใจเป็นอย่างมากที่ผลลัพธ์ที่ได้สามารถลดการติดเชื้อ ลดจำนวนวันนอนและลดค่าใช้จ่ายได้ ที่สำคัญผู้ป่วยสามารถรอดชีวิตจากการรักษาได้ด้วยค่ะ ขอแสดงความยินดีกับทีมวิจัยมากนะคะ งานนี้สำเร็จได้จากที่ปรึกษาหลายคน ทีสำคัญนักสถิติ คือ คุณต้น ฉลองพล สารทอง ที่ดูแลทีมวิจัยเป็นอย่างดีค่ะ  ขอนำเสนอบทคัดย่อมาแนบท้ายนี้นะคะ
        


บทคัดย่อ

ชื่อเรื่อง ผลการใช้แนวปฏิบัติการพยาบาลเพื่อป้องกันการติดเชื้อในผู้ป่วยมะเร็งที่มีภาวะเม็ดเลือดขาวต่ำหลังได้รับยาเคมีบำบัด

ทีมวิจัย    ณัฏฐ์ชญา ไชยวงษ์*, โกสินทร์ วิระษร**, พัชรี ประสมพืช* 


บทนำ 

    ผู้ป่วยมะเร็งที่ได้ยาเคมีบำบัดอาจเกิดภาวะเม็ดเลือดขาวต่ำ(Chemotherapy Induced Neutropenia: CIN) ซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงอาจทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้  สถิติหอผู้ป่วย 5จ ปี 2556, 2557 มีผู้ป่วยเสี่ยงต่อการเกิด CIN 150 และ 165 ราย เกิดภาวะ CIN 71 และ 77 ราย มีอาการไข้ที่บ่งชี้ว่าติดเชื้อ (febrile neutropenia; FN) ร้อยละ 51 และ 58 ตามลำดับ จากการทบทวนงานวิจัยพบว่า การประเมินความเสี่ยงของFN ได้ถูกต้องรวดเร็วและรีบดูแลเพื่อป้องกันการติดเชื้อจะช่วยลดอัตราการเกิดFN ได้ ผู้วิจัยจึงได้สร้างแนวปฏิบัติฯใหม่ตามแนวคิดของซูคัฟ ประกอบด้วยการประเมินและเฝ้าระวังการติดเชื้อ อาหารปลอดเชื้อ สุขวิทยาส่วนบุคคลและเยื่อบุช่องปาก การบริหารยาและสารละลายทางหลอดเลือดดำโดยยึดหลักปราศจากเชื้อทุกขั้นตอนและดูแลสิ่งแวดล้อมให้สะอาด แนวปฏิบัติใหม่นี้ผ่านการประเมินจากผู้ทรงคุณวุฒิได้ค่าContent Validity Index= 0.94 เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ป้องกันภาวะ FN ในผู้ป่วยที่มี CIN ต่อไป


วัตถุประสงค์

            วัตถุประสงค์หลัก เพื่อศึกษาผลลัพธ์การใช้แนวปฏิบัติการพยาบาลฯใหม่ในการป้องกันภาวะ FN

            วัตถุประสงค์รอง เพื่อศึกษาผลลัพธ์ของแนวปฏิบัติการพยาบาลฯต่อจำนวนวันนอนและค่าใช้จ่ายการรักษาในผู้ป่วยมะเร็งที่มีภาวะ FN


ระเบียบวิธีวิจัย

เป็นวิจัยกึ่งทดลองแบบมีกลุ่มเปรียบเทียบ คำนวณขนาดตัวอย่างได้กลุ่มละ 16 ราย เกณฑ์คัดเข้าเป็นผู้ป่วยโรคมะเร็งหลังได้รับยาเคมีบำบัดมีเม็ดเลือดขาวต่ำ(<1,500 เซลล์/มม3 ) เกณฑ์การคัดออกเป็นผู้ป่วยมีเม็ดเลือดขาวต่ำมาก่อนเริ่มให้เคมีบำบัด เป็นเบาหวาน ภูมิคุ้มกันบกพร่องและไตวายเรื้อรัง กลุ่มควบคุมรวบรวมข้อมูลย้อนหลังจากเวชระเบียนก่อนการใช้แนวปฏิบัติฯ ในช่วงเดือนสิงหาคม-ตุลาคม 2559 กลุ่มทดลองได้รับการดูแลตามแนวปฏิบัติการพยาบาลฯ ใหม่จากพยาบาลวิชาชีพในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2559-มกราคม 2560 ผู้วิจัยเป็นผู้ประเมินการติดเชื้อ โดยประเมินจากอาการปวด บวม แดง ร้อน มีหนอง มีไข้ > 38 oC 2 ครั้ง ห่างกัน 1 ชั่วโมงหรือ > 38.3 oC 1 ครั้ง ติดตามความรุนแรงเมื่อเกิด FN โดยแบ่งเป็น 3 ระดับคือ sepsis, severe sepsis และ septic shock บันทึกจำนวนวันนอนและค่าใช้จ่ายในการรักษา  วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงบรรยาย Pearson Chi-Square test, Student’s t-test และ Mann-Whitney U test


ผลการดำเนินงาน

            ข้อมูลพื้นฐานของผู้ป่วยทั้งสองกลุ่มได้แก่ เพศ น้ำหนัก และชนิดของมะเร็งไม่แตกต่างกัน  อัตราการติดเชื้อของกลุ่มทดลองน้อยกว่ากลุ่มควบคุม ร้อยละ 43.75 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p = 0.01) จำนวนวันนอนของกลุ่มทดลองน้อยกว่ากลุ่มควบคุมเฉลี่ย 12.88 วัน (p < 0.001) ค่าใช้จ่ายในการรักษากลุ่มทดลองน้อยกว่ากลุ่มควบคุม 52,998.84 บาท (p < 0.001) ผู้ป่วย CIN ไม่มี FN ร้อยละ 62.5 ส่วนผู้ป่วย CIN ที่มี FN มีภาวะ sepsis ร้อยละ 83.33 และ severe sepsis ร้อยละ 16.67 เมื่อวิเคราะห์แยกข้อมูลของทั้งสองกลุ่มเฉพาะที่มี FNและไม่มี FN พบว่า กลุ่ม FN มีจำนวนวันนอนเฉลี่ยมากกว่า 12.79 วัน (p < 0.001) ค่าใช้จ่ายในการรักษามากกว่า 70,643.21 บาท (p < 0.001) สรุป การใช้แนวปฏิบัติการพยาบาลฯ อย่างต่อเนื่องในผู้ป่วยมะเร็งที่มีภาวะเม็ดเลือดขาวต่ำหลังได้รับยาเคมีบำบัดช่วยให้อัตราการติดเชื้อ จำนวนวันนอน และค่าใช้จ่ายในการรักษาลดลง


การนำใช้ประโยชน์

1) ปัจจุบันได้นำผลวิจัยไปใช้ในหอผู้ป่วยเพื่อป้องกันการติดเชื้อในผู้ป่วยที่มีภาวะเม็ดเลือดขาวต่ำ

2)  เผยแพร่งานวิจัยให้กับพยาบาลในหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้นำไปใช้ผ่านชุมชนนักปฏิบัติ (CoP) เคมีบำบัดของคณะแพทยศาสตร์

3) เผยแพร่งานวิจัยให้กับพยาบาลนอกหน่วยงานที่มาศึกษาดูงาน ได้แก่ รพ ธรรมศาสตร์ รพ จุฬาและศิริราช เป็นต้น

4) เผยแพร่ผลงานในเวปไซต์โกทูโน ให้ผู้สนใจทั่วประเทศได้เข้าถึงข้อมูล


    บทเรียนที่ได้รับ

    ผลวิจัยพบว่าการใช้แนวปฏิบัติการพยาบาลเพื่อป้องกันการติดเชื้อในผู้ป่วยมะเร็งที่มีภาวะเม็ดเลือดขาวต่ำหลังได้รับยาเคมีบำบัดสามารถยกระดับผลลัพธ์ทางคลินิกได้ อย่างไรก็ตามการนำแนวปฏิบัติการพยาบาลฯมาใช้ จะต้องมีการฝึกอบรมและจัดให้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันระหว่างผู้ปฏิบัติ รวมทั้งนิเทศกำกับติดตามบุคลากรทุกระดับให้ปฏิบัติตามแนวปฏิบัติฯอย่างต่อเนื่อง จะสามารถป้องกันการติดเชื้อในผู้ป่วย CINได้อย่างยั่งยืน


    ปัจจัยแห่งความสำเร็จ

    พยาบาลมีส่วนร่วมในการใช้แนวปฏิบัติการพยาบาลเพื่อป้องกันการติดเชื้อในผู้ป่วยมะเร็งที่มีภาวะเม็ดเลือดขาวต่ำหลังได้รับยาเคมีบำบัด เนื่องจากเป็นแนวปฏิบัติฯใหม่ที่ชัดเจน สามารถปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นบทบาทอิสระของพยาบาล ผู้บริหารสนับสนุนในการเตรียมเครื่องมือและอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับป้องกันการติดเชื้อสำหรับผู้ป่วยและญาติให้ความร่วมมือฯในการดูแลผู้ป่วย


    การสนับสนุน

              ได้รับทุนสนับสนุนโครงการวิจัย R2R ประจำปี 2558 และได้รับการสนับสนุนจากผู้บริหารของหน่วยงานให้ไปเผยแพร่ผลงานวิจัย

      หมายเลขบันทึก: 676033เขียนเมื่อ 12 มีนาคม 2020 13:55 น. ()แก้ไขเมื่อ 13 มีนาคม 2020 06:52 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง


      ความเห็น (1)

      รอติดตามผลงานฉบับเต็มในการตีพิมพ์เร็วๆนี้นะคะ

      พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
      ขอแนะนำ ClassStart
      ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
      ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี