โกจิเบอร์รี่ หรือ เก๋ากี้ มีชื่อในภาษาอังกฤษว่า Chinese Wolfberry มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Lycium barbarum วงศ์ Solanaceae เป็นพืชที่มีถิ่นกำเนิดแถบทวีปเอเชียในประเทศที่อยู่ตามแนวเขาหิมาลัย เช่น จีน ทิเบต และมองโกเลีย เป็นไม้พุ่มสูงประมาณ 1-2 เมตร ผลโกจิเบอร์รี่มีสีแดงอมส้ม รสเปรี้ยวอมหวาน ภายในมีเมล็ดขนาดเล็กจำนวนมาก โกจิเบอร์รี่ หรือ เก๋ากี้ มีผลวิจัยในต่างประเทศพบว่าอุดมด้วยแคโรทีนอยด์และซีแซนทีนช่วยเรื่องการมองเห็นหรือสายตา เพิ่มความสามารถในการมองเห็น รักษาโรคตาบอดกลางคืน โดยเพิ่มประสิทธิภาพการรับภาพและป้องกันแสง โดยเฉพาะแสงสีน้ำเงินและสีฟ้า ทำให้ดวงตาเสื่อมช้าลง มักถูกแปรรูปเป็นเครื่องดื่มน้ำผลไม้ ต้มเพื่อดื่มน้ำและใช้ในเชิงสมุนไพรสำหรับประกอบอาหารด้วย

คุณค่าทางโภชนาการของโกจิเบอร์รี่แห้ง 100 กรัม ประกอบด้วย

* พลังงาน 83 กิโลแคลอรี่

* โปรตีน 11 กรัม

* คาร์โบไฮเดรต 21 กรัม

* ไขมัน 1 กรัม

* น้ำตาล 13 กรัม

* ใยอาหาร 8 กรัม

* วิตามินเอ 9,000 IU

* วิตามินซี 19.2 มิลลิกรัม

* แคลเซียม 100 มิลลิกรัม

* ธาตุเหล็ก 9 มิลลิกรัม

* โซเดียม 24 มิลลิกรัม

* โพแทสเซียม 840 มิลลิกรัม

* ซิงค์ 2.7 มิลลิกรัม

*คอปเปอร์ 2 มิลลิกรัม

นอกจากนี้ยังมีสารสำคัญจำพวกซีแซนทีน ( Zeaxanthin)และลูทีน (Lutein) สูงกว่าผักและผลไม้ทั่วไป

โกจิเบอร์รี่มีสรรพคุณในการช่วยรักษาโรคเบาหวาน ช่วยเพิ่มการตอบสนองของกลูโคสและมีผลต่อการลดน้ำตาลในเลือด ช่วยเพิ่มระดับคอเรสเตอรอล HDL โกจิเบอร์รี่มีไฟซาลินที่สามารถฆ่าเซลล์มะเร็ง และยังมีโพลีแซคคาไรด์ที่ทำให้เซลล์มะเร็งถูกกำจัดออกไป โกจิเบอร์รี่ช่วยลดน้ำหนักได้เพราะมีแคลอรี่ต่ำ มีไฟเบอร์สูงถึง 20% และมีน้ำตาลน้อย จึงเหมาะสำหรับการนำมารับประทานเป็นอาหารลดน้ำหนัก เพราะช่วยให้อิ่มนาน ไม่หิวบ่อยอย่างที่เคย มีงานวิจัยพบว่าโกจิเบอร์รี่ช่วยเพิ่มระดับฮอร์โมนเทสโทสเทอโรนซึ่งจะช่วยเพิ่มสมรรถภาพทางเพศและทำให้อสุจิแข็งแรงขึ้น และยังมีงานวิจัยในสหรัฐอเมริกาพบว่าการดื่มน้ำจากโกจิเบอร์รี่ต่อเนื่องกัน 14 วันมีผลทำให้รู้สึกสบายใจขึ้น และมีสมาธิในการทำสิ่งต่างๆมากขึ้น

เนื่องจากมีวิตามินซี วิตามินเอ และสารต้านอนุมูลอิสระหลายชนิดที่มีคุณสมบัติต้านการอักเสบ โกจิเบอร์รี่จึงสามารถช่วยบรรเทาอาการปวดต่างๆ เช่น อาการปวดข้อ หรืออาการปวดตามกระดูก นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มภูมิต้านทานในร่างกายให้แข็งแรงขึ้นอีกด้วย วิตามินซีและเบต้าแคโรทีนในโกจิเบอร์รี่จะช่วยฟื้นฟูสภาพผิวจากแดดและมลภาวะให้กลับมากระจ่างใส

การนำเก๋ากี้หรือโกจิเบอร์รี่มารับประทานในบ้านเรายังไม่ค่อยถูกต้องนัก ส่วนใหญ่จะใส่เก๋ากี้พร้อมกับเครื่องปรุงลงไปในอาหารที่กำลังเดือดและร้อนจัด ตุ๋นจนเปื่อย วิธีการนี้อาจทำให้สาระสำคัญที่ได้รับขาดหายไปและรสชาติอาหารที่ได้จะออกรสเปรี้ยวมากกว่า เก๋ากี้อาจจะมีปฏิกริยากับยาบางชนิด เช่น ยาวาร์ฟาริน (Warfarin) ซึ่งอยู่ในกลุ่มยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยารักษาโรคเบาหวาน และอาจก่อให้เกิดอาการแพ้ในผู้ที่มีประวัติแพ้เกสรดอกไม้ ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงหรือควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน

ได้เคยนำเสนอการนำโกจิเบอร์รี่มาทำเมนูต้มจืดหัวไชเท้ากับกระดูกหมู และต้มจืดมะระเห็ดหอมไปแล้ว ในวันนี้จึงนำโกจิเบอร์รี่มาทำข้าวต้มเก๋ากี้ โดยใช้ข้าวหอมมะลิผสมกับข้าวสังข์หยด นำมาต้มข้าวต้ม เมื่อข้าวต้มสุกดีแล้วจึงใส่โกจิเบอร์รี่ลงไป ก่อนจะยกลงจากเตา ข้าวต้มเก๋ากี้วันนี้รับประทานกับยำไข่เค็ม และผัดเต้าหู้ไข่ใส่ถั่วงอก เมนูอาหารเช้าง่ายๆแต่ได้คุณค่าครบถ้วนค่ะ