ทำงานนะ แต่ผลงานไปไหน ???


เคยเป็นเหมือนกันไหมครับ ที่ทำงานมาสักพักใหญ่ละ

แต่ไม่ได้งานออกมาอย่างเป็นชิ้นเป็นอันมองเพื่อนคนอื่นๆเค้า 

ทำไมมันมีผลงานออกมาหลายชิ้นจัง

และยิ่งไปกว่านั้น คือเจ้านาย หัวหน้า ก็กลับมองเห็นและตกรางวัลให้เพื่อนๆเหล่านั้นซะด้วยสิ

หันกลับมามองดูตัวเองไอ้เราก็รึทำงานก็เยอะนะในแต่ละวัน 

งานอะไรก็ไม่รู้สิ เยอะจนจำไม่ได้เพราะมันมาๆ แล้วก็ไปๆ 

ทำเสร็จแล้ว ก็เสร็จกัน

แต่หากมีใครมาถามว่าวันนี้ทำงานอะไรไปบ้าง ก็ตอบออกมาได้ไม่เต็มปากนัก


ถ้าคุณผู้อ่านกำลังเป็น หรือเคยเป็น ดังข้อความข้างต้น

คงเข้าใจดีและอารมณ์หนึ่งก็อยากตะโกนให้สุดเสียงว่า“กูก็ทำงานนะโว้ยยยยย !!!!”


เรื่องนี้จะง่ายมากครับ ถ้าเราเลือกแก้ปัญหานี้ด้วยการ

  • จับกลุ่มแล้วนินทา 
  • เลื่อยขาเก้าอี้เพื่อนร่วมงาน รวมทั้งหัวหน้างานเราด้วย 
  • และสารพัดวิธีที่เราอยากทำให้หน่วยงานองกรเราล่มสลาย


แต่ผมเชื่อว่า ผู้อ่านบทความนี้ เป็นคนดี เป็นเพื่อนร่วมงานที่น่ารัก 

และมองหาทางออกของปัญหาในการทำงาน อย่างสร้างสรรค์

ด้วยการยกระดับตัวตนของท่านผู้อ่านให้ดีขึ้น 

ด้วยวิธีที่ดีกว่าวิชาดราม่าแน่นอน


เอาละ ในเมื่อเรารู้แล้วว่าปัญหาคืออะไร 

บริบทปัญหาเป็นอย่างไร 

คำถามถัดมาคือแล้วการทำงานแบบไหนกัน

ที่เรียกว่าทำงานดี มีประสิทธิภาพ มีผลงานชัดเจน


สัปดาห์ที่ผ่านมานี้เอง บังเอิญ

ผมได้ฤกษ์แกะหนังสือที่ซื้อมากองๆไว้หลายเดือนแล้ว

หนังสือเล่มหนึ่งในนั้นคือ WINNING WITH IDEAS : จากหนึ่งถึงพันล้านเล่มนี้

ผู้เขียนคือ คุณ มาโนช พฤฒิสถาพร ผู้เขียนผู้เป็นนักนวัตกรรมหรือนวัตกร 

มีประสบการณ์ในธุรกิจสตาร์ทอัพในอเมริกา 


คุณมาโนช ได้เล่าถึงประสบการณ์การทำงานกับบริษัททริปแอดไวเซอร์และผมสรุปประเด็นไว้ดังนี้

  • Speed Win หมายถึงการทำงานที่เร็วกว่า ย่อมชนะ
  • วัฒนธรรมองค์กรที่มีขนาดใหญ่ แต่ปกครองบริหารจัดการกันแบบสตาร์ทอัพ คือให้อำนาจ กระจายอำนาจการตัดสินใจ 
  • แต่ละสัปดาห์จำเป็นต้องมีสินค้าใหม่ออกมาให้เห็น 
  • งานต้องรีบทำ รีบนำเสนอ รีบเผยแพร่ 
  • แบ่งการทำงานเป็นส่วนย่อย แล้วทำทีละส่วน 
  • จัดลำดับความสำคัญด้วยกฎพาเรโต เน้นงานทำน้อยแต่ได้ผลมากเป็นงานที่ต้องทำก่อน 
  • รีบนำสินค้าไปทดลองใช้ แล้วปรับปรุงแก้ไขสินค้าเพื่อแก้ปัญหา 
  • กำหนดไมล์สโตนการทำงานเป็น 3 ช่วง คือ 
    • ประชุมวันจันทร์ เพื่อ กำหนดเป้าหมาย วัตถุประสงค์ 
    • ประชุมอีกทีวันพุธ เพื่อ ติดตามงานตามเป้าหมายที่ตั้งเมื่อวันจันทร์ หรือระดมสมองกันแก้ปัญหาก็ตาม 
    • ประชุมปิดงานในวันศุกร์ เพื่อสรุปทุบโต๊ะกันว่ามีงานอะไรออกมาอวดชาวบ้านเค้าได้

สุดท้ายนี้

การทำงานที่เน้นสร้างผลงานเชิงประจักษ์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ดี 

เพราะคนทั่วไปย่อมเห็นทราบ เข้าใจได้ไม่ยาก 

แต่คนที่ทำงานแนวเบื้องหลัง หรือมีผลงานออกมาไม่เป็นผลชัดเจน หรือยากมองเห็นด้วยตาเปล่า 

คงต้องพยายามอีกหลายเท่า 

ผมขอเป็นกำลังใจให้นะครับ

แนวทางที่คุณมาโนชได้เขียนเล่าในหนังสือ เหมาะสมกับการทำงานของผู้อ่านหรือเปล่าครับ

ไม่ว่าอย่างไรเราคงต้องนำมาประยุกตร์ใช้ ให้เหมาะกับงานเรา 

หวังอย่างยิ่งว่าเราท่านผู้อ่าน จะได้ข้อแนะนำในการสร้างผลงานบ้างนะครับ 

หากท่านมีวิธีการทำงานแบบไหนที่ คนทำก็สำราญ คนใช้งานก็สำเร็จมาแนะนำกันบ้างนะครับ

Happy Work Life

หมายเลขบันทึก: 676006เขียนเมื่อ 10 มีนาคม 2020 16:23 น. ()แก้ไขเมื่อ 10 มีนาคม 2020 21:13 น. ()สัญญาอนุญาต: จำนวนที่อ่านจำนวนที่อ่าน:


ความเห็น (2)

กำหนดไมล์สโตนการทำงานเป็น 3 ช่วง คือ ประชุมวันจันทร์ เพื่อ กำหนดเป้าหมาย วัตถุประสงค์ ประชุมอีกทีวันพุธ เพื่อ ติดตามงานตามเป้าหมายที่ตั้งเมื่อวันจันทร์ หรือระดมสมองกันแก้ปัญหาก็ตาม ประชุมปิดงานในวันศุกร์ เพื่อสรุปทุบโต๊ะกันว่ามีงานอะไรออกมาอวดชาวบ้านเค้าได้

ราชการประชุมเดือนละครั้ง น่าจะไม่ทันนะคะ

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี
L3nr
ระบบห้องเรียนกลับทาง