.....เมื่อสังคมทุนนิยมผสานเข้ากับ ยุคแห่งโลกาภิวัตน์ (Capitalist Globalization) ทำให้โลกเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วและมากขึ้นไปทุกวันทำให้เกิดสังคมโลกในรูปแบบใหม่ที่เรียกว่าสังคมดิจิทัล (Digital Society) ซึ่งไม่มีใครที่จะสามารถหยุดยั้งสิ่งใหม่ๆ ที่กำลังมาถึงทั้งในวันนี้และอนาคตได้ มีแต่ต้องศึกษาเรียนรู้โลกยุคใหม่อย่างเท่าทั้น และทำอย่างไรให้ทุนนิยมโลกาภิวัตน์เอาเปรียบเรา และผู้อ่อนแอในสังคมได้น้อยที่สุด จึงจะเรียกว่าผู้ก้าวเดินอย่างชาญฉลาด ถ้าหากเราไม่คิจะเรียนรู้ ไม่คิดจะก้าวเดิน ไม่คิดจะเปลี่ยนแปลง เราก็จะถูกกาลเวลาดูดกลึนให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของประวิติศาสตร์ และนอกจากการเรียนรู้สิ่งใหม่แล้วการดำเนินชีวิตในยุคของสังคมดิจิทัล จำเป็นต้องมีหลักในการดำเนินชีวิต 3 ข้อเพื่อการก้าวเดินของชีวิตอย่างมั่นคงที่เรียกว่า กฎ 3 ข้อคือ

1.กฎของการคิด การมีสติจะทำให้การคิดมีความละเอียดรอบครอบ จากคำกล่าวที่ว่า “คิดบวกชีวิตก็บวก” กลายเป็นสิ่งจำเป็น ในยุคที่มีแต่เรื่องราวมากมาย สังคมเสมือนจริงหรือ Digital Society ข้อมูลเรื่องที่เป็นลบต่อมุมคิดมีมากขึ้นทุกวัน โดยเฉพาะโลกของข้อมูลข่าวสารที่กลายเป็นเรื่องจริงเข้ามาใกล้ตัวมาก เรื่องเท็จเรื่องจริงมีมากพอกัน จำเป็นที่เราต้องใช้สติในการคิดมากกว่าเดิม และสุดท้ายอาจจะหาเรื่องคิดบวกสำหรับเราเองไม่ได้สักเรื่องเลย จึงต้องใช้คำว่า เหตุและผล เพราะเหตุคือที่มาของผล และผลก็คือบทสรุปที่มาจากเหตุนั้นเอง ดังนั้นการที่ต้องใช้ความคิดให้เป็นเหตุเป็นผล เพราะเหตุผลคือสิ่งที่เป็นวิทยาศาสตร์พิสูจน์ได้ และยังเป็นสัจธรรมเช่นเดียวกับหลักการแห่งพุทธศาสนา

2.กฏของการทำ จะทำอะไรก็ได้เช่นนั้น ทำวันนี้ดีอนาคตก็ดีแน่นอน นอกจากกฏของการคิดในข้อแรกแล้ว ยังต้องทำอย่างมีเป้าหมาย ทำอย่างตั้งใจ ทำอย่างอดทน และมีสุขที่ได้ทำ หากมองตามหลักของพุทธศาสนาคือการเข้าใจและเรียนรู้ “กฏแห่งกรรม” ในขณะที่หลักการตามทฤษฎีสมัยใหม่ของโลกตะวันตก ได้เสนอเป็นหลักในการดำเนินชีวิตและทำงานที่ว่าด้วยหลักการ PDCA (Plan, Do, Check, Action) ซึ่งก็หมายถึง ก่อนการดำเนินกิจกรรม หรือดำเนินชีวิต หรือทำงานใดๆ ให้ประกอบไปด้วย การวางแผน, การลงมือทำ(ปฏิบัติ), การตรวจสอบสิ่งที่ทำไป, และการกลับไปแก้ไขปรับปรุงให้ดีขึ้น เท่านี้กฎของการทำ จะช่วยให้การดำเนินชีวิตของเราประสบความสำเร็จ

3.กฏของการอยู่ร่วมกัน สิ่งที่สังคมโลกต้องการคือ ความคิดเห็นของผู้คนที่มีความหลากหลาย แตกต่างบนหลักพื้นฐานแห่ง คุณธรรม เมตตาธรรม และนิติธรรม เพราะสิ่งเหล่านี้ทำให้สังคมพัฒนาและก้าวหน้า ดังนั้นการอยู่รวมกันของคนในสังคมที่มีคุณภาพ ต้องสามารถที่รับฟังความคิดเห็นที่แตกต่างทางความคิดของตนเอง ได้อย่างตั้งใจและเข้าใจ ทั้งยังต้องเคารพต่อหลักเหตุผลของผู้อื่น แม้ว่าเหตุผลนั้นจะได้รับการสนับสนุนหรือไม่ก็ตาม ในขณะที่ผู้นำรัฐยุคใหม่จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องใช้ ทั้งหลักนิติรัฐและนิติธรรม ควบคู่กันอย่างเสมอเหมือน การปกครองรัฐในยุคดิจิทัลที่ผู้คนมีความคิดความเห็น แตกต่างและหลากหลายอย่างมากมาย หากทุกคนในสังคมยอมรับและปฏิบัติตามกฎของสังคม กฎของการอยู่ร่วมกันได้ องค์กร ชุมชน สังคมนั้นๆก็จะมีความเข้มแข็งและเป็นเอกภาพ

หากสมาชิกในสังคมใดสามารถปฏิบัติตามกฎ 3 ข้อนี้ สมาชิกของสังคมนั้นมีความสุขในการดำเนินชีวิตยุคดิจิทัล พร้อมรับกับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีทั้งวันนี้และอนาคต

ภาสกร  อรรถสิษฐ