ว่าด้วยเรื่องจิตดวงเดียวของหมู่สัตว์ มีคุณลักษณะ 2 อย่าง คือ โลกิยะและโลกุตระ, สังขะตะธรรมและอะสังขะตะธรรม , การเคลื่อนไหวและการหยุดนิ่ง คือทั้ง 2 นี้มีความแตกต่างกันขึ้นอยู่ที่การรับรู้มากกว่าความเป็นจริง
มนุษย์ว่าโดยแก่นสารแล้วล้วนขึ้นตรงต่ออะสังขะตะธรรม แต่วิถีชีวิตในความเป็นจริงก็เป็นเพียงมายาภาพของมวลมนุษย์เท่านั้นที่ยังคงอยู่ในสังขะตะธรรมหรือโลกโลกียะธรรม
คำถามว่า ทำไมมนุษย์อาศัยอยู่ในโลกโลกียะธรรมนี้แต่มีศักยภาพฟื้นตื่นตัวเองอยู่ในโลกโลกุตระธรรม คือมีผู้บรรลุหรือตรัสรู้ธรรมได้
คำตอบคือ เพราะมนุษย์ทุกคนล้วนมีพุทธภาวะหรือตะถะตา อันเป็นธรรมชาติลึกสุดอยู่ในจิตมนุษย์ โดยในจิตส่วนลึกสุดนั้นมีจิตที่สามารถจะฟื้นคืนชีพเป็นบ่อเกิดตะถาคตได้หากฝึกฝนตนเองอย่างถูกต้อง สิ่งนี้ไม่รู้จักในนิกายเถรวาท ด้วยเหตุนี้เอง ทางฝ่ายมหายานจึงเรียกนิกายเถรวาทว่า พวกหินยาน หรือ ยานน้อย
สำหรับผู้จุดประกายครั้งแรกเกี่ยวกับจิตหนึ่งเดียวแต่มี 2 ลักษณะนี้คือ หลวงจีนฝ่าจั้ง ( 643-712 ) และท่านหลวงจีนผู้นี้ได้แบ่งพุทธศาสนาในอินเดียออกเป็น 4 นิกายคือ
1.นิกายหินยาน 2. นิกายมาธะยามิกะหรือศูนยวาทหรือนิกายสายกลาง 3.นิกายโยคาจาร 4.นิกายตถาคตครรภะ และสาระมหายานคือสิ่งที่เป็นจริง สิ่งที่เป็นจริงคือ ตถตา นั้นแล.
สาธุครับ
ขอบคุณครับ คุณศุภณัฐ เจตน์ครองสุข