" นับเป็นที่ปรึกษาที่ทรงคุณค่า ทั้งการบริหารในทุกด้าน รวมทั้งการบริหารจิตใจ ให้ใฝ่ดีมีคุณธรรม ผมน้อมนำมาเป็น “กุนซือ”นั่นคือศาสตร์พระราชา ซึ่งถือเป็น “ตำราชีวิต” ที่ช่วยพิชิตปัญหาและอุปสรรคทั้งมวลในโรงเรียน อย่างค่อยเป็นค่อยไป.."

        ยุคสมัยแห่งสามก๊ก ผมนึกถึงท่านเล่าปี่..มิได้เก่งกาจมากมายนัก แต่บริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพเพราะได้ที่ปรึกษามือดีที่ชื่อ “ขงเบ้ง”

    ยุคสมัยนี้ ยังไม่ต้องพูดถึงผู้นำ ในระดับรัฐบาลของไทย เอาแค่โรงเรียนขนาดเล็ก ก็ยังมีปัญหาอีกมากมาย ที่ไม่มีใครรู้ในรายละเอียดเท่ากับผู้คนในองค์กร

    การขจัดปัญหาและอุปสรรค ต้องแก้ไขจากภายในก่อน คือบุคลากรในโรงเรียนของตนเอง ร่วมด้วยช่วยกันปฏิบัติงานอย่างเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน

        อันนี้ก็ถือว่าได้พึ่งพาตนเอง..ก่อนที่เจ้าหน้าที่หรือคนภายนอกจะเข้ามาดูแล แนะนำและช่วยเหลือ ซึ่งบางทีเขาก็แค่มาทำหน้าที่ มากกว่าการใช้ “หัวใจ”สั่งการ..

        ผมคิดว่าผู้บริหารหรือผู้นำในโรงเรียนขนาดเล็ก ยังมีความจำเป็น  หลายโรงเรียนยังไม่มีทั้งผู้บริหารและครู..อยู่กันในแบบที่ต่ำกว่าเกณฑ์ สพฐ.จึงควรเร่งพิจารณาเรื่องนี้..

        ผู้บริหารเปรียบเหมือน “กุนซือ”ของครู เป็นที่ปรึกษาและอำนวยการด้านการเรียนการสอน..หากผู้บริหารยังขาดความรู้ความชำนาญ ขาดประสบการณ์ในบางเรื่อง

        ผมคิดว่าในชุมชนยังมีผู้รู้อีกมากมาย มีภูมิปัญญาท้องถิ่น หรือ”ปราชญ์ชาวบ้าน”ให้ศึกษาเรียนรู้ จงไปขอวิชา ขอรับคำปรึกษา ด้วยความอ่อนน้อมถ่อมตนก็ย่อมทำได้..

        ผมยอมรับบุคคลเหล่านี้มาตลอดชีวิตของการรับราชการ เป็น”กุนซือ”ในหัวใจผมมาตลอด อยากรู้เรื่องทำนาก็สอบถามได้ แม้แต่เลี้ยงปลาเลี้ยงไก่..ก็ไม่ต้องเปิดตำรา

        ถือเป็นที่ปรึกษาทางวิชาการ เพื่องานพัฒนาผู้เรียน เป็นแหล่งเรียนรู้ที่มีชีวิต เคลื่อนที่ได้และมีจิตวิญญาณ พร้อมที่จะเสียสละเพื่อโรงเรียน

        ๑๐ ปีผ่านไป..ผมกับกุนซือเริ่มชราภาพกันไปตามกาลเวลา ในขณะเดียวกันสถานศึกษาก็เริ่มกล้าแกร่งอย่างมั่นคงและยั่งยืนมากขึ้นเป็นลำดับ

        ทุกวันนี้...ผมค้นพบในอีกแง่มุมหนึ่ง กล่าวคือ..โรงเรียนขนาดเล็ก บุคลากรมีน้อย ไม่มีตำแหน่งผู้ช่วย หรือรองผู้อำนวยการฯ สิ่งที่เป็นที่พึ่งได้ตลอดกาลมิใช่อื่นไกล..

        นับเป็นที่ปรึกษาที่ทรงคุณค่า ทั้งการบริหารในทุกด้าน รวมทั้งการบริหารจิตใจ ให้ใฝ่ดีมีคุณธรรม ผมน้อมนำมาเป็น “กุนซือ”นั่นคือศาสตร์พระราชา ซึ่งถือเป็น “ตำราชีวิต” ที่ช่วยพิชิตปัญหาและอุปสรรคทั้งมวลในโรงเรียน อย่างค่อยเป็นค่อยไป..

        ทุกปัญหามีทางออก หากเรามีข้อมูลที่มากพอ และรู้จักใช้เหตุและผล ใช้สติและปัญญา ทำ พูด คิด อย่างรอบคอบและระมัดระวัง..

        ศาสตร์พระราชา..จึงเป็นปรัชญาฯ..ที่ผู้บริหารสามารถนำไปประยุกต์ใช้ให้เป็นแนวคิดในการปฏิบัติตนและปฏิบัติงาน เพื่อการบริหารองค์กรในทุกระดับ

        ในระดับชาติ..ผู้นำรัฐบาลควรจะนำไปใช้ ยึดมั่นไว้ให้อยู่คู่ “หัวใจ” จะได้มองดูสง่างาม..ในยามที่ต้องสู้ศึก..ในทุกปัญหา ที่มักจะเข้ามาในแบบที่ไม่ทันตั้งตัว..

        อย่ามั่นใจอะไรจนเกินไป อย่าเย่อหยิ่งจองหอง และแข็งกร้าว จนละเลยที่จะปรึกษาผู้รู้หรือ “กุนซือ” คนเก่งคนดียังมีอีกเยอะ..หากละเลยอาจตายน้ำตื้นก็เป็นได้

ชยันต์  เพชรศรีจันทร์

๑๐  กุมภาพันธ์  ๒๕๖๓


<p>        </p><p>        </p><p>        </p>