Take Home 2 Independent Living (IL) เป็นระบบอย่างไรที่อยู่ในชุมชน และนักกิจกรรมบำบัดสามารถมีส่วนร่วมทำงานกับทีมILได้อย่างไร

Independent Living (IL) เป็นระบบอย่างไรที่อยู่ในชุมชน และนักกิจกรรมบำบัดสามารถมีส่วนร่วมทำงานกับทีมILได้อย่างไร

  ก่อนที่จะพูดถึงเรื่องระบบของ Independent Living (IL) ที่นักศึกษาได้ไปเรียนรู้ที่ศูนย์การดำรงชีวิตอิสระคนพิการ พุทธมณฑลนั้น จะขอกล่าวถึงความหมายของ IL ก่อน ซึ่ง IL ก็คือการที่คนที่การสามารถกําหนดแนวทางการดํารงชีวิตของตนเองได้อย่างสมศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ โดยไม่ขึ้นอยู่กับความพิการว่าจะรุนแรงมากน้อยเพียงไร ทั้งนี้อาศัยบริการและ ความช่วยเหลือเท่าที่จําเป็น โดยคำว่า Independent Living นี้จะมีความหมายที่กว้างกว่าความสามารถในการทำกิจวัตรประจำวันได้อย่างอิสระ แต่จะหมายความไปถึงการที่ผู้รับบริการสามารถตัดสินใจที่จะมีส่วนร่วมในชุมชน และต้องการแสดงความรับผิดชอบในหน้าที่พลเมืองของสังคมต่อไปในอนาคต (ผู้อ่านสามารถเข้าไปอ่านเรื่องราวการเรียนรู้การออกชุมชนร่วมกับทีมILได้ที่  https://www.gotoknow.org/posts...  )โดยIL เป็นองค์กรเอกชนที่ไม่แสวงผลกำไร ซึ่งระบบการเข้าไปมีบทบาทในชุมชน จะเป็นการที่เริ่มแรก ทีมIL จะได้ข้อมูลของผู้พิการในพื้นที่จากหน่วยงาน เช่น รพ.สต. หรืออาจได้รับข้อมูลจากคนในชุมชน จากนั้นทีมILก็จะประสานงานเพื่อเข้าไปหาผู้พิการที่บ้าน เพื่อที่จะเข้าไปพูดคุยถึงปัญหาความพิการ ความเป็นอยู่ การใช้ชีวิต ซึ่งแน่นอนว่าการเข้าไปบ้านผู้พิการเป็นครั้งแรก ย่อมจะยังได้รับการตอบรับที่ไม่ดีนัก เนื่องจากเรื่องความไว้วางใจ ดังนั้น ทีมIL จึงไม่รีบร้อนที่จะถามข้อมูลตั้งแต่ครั้งแรกๆ แต่จะเน้นสร้างปฏิสัมพันธ์ที่ดีต่อผู้พิการและคนในครอบครัวก่อน โดยมีการบอกวัตถุประสงค์ แนะนำว่าตนเป็นใครมาจากที่ใด มีหน่วยงานใดที่เกี่ยวข้อง ส่วนในการพูดคุยเมื่อผู้พิการและคนในครอบครัวเริ่มเกิดความไว้วางใจ ก็จะใช้ peer counseling มีการประเมินการรับรู้ในคุณค่าของตัวเอง เน้นการพูดคุยสร้างพลังใจ ปลูกฝังความคิดใหม่ให้ผู้พิการและครอบครัวว่าผู้พิการสามารถดำรงชีวิตอิสระได้ ถึงแม้จะมีข้อจำกัดทางด้านร่างกาย แต่ก็ยังมีอิสระทางด้านความคิด และจากนั้นก็เริ่มมีการจัดหากายอุปกรณ์มาให้ผู้พิการได้ทดลองใช้ ว่าแบบใดที่เหมาะสม มีการให้ความรู้ สอนทักษะที่จำเป็น รวมถึงส่งเสริมด้านสิทธิผู้พิการที่ควรจะได้รับ โดยทีมIL จะได้เงินสนับสนุนมาจากการเขียนโครงการส่งหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้อง เช่น สสส. (สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ) เพื่อนำมาช่วยเหลือผู้พิการที่ทีมIL รับผิดชอบอยู่ต่อไป และนอกจากการที่ทีมIL จะมีการลงไปตามบ้านในชุมชน ยังมีอีกระบบการทำงานหนึ่งก็คือการทำงานร่วมกับโรงพยาบาลหลวงพ่อเปิ่น ซึ่งทีมIL ได้เป็นผู้เข้าไปคุยกับทางโรงพยาบาล จนได้รับความร่วมมือจากโรงพยาบาลจนถึงปัจจุบัน โดยทางโรงพยาบาลจะส่งทีมIL เข้าไปพูดคุยและประเมินความเหมาะสมที่จะเข้าร่วมการฝึกการดำรงชีวิตอิสระของผู้พิการในคนไข้ที่ไม่สามารถกลับไปใช้ชีวิตได้แบบเดิม ซึ่งคนไข้ที่จะเข้ารับการฝึกจากทีมIL ได้จะต้องเป็นผู้ที่มี conscious ที่ดี และถ้าหากมีการประเมินภาพรวมแล้วว่าคนไข้สามารถเข้าร่วมการฝึกจากทีมได้ ทางทีมก็จะเริ่มประสานงานด้านความช่วยเหลือต่างๆ และยังให้คนได้มาทดลองใช้ชีวิตด้วยตนเองในบ้านจำลองที่ทางโรงพยาบาลเป็นคนสร้างและถูกออกแบบโดยทีมIL โดยไม่มีคนช่วยเหลือ แต่จะมีปุ่มฉุกเฉินภายในบ้านอยู่ จนในที่สุดคนไข้ก็จะสามารถกลับไปใช้ชีวิตอิสระด้วยตนเอง ในบริบทที่เป็นของคนไข้เองได้ 

  นักกิจกรรมบำบัดสามารถมีส่วนร่วมทำงานกับทีมILได้อย่างไร

  ในส่วนของการเข้าไปมีส่วนร่วมของนักกิจกรรมบำบัดกับทีมILก็จะเป็นการประเมินความพร้อมทางด้านร่างกายของคนไข้ก่อนว่าคนไข้ที่นอนติดเตียงนานๆหรือพึ่งกำลังจะออกจากโรงพยาบาลมีความสามารถและความพร้อมสูงสุดแค่ไหน ความสามารถในการทำกิจกรรมการดำเนินชีวิต เช่น การทำADLs หรือเรื่องWorkของคนไข้ก่อนที่จะเข้าโรงพยาบาลเป็นอย่างไร เพื่อแนะนำถึงแนวทางการประกอบอาชีพต่อไปในอนาคต ซึ่งอาจใช้การประเมินทางกิจกรรมบำบัดทั้งแบบมาตรฐานและไม่มาตรฐาน รวมทั้งการจัดทำอุปกรณ์ช่วย อุปกรณ์เสริม และเรายังมีบทบาทในการอธิบายสภาวะทางการแพทย์ของตัวโรคนั้นๆให้กับทางทีมIL รวมถึงเข้าร่วมการให้ความรู้เรื่องตัวโรคกับคนไข้ ไม่ว่าจะเป็นการดำเนินของโรค ข้อควรปฏิบัติ ข้อควรระวัง ความเสี่ยงต่างๆที่อาจจะเกิดขึ้นได้ และนอกจากประเมินความพร้อมด้านร่างกาย ยังรวมไปถึงด้านจิตใจของคนไข้ด้วย เราในฐานะนักกิจกรรมบำบัดสามารถมีบทบาทในการทำ MI (Motivation interview)ให้กับคนไข้เพื่อสร้างแรงจูงใจในการกลับมาใช้ชีวิตรูปแบบใหม่ภายใต้บริบทเดิม และนอกจากนี้เรายังสามารถแนะนำเรื่องการปรับสภาพแวดล้อมให้คนไข้ รวมถึงสิทธิ์ผู้พิการต่างๆที่ควรจะได้รับด้วย

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน กิจกรรมบำบัดในชุมชน



ความเห็น (0)