ในวันที่ 13 มกราคม 2563 ได้มีโอกาสไปเรียนรู้การทำงานของทีม Independent living จังหวัดนครปฐม รู้สึกตื่นเต้นตั้งแต่เห็นพี่ทีม IL  โดยเริ่มต้นจากพี่ๆทีมILได้เเบ่งกิจกรรมเป็น2ฐาน โดยฐานแรกเป็นกิจกรรมเพื่อให้เราได้เรียนรู้ความรู้สึกของผู้พิการ ให้นักศึกษาได้สวมบทบาทเป็นผู้พิการหลายประเภท  ทำให้เราได้เข้าใจความรู้สึกผู้พิการมากขึ้น ตัวเองได้ลองสวมบทบาทเป็นคนใบ้ ตอนนั้นรู้สึกอึดอัดมาก ไม่สามารถสื่อสารให้คนอื่นเข้าใจได้ พี่ๆได้จำลองให้อยู่สถานการณ์ที่มีคำพูดดูถูก ดูแคลนจากคนอื่น “เป็นภาระให้คนอื่น” “เป็นแบบนี้ทำอะไรไม่ได้หรอก” “เป็นเวรเป็นกรรม”  เมื่อได้ยินยิ่งทำให้เรารู้สึกไม่ดี ทำไมเค้าตัดสินเราแบบนั้น ฐานที่ 2 ก็ยังมีการสวมบทบาทเป็นผู้พิการซึ่งจะสมมติให้ทำกิจกรรมร่วมกับคนไม่พิการ กิจกรรมที่ทำคือการเล่นบอล ให้เดาะบอลให้ได้มากที่สุด โดยเเต่ละรอบมีเงื่อนไขให้คัดออก 2 คนที่คิดว่าไม่สามารถเล่นเดาะบอลได้ มันเป็นความรู้สึกลำบากใจที่จะคัดเพื่อนออก ส่วนเพื่อนที่สวมบทบาทเป็นคนพิการก็อยากคัดตัวเองออกเพราะไม่อยากเป็นตัวถ่วงให้ทีม เหตุการณ์เเบบนี้เกิดขึ้นได้ในชีวิตจริง ก็อยากที่จะให้ทุกคนไม่ว่าผู้พิการหรือไม่พิการมีความเท่าเทียมกัน ผู้พิการมีโอกาสได้ลองเล่น ลองทำในกิจกรรมที่ต้องการ

ส่วนในช่วงบ่ายได้มีโอกาสลงชุมชนเยี่ยมบ้านผู้พิการ ก็ได้เห็นถึงการดำรงชีวิตของผู้พิการในชุมชน เมื่อเขาออกจากโรงพยาบาล และสามารถใช้ชีวิตในชุมชนได้ ได้พูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์ สิ่งที่เห็นได้ชัดอีกอย่าง คือ พลังที่เข้มแข็งในการรวมกลุ่มเพื่อช่วยเหลือคนพิการด้วนกัน

          สิ่งที่ได้เรียนรู้ในครั้งนี้ คือ เราได้เข้าใจผู้พิการมากขึ้น รวมถึงได้เรียนรู้การทำงานของทีม IL การลงชุมชนเพื่อช่วยเหลือผู้พิการ ผ่านคำบอกเล่าและการแสดงบทบาทสมมติของทีม IL ในการเยี่ยมบ้านผู้พิการ โดยเราจะต้องเริ่มจากการสร้างสัมพันธภาพกับผู้พิการและผู้ดูแลแนะนำตัว บอกวัตถุประสงค์ และจะต้องสร้างความน่าเชื่อถือ หาจุดเชื่อมระหว่างผู้บำบัดกับผู้พิการ เช่น กล่าวถึงนักพัฒนาชุมชนที่แนะนำให้มาลงพื้นที่บ้านนี้ เป็นต้น  เพื่อให้เขาเปิดใจ อาจจะเเบ่งหน้าที่ในทีมคนหนึ่งคุยกับผู้พิการ อีกคนคุยกับผู้ดูแล ในบริเวณเดียวกันเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้พิการได้คิดและพูดอย่างอิสระ การสังเกตเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อที่เราจะหาจุดสนใจร่วมกัน เพื่อสร้างสัมพันธภาพที่ดี เป้าหมาย คือเพื่อ ‘เสริมสร้างพลังใจให้ผู้พิการดำรงชีวิตอยู่ได้’ โดยเชื่อว่า ‘ทุกคนสามารถพัฒนาได้’ เป็นปกติที่เราจะไม่สามารถสร้างความเชื่อใจได้ในครั้งเดียว ดังนั้นจึงมีการลงพื้นที่ พุดคุยบ่อยๆ เพื่อสร้างความเชื่อใจ มีการหาคนพิการต้นแบบ ที่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ เพื่อเป็น role model แก่ผู้พิการ  รวมถึงการหาเครือข่ายที่น่าเชื่อถือ ก็สามารถสร้างความเชื่อใจกับผู้พิการและผู้ดูแลได้

          สิ่งที่เราได้เรียนรู้ทั้งหมดสามารถนำไปปรับใช้และพัฒนาในวิชาชีพกิจกรรมบำบัดได้ เช่น การที่เราไม่ตัดสินคนอื่นจากภายนอก เอาใจเขามาใส่ใจเรา ให้โอกาสผู้รับบริการได้ลองทำกิจกรรม ให้เขาได้ลองแสดงความสามารถ ให้ความสำคัญกับความต้องการและความกังวลของผู้รับบริการรวมถึงผู้ดูแล มองผู้รับบริการเป็นองค์รวมสนใจทั้งร่างกายและจิตใจ แนวทางการสร้างสัมพันธภาพที่ได้เรียนรู้เราสามารถนำไปปรับใช้ในการเจอผู้รับบริการได้ หรือเมื่อมีโอกาสได้ลงชุมชนในอนาคต การสื่อสารทางสายตา ท่าทางเป็นสิ่งสำคัญ การทำงานควรแบ่งหน้าที่ให้ชัดเจน และทำหน้าที่ของตนเองอย่างเต็มความสามารถ วันนี้ทำให้เราได้เห็นถึงทีมที่เข้มแข็งที่จะเป็นอีกหนึ่งกำลังสำคัญในการช่วยเหลือผู้พิการร่วมกันกับนักกิจกรรมบำบัดและทีมสหวิชาชีพ