เรื่องที่อยากจะ......

         กาละครั้งหนึ่งนานมาแล้ว.... ณ ป่าใหญ่แห่งหนึ่ง มีกระต่ายตัวหนึ่งมั่นใจในความเร็วของฝีเท้าตัวเองมาก และมักพูดโม้โอ้อวดว่าไม่มีใครเทียบเทียมได้ จนวันหนึ่ง เจ้ากระต่ายได้พบกับเต่าที่กำลังเดินต้วมเตี้ยมผ่านมา เมื่อเห็นดังนั้น เจ้ากระต่ายก็หัวเราะเยาะและพูดล้อเลียนว่า "นี่เจ้าเต่า มัวแต่เดินอืดอาดอย่างนี้ แล้วเมื่อไรจะถึงบ้านกันล่ะเนี่ย ต่อให้เจ้าเดินนำหน้าไปก่อนครึ่งวัน ข้ายังตามเจ้าทันเลย" Oops !!! ไม่ใช่แล้ว 

.      เรื่องที่จะเล่าก็เล่าไปหมดแล้วในบันทึกอื่นๆ หมดแล้วไม่คิดว่าชีวิตนี้จะเจอเรื่องราวอะไรเยอะแยะแหละนะ ไม่รู้จะเริ่มเล่าอะไรดี แต่ก็ต้องหารเรื่องมาเล่าล่ะนะ งั้นเอาเรื่องนิทานชาดกที่ผมแต่งเองแล้วนันเนาะครับ 

พระโมระปริตรตัง
          ๑ ๏ แต่ปางก่อนกัลป์กัปใดไม่รู้แจ้ง            ยังมีแสงศีลไสวส่องใต้หล้า
   ด้วยองค์เจ้าสมเด็จโพธิยา .                            เสวยชาติมยุราเหมสุวรรณ
          ๒ เป็นจอมเจ้ามยุเรศกลางเขตป่า              ครองประชาหมู่มยูรพูนสุขสันต์
   เกษมศานต์เหนือสัตตบริพรรณ .                      แสงอำพรรณส่องอำไพในพนา
          ๓ พิศโฉมศรีในนทีอโนดาต                      สกุณาชาติเรืองวิไลให้ผวา
   ว่ารูปตนจักนำภัยเพียงโสภา                            จึ่งคิดลาหลบลี้ในที่ไกล
          ๔ ศศิธรฉายแสงสำแดงเด่น .                   จักซ่อนเร้นหลบกายใต้ไศล
   เพียงฝูงหลับจักเหินฟ้านภาลัย                         ขอพ้นภัยทุกข์กังวลในตนตัว
          ๕ ถึงไพรสัณฑ์อันกว้างใหญ่หลายพันโยชน์ ภูผาโขดน้อยใหญ่เรียงรายทั่ว
. คูหาแก้วเป็นตำหนักพิทักษ์ตัว .                      จากสิ่งชั่วภัยพาลกาลกินี
          ๖ ยามอุสาฟ้าสางขึ้นกลางพฤกษ์              ร่ายระลึกพระคาถาประสิทธิ์ศรี
   เป็นพระเวทย์กันตนพ้นไพรี                             มงคลนี้นามโมระปริตรตัง
          ๗ ว่าอุเทตะยัญจักขุมา                           ขอให้ข้ารอดพ้นภัยดังใจหวัง
   อันคุณศีลค่าอเนกเอกพลัง                             ประพฤติตั้งในธรรมค้ำชีวา
          ๘ ครั้นยามเย็นสนธยาภากรลับ                 ขึ้นประทับยังปัจฉิมมะทิศา
   พลางพร่ำสวดอะเปตะจักขุมา                          แล้วร่อนหล้ากลับถ้ำตำหนักไพร
           ๙ จอมโมรีมีศีลสัตย์เป็นฉัตรแก้ว              คุ้หมู่ให้แคล้วคลาดคลายหลายสมัย
   เป็นกิจยึดศีลธรรมประจำใจ .                           จักพ้นภัยทุกเช้าค่ำดังพร่ำวอน
           ๑๐ ถึงพรานเฒ่าเก่าชราในอายุ                เที่ยวทุกพรุพฤกษ์ไม้ไพรศิขร
    ถึงถิ่นเจ้ามยุราพนาดร                                   สมกับจรร่อนระเห็จเจ็ดทิวา
           ๑๑ อัศจรรย์อันวิไลรุจิเรข                        เป็นทรัพย์เอกในแดนโลกมนุษา
   เสียงเสนาะแว่วสำเนียงเพียงสาลิกา .                จอมโมรารำแพนไหว ณ ปลายเฌอ
           ๑๒ ดูแวววงตรงหางมิต่างแก้ว                 จำรัสแพรวพรึ้งผ่องต้องเสมอ
   องค์ธาดาคงเสกไว้ให้ได้เจอ                           หรือท้าวเธอสักกะแปลงแต่งให้ยล
           ๑๓ แล้วออกจากหิมพานต์พนาลี .            ข้ามศิขรีเขตขั้นธาราหล
   ถึงพาราณสีแดนที่ตน                                     รีบร้อนรนหาบุตรชายในทันที
           ๑๔ จึ่งบรรยายร่ายเรื่องจอมโมเรศ            กับแหล่งเขตพำนักพักหลบหนี
  เผื่อท้าวไท้ถามหาจงพาที                                ขอลูกนี้จงจำไว้ให้ถาวร
           ๑๕ ถึงเจ้ากรุงพารณสีอดิศร                    เรียกประชุมหมู่พรานป่าพนาดร
   เรื่องเขมาเทวีเยาว์บังอร                                  ถึงความตอนในสุบินสิ้นโศกา
           ๑๖ ในนิมิตยามใกล้สางสว่างรุ่ง                จอมนกยูงจามิกรร่อนเวหา
    เจ้าโมเรศแสดงธรรมเทศนา                            กัลยาแช่มชื่นระรื่นใจ
          ๑๗ ครั้นจบคำดำรัสวัฒนา                        โพธิยาถลาลับตามวิสัย
    นางจักสั่งกำชับให้จับไว้                                ก็คลาดไปเพียงเพราะตื่นขมขื่นตรม
          ๑๘ อันยูงทองของดีนี้มีแน่                      คงสุดแต่วาสนาจะพาสม
    ฤาเหมือนดังตั้งไว้ในภิรมย์                             เพียงได้ชมเชยธรรมผ่องอำไพ
          ๑๙ พรานน้อยทูลภูวไนยด้วยใจซื่อ            นกนั้นหรือจักพบได้ในแห่งไหน
    บิดาข้าเคยพานพบด้วยเนตรนัยน์                    มันอาศัยในแดนป่าหิมะพานต์
          ๒๐ จอมนารีดีฤทัยยิ่งได้แก้ว                    มีหวังแล้วในแสงธรรมเกษมศานต์
     บอกให้รีบนำมาให้เถิดเจ้าพราน                     จักมีทรัพย์มหาศาลเป็นรางวัล
          ๒๑ พรานเตรียมของพร้อมสรรพสำรับข้าว    ศาสตราง้าวบ่างบาศแร้วให้มาดมั่น
     ถึงฤกษ์ยามข้ามสัตบริพรรณ                          ยังที่หมายแห่งนั้นในกิจจา
     ฝึกระบำรำได้ดังอัปสรา                                ยั่วตัญหาจอมโมราหลงโลกีย์
          ๒๒ เดินสองบาทบาทาอย่างกล้าแกร่ง       กำลังแรงชายฉกรรจ์นั้นอาสา
    ถึงที่หมายสำเร็จในเจ็ดทิวา                           ยังที่พักรักษาพญายูง
          ๒๓ จึงตระเตรียมศาสตราอาวุธร้าย            บ่วงบาศรายเรียงตั้งทั้งต่ำสูง
     แร้วกับดักเพื่อจักได้พญายูง                          ให้สมมุ่งปรารถนาแห่งราชันย์
          ๒๔ ด้วยฤทธาคาถาพระปริตร                   ทั้งชีวิตตั้งในศีลเกษมสันต์
     รอดจากภัยบาศบ่วงทุกค่ำวัน                         จนพรานนั้นล้มหายไปตามกาล
          ๒๔ นางเขมาจอมเทวีนี้ขื่นขม                   ตรอมระทม ล้มประชวร ครวญโหยไห้
      พระภูบาลปานเสียดวงหทัย                           เมื่อชายาตักษัยไร้ชีวัน
         ๒๕ แล้วคิดแค้นจอมโมราเพราะอาฆาต .      ด้วยหมายมาดเข่นฆ่าให้อาสัญ
      แม้นสิ้นลมหาสิ้นแค้นชั่วนิรันดร์                      ตราบเจ้านั้นม้วยมลายจึงคลายลง
          ๒๖ จึ่งสั่งช่างจารึกผนึกสาร                      เป็นความตอนโวหารดังประสงค์
      ในแผ่นเหมนพคุณวิจิตรทรง                         ไว้อยู่คงเคียงข้างนครา
          ๒๗ มีความนัยให้ปองชีพพระโมเรศ           คุณวิเศษกว่าสิ่งใดในใต้หล้า
       หากกินเนื้อจักอยู่ยั้งสังขาร                          อมตะค้ำนภานิรันดร
           ๒๘ มหิศวรปรลัยด้วยไข้พิษ                    แผ่นวิจิตรต่อยุวอดิศร
       จึงโลภะตัณหาด้วยความตอน                       กระทำดังเก่าก่อนพระบิดา
           ๒๙ สั่งพรานไพรเข้าเฝ้าบังคมทูล              ล่ามยูรเหมประไพในเขตป่า
       แต่ด้วยพระปริตรทรงฤทธา                          จึ่งรอดด้วยคาถามหามนต์
            ๓๐ เพราะพรานเกรงพระอาญาน่าสยอง     จำเป็นต้องหาอุบายให้ฉงน
       จึงคิดแผนเลี่ยมเล่ห์กลแยบยล                     สังเกตการณ์จนตนรู้ความนัย
            ๓๑ ว่าเหตุรักษ์พรหมจรรย์ด้วยมั่นแม่น      มีศีลแทนเกราะรักษาทุกสมัย
        คุ้มกายรอดปลอดโศกสรรพภัย                     ต้องทำลายศีลสัตย์โพธิยา
            ๓๒ จึงหาแร้วดักนางมยุรี                         มารศรีสมดังปราถนา
         ฝึกระบำรำได้ดังอัปสรา                             ยั่วตัญหาจอมโมราหลงโลกีย์
            ๓๓ พอถึงถิ่นโพธิยาหลบอาศัย                ให้นางลงข้างใต้พระชินสีห์
         ด้วยไกลห่างนางนงค์องค์นารี                      พระเร่งรี่ร่อนลงทรงรำแพน
             ๓๔ หลงในรูปเล่ห์ลวงบ่วงตัญหา             หมายสมสู่ตามประสาสัตว์ทั้งแสน
          พระปริตรที่คุ้มได้ทั้งเมืองแมน                    จึงบ่อยู่คงแน่นดังก่อนกาล
              ๓๕ มยุระประหนึ่งถึงคราวภัย                  เพราะเกราะแก้วเคยคุ้มไว้อวสาน
          ติดบ่วงแร้วกับดักเจ้าไพรพราน                   ทศญาณต้องทนทุกข์ทั้งกายา
              ๓๖ โอ้ ละหนอปานนี้เรามีกรรม               เผลอกระทำทุศีลมิรักษา
           ทำลายผู้ทรงธรรมโพธิยา                          ให้ทนทุกข์เวทนาเพราะบ่วงกาม
             ๓๗ ว่าแล้วพรานปลดบ่วงบาศอาฆาตฆ่า     จอมพญามยุเรศได้ไถ่ถาม
         เทศนาธรรมมะไว้เป็นทาน                           ให้คู่โลกตราบนานชั่วกาลไป
             ๓๘ อนิสงฆ์แห่งปานาบ่ฆ่าเข่น                 สร้างกรรมเวรในวัฏฏะอสงไขย
         แล้วอย่ามีมิจฉาทิฐิใจ                                 เป็นโทษให้เดือดร้อนเวทนา
             ๓๙ แล้วชี้ให้เห็นแดนทุคติ                      ถ้อยดำริบอกไว้เป็นคาถา
         ว่ากรรมเวรเห็นได้ในทันตา                          ทั้งโลกนี้โลกหน้าทำกรรมดี
             ๔๐ เมื่อเสร็จสิ้นสัจธรรมพระโอวาท           เกิดประหลาดเห็นทำนำวิถี
         พรานรับธรรมจักษุลุวิธี                                เป็นชินสีห์ปัจเจกทศญาณ
             ๔๑ พระปริตรเกราะกำบังทั้งไตรโลก           จากทุกข์โศกไพรีที่ประหาร
          ขอมีศีลสัตย์ไว้เป็นประธาน                          จักพ้นผ่านภยันอันตราย
             ๔๒ จักจบถ้อยโวหารพระปริตร                  ให้พิชิตสิ่งหวังดังใจหมาย
          มีกุศลคุณธรรมคุ้มรอบกาย                          รอดมลายดังโมระปริตรตัง๚ะ๛


บทประพันธ์นี้ ผมแต่งขึ้นครั้งเรียนอยู่ ปีที่ ๒ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ เพื่อเป็นผลงานส่งในรายวิชา การแต่งคำประพันธ์
ของ อาจารย์กรเพชร  เพชรรุ่ง โดยอ้างอิงจาก ชาดก เมื่อพระพุทธองค์เสวยพระชาติเป็นนกยุงทองครับ 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บันทึกนักศึกษา ป. บัณฑิต 62 ... นายทินวัฒน์ ใจคำ



ความเห็น (17)

สวัสดีครับ คุณทินวัฒน์ เป็นการแต่งคำประพันธ์ที่บรรยายรายละเอียดของเรื่องได้ดีมากครับ ขอชื่นชม

สวัสดีค่ะ คุณทินวัฒน์ ดิฉันประทับใจการเขียนของคุณมากค่ะ เป็นกำลังใจในการสร้างบทความที่ดี ๆ แบบนี้ต่อไปค่ะ แต่งคำประพันธ์ได้ไพเราะมากค่ะ ขอบคุณค่ะ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ คุณทินวัฒน์ ฉันประทับใจในงานเขียนและเป็นกำลังใจให้กับงานเขียนของคุณนะคะ ขอบคุณค่ะ

สวัสดีค่ะ คุณทินวัฒน์ ดิฉันชื่นชมในการเขียนบทความของคุณ คุณเรียบเรียงเนื้อหา และความสำคัญได้ดีมาก ขอเป็นกำลังใจให้คุณนะคะ ขอบคุณค่ะ

สวัสดีค่ะ คุณทินวัฒน์ เป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานต่อไปนะค่ะ ขอบคุณค่ะ

สวัสดีค่ะ คุณทิณวัฒน์ ดิฉันชื่นชมในงานเขียนของคุณค่ะ เป็นกำลังใจให้นะคะ ขอบคุณมากค่ะ

สวัสดีครับ คุณทินวัฒน์ ผมประทับใจในงานเขียนของคุณมาก เป็นกำลังใจให้ในงานเขียนครั้งต่อไปครับ

สวัสดีค่ะ คุณทินวัฒน์ ดิฉันประทับใจในงานเขียนของคุณมาก เป็นกำลังใจให้ในงานเขียนครั้งต่อไปค่ะ

สวัสดีครับ คุณทินวัฒน์ เป็นงานเขียนที่สร้างสรรค์มากครับ ผมประทับใจในงานเขียนของคุณมาก เป็นกำลังใจให้ในงานเขียนครั้งต่อไปครับ

สวัสดีครับคุณทินวัฒน์ ใจคำ ประทับใจงานเขียนของคุณมากครับ เป็นกำลังใจให้มีงานเขียนดีๆแบบนี้อีกนะครับ

สวัสดีครับ คุณทินวัฒน์ ชื่นชอบในงานเขียนของคุณ เป็นกำลังใจให้ครับ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับ คุณทินวัฒน์ ผมชอบงานเขียนของคุณมากครับเขียนได้ดีครับ ถ่ายทอดเรื่องราวได้ดีมากครับ เป็นกำลังใจให้นะครับ ขอบคุณมากครับ

สวัสดีครับ คุณทินวัฒน์ ผมชื่นชอบงานเขียนของคุณครับ อ่านง่าย เข้าใจง่าย และเป็นกำลังให้เกิดงานเขียนดีๆแบบนี้ต่อไปนะครับ ขอบคุณมากครับ

สวัสดีค่ะ คุณทินวัฒน์ ดิฉันประทับใจและขอชื่นชมในบทประพันธ์ของคุณนะคะเป็นบทประพันธ์ที่มีถ้อยคำสลสะสลวยมากค่ะ ขอบคุณที่นำมาแบ่งปันให้ได้อ่านค่ะ

สวัสดีครับ คุณทินวัฒน์ ผมประทับใจในผลงานของคุณมากครับ เป็นกำลังให้นะครับ

สวัสดีค่ะ คุณทินวัฒน์ ชื่นชอบเรื่องราวของคุณ ขอเป็นกำลังใจนะคะ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ คุณทินวัฒน์ ดิฉันชื่นชมผลงานของคุณนะค่ะ เขียนได้น่าประทับใจมากค่ะ เป็นกำลังใจให้ในการสร้างสรรค์ผลงานต่อๆไปอีกนะค่ะ