ผมถ่ายเอกสารเก็บไว้นานแล้ว..กลับมาอ่านอีกครั้ง รู้สึกว่าใช่เลย แต่ผมไม่ได้ประพฤติปฏิบัติมานานมากแล้ว แต่นำแนวคิดนี้ไปสอนนักเรียนและสอนลูกหลาน
ชื่อเรื่อง “เมื่อจด เมื่อจำ ไม่มีจน..” ได้กับผมเองจริงๆ ไม่มีจนแต่ไม่เคยรวย ก็ไม่เห็นเป็นไร..ไม่ต้องทุกข์ใจเพราะเงินก็ดีถมไปแล้ว..ข้อแนะนำในเอกสารมีดังนี้..
เคยคิดบ้างไหม ว่าทำไมเราจึงชักหน้าไม่ถึงหลัง ก็เพราะเราไม่ได้จดจำว่าเราชักค่าใช้จ่ายอะไรออกจากกระเป๋าไปบ้าง ขาดการวางแผนการใช้จ่ายที่ถูกต้องจนทำให้อดสงสัยไม่ได้ว่า ทำไมหนอ?มีเงินเท่าไรก็ไม่เคยพอใช้ซักที...
สาเหตุสำคัญของปัญหาเหล่านี้ก็คือ การที่เราขาดความยับยั้งชั่งใจจะจ่ายโดยไม่จดจำ กว่าจะรู้อีกทีก็ไม่มีจะจ่าย (อีกแล้ว)
เคล็ดลับง่ายๆ ก็คือ เราต้องจด ทุกอย่าง ทุกครั้ง ทุกบาท ทุกสตางค์ที่จ่ายออกไปในทุกๆวัน หมั่นสร้างหลักฐานเตือนตัวเองให้เห็นว่าในแต่ละเดือนมีค่าใช้จ่ายอะไรบ้างที่จำเป็น และไม่จำเป็น อะไรบ้างที่เราพอจะตัดทิ้งได้ในเดือนต่อไป..
คราวนี้ล่ะ เราก็จะรู้ได้เองจากบัญชีง่ายๆ ที่เราทำขึ้นเอง ว่า “เงินหายไปไหน”พอรู้เส้นทางการจากไปของเงินแล้ว เราก็จะได้จัดการปิดเส้นทางนั้นซะ แล้วตั้งหน้าตั้งตาเก็บเงิน ไม่ปล่อยให้มันไปเที่ยวไหนได้อีกแล้ว...
ข้อความในเอกสาร..มีเพียงเท่านี้เอง..แต่ผมคิดว่าเนื้อหายังเป็นปัจจุบันและทันสมัยอยู่เสมอ..เหมาะเป็นข้อคิดสำหรับนิสิตนักศึกษาและวัยหนุ่มสาวที่เพิ่งเริ่มงานใหม่ๆ
มันก็ไม่ใช่เรื่องยากลำบากอะไร ไม่มีแบบฟอร์มตายตัว ไม่ต้องกลัวใครเห็น ไม่ต้องละเอียดถี่ยิบ แค่คิดว่าดีก็ลองจดบันทึกดู อาจจะยากในช่วงแรกๆ สำหรับคนที่ไม่ชอบคิดชอบเขียน แต่หากได้ลงมือสักพักก็จะเห็นพัฒนาการไม่มากก็น้อย..
สำหรับบางคน..ก็ไม่รู้ว่าจะบันทึกช่วยจำไปทำไม เพราะเกิดมาบนกองเงินกองทอง ผู้ปกครองมีร้อยล้านพันล้าน หากไม่เล่นการพนันหรือฝักใฝ่อบายมุข ใช้เงินอย่างไรก็ไม่หมด ก็ไม่จำเป็นสร้างกฎให้ตัวเองเดือดร้อน
แต่มนุษย์เงินเดือนอย่างเราๆ ที่อยู่ในโลกที่สับสนวุ่นวาย มีเรื่องต้องใช้จ่ายไม่รู้จบสิ้น ขนาดมีสติรู้ตัว ไม่หลงไปกับแสงสี ใช้อย่างพอดี ยังแทบไม่มีจะเก็บ ขอแค่ชนเดือนก็พอแล้ว..
ผมบันทึกการใช้จ่ายเงินมาตั้งแต่อายุ ๒๕ ปี มีหลักฐานที่เก็บไว้จนถึงอายุเกือบ ๕๐ ปี..วันที่คิดว่าต้องจดเพื่อจำว่าทำอะไรไปบ้าง? ก็เพราะมีเงินน้อย..และไม่อยากเป็นหนี้ก็เท่านั้นเอง..
ไม่เคยอดออมเพื่อหวังร่ำรวยเลยแม้แต่น้อย เพราะเกิดมาจากครอบครัว “ต้นทุนต่ำ” ไม่มีมรดกนอกจากเงินเดือนล้วนๆ นานวันเข้าก็รู้เลยว่าถ้าไม่เจ็บก็จะไม่จนแน่นอน..
ไม่เจ็บ..แสดงว่ายังมีแรงทำมาหากิน..ตอนหลังมานี้รู้สึกเคยชิน ไม่ต้องจดไม่ต้องจำว่าใช้เงินไปกับอะไร? คล้ายๆกับเป็นมืออาชีพ เพราะมันฝังตัวเป็นนิสัยแบบอัตโนมัติ
รู้จักยับยั้งชั่งใจ ไม่จ่ายฟุ่มเฟือย ไม่สุรุ่ยสุร่าย และรู้จักแบ่งปันเมื่อจำเป็น ไม่เน้นหรูหรา คิดว่ากาลเวลาข้างหน้า ต้องทำอะไรบ้าง?ก็เก็บไว้ พอถึงเวลาก็จะไม่เกิดความเดือดร้อน ฟังดูเหมือนเป็นเรื่องง่ายใช่ไหมล่ะ
จริงๆแล้ว..ก็ไม่ง่ายเท่าไรนัก หากไม่ลงมือฝึก เมื่อจดเมื่อจำลองทำดูอาจทำให้เรารู้คุณค่าของเงิน ที่เราได้รับจากพ่อแม่ จากการรับราชการ และจากงานบริษัท..
สิ่งสำคัญที่ต้องจดจำไว้..”เงินสด”ยังดีที่สุดเสมอ อย่าเผลอตัวแล้วหมิ่นเงินน้อย รอคอยวาสนา น้ำตาตกเพราะเรื่องเงินมาเยอะแล้ว คิดไว้เสมอเลยว่า..”หากวันนี้ทำถูกต้อง พรุ่งนี้ก็ย่อมจะไม่ผิดพลาด แน่นอน..”
ชยันต์ เพชรศรีจันทร์
๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓