สองสัปดาห์ผ่านไปของการย้ายห้องทำงานใหม่

ตอนที่มีการย้ายข้าวของนั้น ฉันไม่ได้อยู่และเดินทางไปประเทศลาว แต่ก็ไม่มีอะไรที่ติดใจ อาจจะเป็นเพราะฝึกฝนเรื่องการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา และที่สำคัญไปสอดคล้องกับเรื่องอนิจจัง ดังนั้นทุกสิ่งอย่างที่เกิดขึ้นในมุมมองของฉัน เป็นเรื่องที่ดีเสมอ

“ทุกอย่างเกิดขึ้นนั้นดีเสมอ” คือสิ่งที่ฉันบอกต่อตนเอง

ห้องใหม่อยู่ทางด้านหน้าของตึกอำนวยการ อยู่ชั้น 4 รับแสงแดดอ่อนยามเช้าและลมพัดเย็นๆ เบาเบา ทำให้มองเห็นทัศนวิสัยได้อย่างดี การจัดโซนห้องทำงานทำได้ง่ายขึ้น มีห้องประชุมเล็กๆ ที่ฉันเล็งว่าจะทำเวิร์คช้อปวิจัยเล็กๆ ได้ตลอดทั้งปี

และยังสามารถเป็นมุมชวนคิดชวนคุยงานวิจัยได้ตลอดเวลา

ช่วงนี้ของชีวิตปรับเปลี่ยนการไปทำกระบวนการนอกองค์กร พยายามที่จะให้ตรงกับวันหยุดหรือเสาร์อาทิตย์ให้มากที่สุด เพื่อที่วันปกติจะได้ใช้เวลาในการอยู่บ้านมากขึ้นเต็มที่กับการอยู่เป็นเพื่อนแม่ ซึ่งท่านก็อายุมากขึ้นเรื่อยๆ 

เริ่มต้นปีพุทธศักราชนี้ฉันมีเวิร์คช้อปเล็กๆ เกี่ยวกับการทำ Journal Club [วง KM ใน Journal Club] ซึ่งแต่ละครั้งผู้เข้าร่วมไม่น่าจะเยอะ ประมาณ 5-6 คนกำลังพอดี เป็นการเริ่มสร้างวัฒนธรรมแห่งการเรียนรู้ ที่นำไปสู่การค้นคว้ารายงานการวิจัยและนำมาเล่าสู่กันฟัง แบบง่ายๆ ไม่ต้องเป็นวิชาการมาก หากแต่ใช้ฐานของการ KM มาเป็นเครื่องมือในการจัดการความรู้ และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ครั้งนี้

ถัดจากนี้ไปก็เริ่มทยอยเปิดพื้นที่พบปะกับนักพัฒนางานมากขึ้น

เน้นการนำข้อมูลที่มีอยู่ในงานประจำ ตลอดรวมถึงปัญหาหน้างานมาเป็นฐานในการค้นหา Research GAP และ Research Question ต่อไป