ท่านผู้อ่านมีประสบการณ์ถูกเพื่อนๆ เตือนเรื่องกินเนื้อน้อยไหมครับ… ผู้เขียนมีประสบการณ์จากผู้หวังดีหลายท่าน <ul><li><div class="MsoBodyTextIndent" style="text-justify: inter-cluster; margin: 12pt 0cm 0pt; text-indent: 0cm; text-align: justify"> ครั้งหนึ่งผู้เขียนไปอบรมที่มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช เพื่อนช่างกล้องโทรทัศน์เห็นผู้เขียนกินข้าวมาก กินกับน้อย เลยเตือนว่า คุณนี่ไม่รู้จบหมอได้อย่างไร กินอาหารไม่ถูกหลักเลย ท่านว่าพลางตักเนื้อเพิ่มใส่จานของท่านพลาง </div></li></ul><p style="text-justify: inter-cluster; margin: 12pt 0cm 0pt; text-indent: 0cm; text-align: justify" class="MsoBodyTextIndent">Picnic</p><p style="text-justify: inter-cluster; margin: 12pt 0cm 0pt; text-indent: 0cm; text-align: justify" class="MsoBodyTextIndent"></p><p style="text-justify: inter-cluster; margin: 12pt 0cm 0pt; text-indent: 0cm; text-align: justify" class="MsoBodyTextIndent">อีกครั้งหนึ่งผู้เขียนไปอบรมการลงรหัสโรค และตรวจสอบเวชระเบียน… เพื่อนเจ้าหน้าที่เวชสถิติท่านเตือนว่า กินเหมือนคนโบราณเลย กินข้าวมาก กับน้อย กินอย่างกับคนโบราณรุ่นคุณย่าที่กลัวเป็นตานขโมยพูดไปยิ้มไป(คงดีใจที่ได้ต่อว่าหมอ)</p><ul><li><div class="MsoBodyTextIndent" style="text-justify: inter-cluster; margin: 12pt 0cm 0pt; text-indent: 0cm; text-align: justify">เดือนนี้(ธันวาคม 2549) นักโภชนาการโรงพยาบาลโผล่มาดูปิ่นโตอาหารกลางวันของผู้เขียน ท่านเห็นแต่ผักแล้วบ่น(ด้วยความปรารถนาดี)ว่า ไม่เห็นมีโปรตีนเลย อาจารย์น่าจะเติมเต้าหู้ปลาลงไป จะได้มีโปรตีนบ้าง</div></li></ul><p style="text-justify: inter-cluster; margin: 12pt 0cm 0pt; text-indent: 0cm; text-align: justify" class="MsoBodyTextIndent">ความจริงผู้เขียนกินข้าวกล้อง… เติมถั่วเหลืองกับถั่วแดงหลวงในข้าว กินนมไม่มีไขมัน เติมงาป่นลงในกับข้าว มีเต้าหู้ ปลาตัวเล็กตัวน้อย และปลาเป็นบางมื้อ</p><p style="text-justify: inter-cluster; margin: 12pt 0cm 0pt; text-indent: 0cm; text-align: justify" class="MsoBodyTextIndent">                 </p><ul><li><div class="MsoBodyTextIndent" style="text-justify: inter-cluster; margin: 12pt 0cm 0pt; text-align: justify"> กินอย่างนี้น่าจะได้รับโปรตีนพอ… ผลการตรวจเลือดหาระดับโปรตีนก็อยู่ในเกณฑ์ปกติ ค่อนไปทางสูง(ลองเจาะตรวจมา 2 ครั้งแล้ว) </div></li></ul><p style="text-justify: inter-cluster; margin: 12pt 0cm 0pt; text-indent: 0cm; text-align: justify" class="MsoBodyTextIndent">วันนี้มีข่าวดีสำหรับท่านที่กินเนื้อน้อย และท่านที่ชอบออกกำลังครับ… รองศาสตราจารย์นายแพทย์ดอกเตอร์ลูอีกี ฟอนทานา อาจารย์โรงเรียนแพทย์มหาวิทยาลัยวอชิงตันท่านทำการศึกษาผู้ใหญ่วัยกลางคน 3 กลุ่มๆ ละ 21 คน</p><p style="text-justify: inter-cluster; margin: 12pt 0cm 0pt; text-indent: 0cm; text-align: justify" class="MsoBodyTextIndent">                 </p><ul><li><div class="MsoBodyTextIndent" style="text-justify: inter-cluster; margin: 12pt 0cm 0pt; text-indent: 0cm; text-align: justify"> กลุ่มแรกกินอาหารมังสวิรัติ(ไม่กินเนื้อ) เป็นอาหารโปรตีนต่ำ ประมาณ 0.8 กรัม/กิโลกรัม/วัน กลุ่มที่สองกินอาหารโปรตีนสูง และวิ่งระยะไกลเป็นประจำ </div></li></ul><p style="text-justify: inter-cluster; margin: 12pt 0cm 0pt; text-indent: 0cm; text-align: justify" class="MsoBodyTextIndent">กลุ่มที่สามกินอาหารโปรตีนสูงแบบชาวอเมริกัน(หนักเนื้อ นม เนย ไข่) กลุ่มนี้วันๆ เน้นนั่งๆ นอนๆ (sedantary)</p>                 <ul><li><div class="MsoBodyTextIndent" style="text-justify: inter-cluster; margin: 12pt 0cm 0pt; text-indent: 0cm; text-align: justify">ผลการตรวจสารเคมีในเลือดพบว่า กลุ่มแรกคือ มังสวิรัติมีระดับฮอร์โมน และโปรตีนที่มีความสัมพันธ์กับมะเร็งลดลงมากที่สุด </div></li></ul><p style="text-justify: inter-cluster; margin: 12pt 0cm 0pt; text-indent: 0cm; text-align: justify" class="MsoBodyTextIndent">กลุ่มที่สองคือ กลุ่มกินเนื้อ และวิ่งระยะไกลมีระดับฮอร์โมน และโปรตีนที่มีความสัมพันธ์กับมะเร็งลดลง ทว่า… น้อยกว่ากลุ่มมังสวิรัติ</p><p style="text-justify: inter-cluster; margin: 12pt 0cm 0pt; text-indent: 0cm; text-align: justify" class="MsoBodyTextIndent">                 </p><ul><li><div class="MsoBodyTextIndent" style="text-justify: inter-cluster; margin: 12pt 0cm 0pt; text-indent: 0cm; text-align: justify"> กลุ่มที่สามคือ กลุ่มกินเนื้อ และนั่งๆ นอนๆ ไม่ออกกำลังพบมีระดับฮอร์โมน และโปรตีนที่มีความสัมพันธ์กับมะเร็งเพิ่มขึ้น </div></li></ul><p style="text-justify: inter-cluster; margin: 12pt 0cm 0pt; text-indent: 0cm; text-align: justify" class="MsoBodyTextIndent">สารเคมีในเลือดที่เปลี่ยนไปชัดเจนได้แก่ IGF-1 (insulin-like growth factor) หรือสารกระตุ้นการแบ่งตัว และเจริญเติบโตของเซลล์ที่มีโครงสร้างคล้ายฮอร์โมนอินซูลิน(จากตับอ่อน)</p><p style="text-justify: inter-cluster; margin: 12pt 0cm 0pt; text-indent: 0cm; text-align: justify" class="MsoBodyTextIndent">                 </p><ul><li><div class="MsoBodyTextIndent" style="text-justify: inter-cluster; margin: 12pt 0cm 0pt; text-align: justify"> สาร IGF-1 มีความสัมพันธ์กับมะเร็งเต้านม มะเร็งต่อมลูกหมาก และมะเร็งลำไส้ใหญ่ </div></li></ul><p style="text-justify: inter-cluster; margin: 12pt 0cm 0pt; text-indent: 0cm; text-align: justify" class="MsoBodyTextIndent">อาจารย์ลูอีกีท่านแนะนำว่า ถึงแม้การศึกษานี้จะเป็นการศึกษาแรกเริ่ม จำเป็นต้องมีการศึกษาต่อเนื่องเพื่อยืนยัน หรือคัดค้านต่อไป</p><p style="text-justify: inter-cluster; margin: 12pt 0cm 0pt; text-indent: 0cm; text-align: justify" class="MsoBodyTextIndent">                 </p><ul><li><div class="MsoBodyTextIndent" style="text-justify: inter-cluster; margin: 12pt 0cm 0pt; text-indent: 0cm; text-align: justify"> ทว่า… การกินธัญพืชไม่ขัดสี เช่น ข้าวกล้อง ฯลฯ ถั่ว ปลา ผัก และผลไม้ให้มากขึ้นน่าจะมีส่วนช่วยป้องกันมะเร็งได้ </div></li></ul><p style="text-justify: inter-cluster; margin: 12pt 0cm 0pt; text-indent: 0cm; text-align: justify" class="MsoBodyTextIndent">นอกจากนั้นควรกินเนื้อแดง หรือเนื้อสัตว์ใหญ่ เช่น หมู แกะ วัว ควาย ฯลฯ ให้น้อยลงด้วย</p><p style="text-justify: inter-cluster; margin: 12pt 0cm 0pt; text-indent: 0cm; text-align: justify" class="MsoBodyTextIndent">                 </p><ul><li><div class="MsoBodyTextIndent" style="text-justify: inter-cluster; margin: 12pt 0cm 0pt; text-indent: 0cm; text-align: justify"> การกินเนื้อแดงมากเกินมีส่วนทำให้ได้รับไขมันแฝง(ในเนื้อ) ไขมันสัตว์มีไขมันอิ่มตัวสูง ทำให้เสี่ยงต่อโรคอ้วน โรคเส้นเลือดหัวใจอุดตัน เส้นเลือดสมองตีบตันหรือแตก(อัมพฤกษ์ อัมพาต) เสี่ยงมะเร็งมากขึ้น </div></li></ul><p style="text-justify: inter-cluster; margin: 12pt 0cm 0pt; text-indent: 0cm; text-align: justify" class="MsoBodyTextIndent">นอกจากนั้นการกินเนื้อแดงมากเกินมีส่วนทำให้ได้รับสารฟอสฟอรัสมากเกิน การขับฟอสฟอรัสออกจะทำให้ปัสสาวะมีความเป็นกรด(ฟอสฟอรัส)สูง</p><p style="text-justify: inter-cluster; margin: 12pt 0cm 0pt; text-indent: 0cm; text-align: justify" class="MsoBodyTextIndent">                 </p><ul><li><div class="MsoBodyTextIndent" style="text-justify: inter-cluster; margin: 12pt 0cm 0pt; text-indent: 0cm; text-align: justify"> ไตจะต้องทำงานหนักมาก(ในการขับกรด) และเกิดการสูญเสียแคลเซียม(เป็นด่างที่ช่วยลดความเป็นกรด)ออกทางปัสสาวะมากขึ้น </div></li></ul><p style="text-justify: inter-cluster; margin: 12pt 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoBodyTextIndent">การสูญเสียแคลเซียมบ่อยๆ ทำให้เสี่ยงต่อโรคกระดูกโปร่งบางในระยะยาว</p><p style="text-justify: inter-cluster; margin: 12pt 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoBodyTextIndent">                 </p><ul><li><div class="MsoBodyTextIndent" style="text-justify: inter-cluster; margin: 12pt 0cm 0pt; text-indent: 0cm; text-align: justify">ผู้เขียนขอเรียนเชิญท่านผู้อ่านออกกำลังกายเป็นประจำด้วย… เพื่อเสริมผลดีของอาหารประเภทเนื้อน้อย พืชผักมากยิ่งขึ้น</div></li></ul><ul><li><div class="MsoBodyTextIndent" style="text-justify: inter-cluster; margin: 12pt 0cm 0pt; text-indent: 0cm; text-align: justify">ท่านผู้อ่านมีประสบการณ์ถูกใครแซวเรื่องกินเนื้อน้อยบ้างไหมครับ…</div></li></ul>    แหล่งข้อมูล: <ul>

  • ขอขอบพระคุณ > Low-protein diet might reduce cancer risk. > http://today.reuters.com/news/articlenews.aspx?type=&storyid=2006-12-14T161739Z_01_COL367829_RTRUKOC_0_US-LOW-PROTEIN.xml&src=nl_ushealth1400 > December 13, 2006. // source: American Journal of Clinical Nutrition, December 2006.
  • นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ ศูนย์มะเร็งลำปาง จัดทำ > ๑๔ ธันวาคม ๒๕๔๙.
  • </ul>    เชิญอ่าน... <ul><li><div class="MsoBodyTextIndent" style="margin: 0cm 0cm 0pt 18pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 18.0pt"> บ้านสาระ >>> http://gotoknow.org/blog/talk2u > เชิญท่านผู้อ่านชมบันทึกย้อนหลังได้จากปฏิทินกิจกรรมทางขวามือ (เลือกจากเดือนและปี) </div></li></ul>