วันสำคัญส่งท้ายปี..ก็แค่โชคดีที่หายจากอาการไข้หวัด ไปทำงานได้ตามปกติ ใบไม้แห้งที่ปลิวว่อนอยู่ทั่วโรงเรียน มองยังไงก็สวยงามเพราะมันเป็นธรรมชาติ..
แต่หากจะให้ธรรมชาติช่วยธรรมชาติ ตามศาสตร์พระราชาที่ผมเรียนรู้มาตลอดปี ก็ต้องยกให้โครงการใหม่ของผม ที่คิดว่าจะทำบ่อหมักใบไม้ในสวนป่าของโรงเรียน
ดินจากปุ๋ยหมัก จะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้ดินในบริเวณนั้น ช่วยต่อยอดไปสู่การปลูกพันธุ์ไม้อื่นๆได้ด้วย และอาจเป็นจุดเริ่มต้นของการจัดสวนพฤกษศาสตร์ก็เป็นได้
จิตใจที่แจ่มใส ย่อมอยู่ในร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรง เป็นคำพูดที่เป็นจริง สำหรับผมกำลังเป็นอยู่ คือสดชื่นถึงขนาดคิดงานได้เรื่อยๆ ถ้าเหนื่อยก็พักหนักก็นอน แต่วันนี้คิดว่ามีกิจกรรมอะไรบ้างที่รออยู่ข้างหน้า..
ค่ายจิตอาสา..จากภาคเอกชนจะเข้าสู่รั้วโรงเรียนเพื่อพัฒนาแหล่งเรียนรู้ เปิดประตูใจสร้างสายสัมพันธ์ปันใจให้น้องๆ ได้รับโอกาสอันอบอุ่น...มาด้วยกัน ๒ คณะ
การพักค้างกับอาหารการกิน สถานที่ที่สะอาด บรรยากาศการให้การต้อนรับเป็นเรื่องที่ต้องเตรียม เพื่อให้สถานที่มีความพร้อม วันนี้ผมวางแผนเสร็จสิ้นและเรียบร้อย
ผมคิดว่า..วันส่งท้ายปีอยู่ที่ไหนก็มีคุณค่า ถ้าอยู่กับสิ่งนั้นด้วยหัวใจ..ด้วยความจริงใจ กับผู้คน สถานที่และเวลา..ตลอดจนต้องมีความรักเป็นองค์ประกอบเสมอ
ผมไม่ถึงกับรักงาน แต่มักจะไม่มีที่ไปในวันส่งท้ายปี สิ่งที่ทำได้คืออยากไปโรงเรียน บางครั้งผมก็รู้สึกว่า..โรงเรียนก็รอผมอยู่เหมือนกัน...
หลายๆคนที่เป็นครู ก็คงคิดได้และใคร่ครวญแบบผม ทบทวนชีวิตกับภารกิจของงานอยู่เสมอเมื่อทำงานอยู่ที่โรงเรียน เพราะโรงเรียนให้ความสงบสุขอย่างเต็มเปี่ยม
ถึงแม้จะไม่ได้ไปท่องเที่ยวที่ไหน..แต่โรงเรียนก็ช่วยให้ผมคิดได้ว่าหลายอย่างบนโลกใบนี้ ในช่วงตลอดปีที่ผ่านมา เราควบคุมมันไม่ได้เลยจริงๆ
ไม่ว่าจะเป็นแผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิด และน้ำท่วม กระบวนการที่แปรปรวนของธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่หนักขึ้นทุกวัน...
สำหรับผมจะจดจำและให้ความสำคัญเฉพาะสิ่งที่ควบคุมได้มากกว่า ทั้งการเริ่มต้นเพื่อปรับปรุงตนเอง และการให้อภัยตัวเองและคนอื่น..เป็นเรื่องที่เราควบคุมได้
ความรักก็เช่นเดียวกัน ควบคุมได้ในความรักทุกรูปแบบ ตลอดจนควบคุมความหวังด้วยการกระทำ คือทำจริงๆ มิใช่รอให้ได้มาแบบง่ายๆ
ผมคิดว่าชั่วโมงที่เลื่อนไป นาทีที่ใกล้เข้ามา วินาทีที่กำลังเข้าหาเที่ยงคืน น่าจะช่วยย้ำเตือนใจเราก่อนที่จะฉลองค่ำคืนแห่งวันขึ้นปีใหม่ ๒๕๖๓..
ให้หยุดไตร่ตรองย้อนรอยไปในปีเก่า ที่เราจดจำได้ถึงความสำเร็จและความผิดพลาด ก็เพื่อการปรับปรุงและพัฒนาตนอยู่เสมอ...
การจดจำและทำตามสัญญาที่ให้ไว้มากน้อยเพียงใด หรือการละเลยกับความรู้สึกที่ควรใส่ใจกับคนบางคน ใช้เวลาในช่วงนี้เพื่อเปิดใจ เลิกปิดกั้นเพื่อกักเก็บความรู้สึกที่ทำให้เราเจ็บปวด...
นี่คือโอกาสที่ดีที่สุดเพื่ออ้าแขนต้อนรับปีใหม่ที่จะมาถึง เพื่อการทำที่มากขึ้น ทำดีต่อกันและกัน ให้อภัยและมีเมตตา ขอให้รักกันมากขึ้น ตลอดปีและตลอดไป...ครับ
ชยันต์ เพชรศรีจันทร์
๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๒