ผมจดจำและจารึกบันทึกไว้ทุกคณะ เพราะโรงเรียนคือผลผลิตของอานุภาพ”การรับ”ที่ยิ่งใหญ่และมีคุณค่า เป็นบทเรียนสอนผมให้พัฒนาองค์กรและพัฒนาตน..ให้เป็นคนที่รัก “การให้”ที่ยิ่งใหญ่ตลอดไป..เช่นเดียวกัน

        ผมไม่ได้รู้สึกอึดอัดแต่ประการใด เมื่อได้มาอยู่โรงเรียนหลังเล็ก ที่เริ่มต้นด้วยเด็กไม่ถึง ๕๐ คน ครู ๓ คน จนทุกวันนี้มีคนบอกว่าเปลี่ยนไปแบบหน้ามือเป็นหลังมือ

    เพราะผมเลือกแล้วด้วยความรัก การเริ่มต้นด้วยรัก จะช่วยให้ทำงานด้วยหัวใจและประสบความสำเร็จได้ง่ายกว่า ช่วยปัดเป่าปัญหาอุปสรรคให้ลดน้อยลง

        ความรักในโรงเรียนหลังเล็ก ทำให้อดทนพอและรอวันที่ประสบความสำเร็จเป็นที่ประจักษ์ และกล้าพอที่จะชื่นชมตนเอง..โดยที่ไม่ต้องรอให้ใครมาชื่นชม

        โชคดีที่ไม่จบเอกบริหาร ทำให้เรียนรู้ตลอดเวลา แต่ก็ยังเชื่อว่าถ้าเรียนมาอาจจะใช้ไม่ได้ทั้งหมด ต้องประยุกต์ตลอดทั้งปี บ้านหลังเล็กแห่งนี้ ไม่เคยมีสูตรสำเร็จเลย

        ผมเชื่อว่า..ในทศวรรษหน้า โรงเรียนหลังเล็กจะเพิ่มมากขึ้นนับหมื่นโรง มีให้เห็นทุกตำบลทุกหมู่บ้าน และการยุบควบรวมยังมีอยู่บ้างอย่างที่ไม่น่าจะวิตกแต่อย่างใด

        หลักสูตรที่จะเกิดขึ้นใหม่ และต้องเรียนรู้กันอย่างจริงจังในระดับปริญญาโท-เอก ก็คือการบริหารโรงเรียนขนาดเล็ก ที่ต้องเน้นหลักการทฤษฎีบริหารคุณภาพมากขึ้น

        คุณภาพที่กล่าวถึง..อาจจะไม่เฉพาะเจาะจงตัวเลขค่าเฉลี่ยผลสัมฤทธิ์ชั้น ป.๓ NT และ ป.๖ ONET แต่จะต้องหมายรวมถึงคุณภาพการบริหารจัดการทั้งระบบ

        ถ้าผู้บริหารรุ่นใหม่ได้อยู่โรงเรียนเล็กๆแล้วมองว่าวิกฤติ..ให้คิดใหม่ว่าได้โอกาสแล้วที่จะได้ทำงานที่ท้าทาย มีบทเรียนมากมายให้เรียนรู้และลงมือทำทันที..

        ผม..ไม่ได้เป็นผู้บริหารต้นแบบหรือเป็นแบบอย่างให้ใคร แต่ผมใส่ใจที่จะบันทึกบทเรียนไว้ทำซ้ำและดัดแปลงเพื่อปรับปรุง ไปตามบริบทและสถานการณ์เสมอ

        ใครจะคิดว่า..ผู้บริหารโรงเรียนเขาจะสอนหนังสือกัน แต่ผมสอนทุกวัน สอนดีด้วยเพราะผมเตรียมการสอนและสอนมาหลายปีจนชำนาญ ขอบคุณบทเรียนนี้ที่ทำให้รู้สึกว่าชีวิตมีคุณค่า

        โรงเรียนขนาดเล็กกับศาสตร์พระราชา ใกล้ชิดสนิทแนบแน่นเพราะเกษตรอินทรีย์วิถีของทฤษฎีใหม่ จึงทำให้โรงเรียนมีโคกหนองนา..ผมได้บทเรียนไร่นาสวนผสมจากที่นี่

        ชีวิตที่รู้ค่าของแผ่นดิน จึงใช้พื้นที่ทุกตารางเมตรให้คุ้มค่าและสมประโยชน์ แหล่งเรียนรู้และสิ่งแวดล้อมจึงร่มรื่นสดใส สะอาดและสวยงามอยู่เสมอ

        ผมยังเชื่ออีกว่า”บ้านคือวิมาน ที่ทำงานคือสวรรค์” ชีวิตสุขสันต์เพราะโรงเรียน จึงไม่มีเหตุปัจจัยใดที่จะมาอ้าง หรือขัดขวาง การทำบ้านให้น่าอยู่น่าดูน่ามอง..บทเรียนนี้ผมไม่ได้ทดลอง แต่ผมทำจริงมาตลอดเมื่อมาอยู่บ้านหลังเล็กแห่งนี้

        ไม่เคยมีความรู้ด้านงานเกษตรเลย..แต่วันนี้แต่งตั้งตัวเองเป็นผู้เชี่ยวชาญในแบบที่ไม่ต้องมีเงินประจำตำแหน่ง..ลงทุนลงแรงไปกับเด็กในแบบที่เรียนรู้ร่วมกัน..

        บทเรียน..การปลูกผักอย่างเดียวก็คุ้มแล้ว..ผักบุ้ง..ผักกาด ผักกวางตุ้ง มุ่งสู่โรงครัวไม่เคยขาด เด็กได้เรียนรู้การตลาดเมื่อเดินขายผักแก่ผู้ปกครอง

        โรงเรียนมีดินคุณภาพใช้เอง นับเป็นบทเรียนราคาแพง จากการหมักผักตบชวาและใบไม้..ทำได้ด้วยการใช้น้ำหมักที่ทำกับมือผสมมูลวัวที่มีอยู่ทั่วในท้องถิ่น นี่คือบทเรียนพื้นฐานของการทำมาหากินในปัจจุบันและอนาคต

        ผมลงทุนปลูกหญ้าหวานเต็มไปหมด เป็นบทเรียนใหม่เพื่อจะให้ไก่ได้กินของดี มีอารมณ์แจ่มใส ไข่แดงใบใหญ่ สุดท้ายก็ได้ผลเกินคาดช่วยลดต้นทุนอาหารไก่ไปได้เยอะ

        มูลไก่ที่ผมไม่เคยรู้มาก่อน ตอนนี้รู้แล้วว่าไม่ควรจะใช้ทันที ต้องนำไปหมักเสียก่อน จากนั้นนำไปลงแปลงเพื่อคลุกเคล้ากับดิน คราวนี้จะปลูกอะไรกินรับรองผ่านฉลุย

        สิ่งหนึ่งที่ไม่ต้องคุย เพราะเป็นภาพเชิงประจักษ์ มีผู้คนรุมรักรูปแบบการบริหารมาศึกษาดูงานและบำเพ็ญประโยชน์เพื่อสังคม(CSR) ไม่ได้ขาด

        ผมจดจำและจารึกบันทึกไว้ทุกคณะ เพราะโรงเรียนคือผลผลิตของอานุภาพ”การรับ”ที่ยิ่งใหญ่และมีคุณค่า เป็นบทเรียนสอนผมให้พัฒนาองค์กรและพัฒนาตน..ให้เป็นคนที่รัก “การให้”ที่ยิ่งใหญ่ตลอดไป..เช่นเดียวกัน

ชยันต์  เพชรศรีจันทร์

๑๗  ธันวาคม  ๒๕๖๒