๑๓ ปี ที่ผมทำงานในโรงเรียนขนาดเล็ก พยายามอย่างยิ่งที่จะให้ดีขึ้นเป็นลำดับ ทำให้ผู้ปกครองยอมรับว่าผมทำให้ลูกหลานเขามีคุณภาพได้
ไม่ต้องดีกว่าใคร ไม่ต้องไปเปรียบเทียบกับโรงเรียนอื่น แต่รับประกันได้ว่าเด็กจะต้องอ่านคล่องเขียนคล่องคิดคำนวณได้ ใฝ่เรียนใฝ่รู้เชิดชูคุณธรรม เลิศล้ำทักษะชีวิต
อาจจะต้องสอนเสริมเติมเต็มในวันเสาร์บ้าง ก็ไม่ใช่ปัญหาชีวิต เพียงคิดว่าจะทำวันนี้ให้ดีที่สุด ผลที่จะเกิดกับนักเรียนในวันข้างหน้า ก็ยังคิดว่า..ทำอย่างไรก็ได้อย่างนั้น
เมื่อทำงานเต็มที่จึงมีวิธีปฏิบัติว่าทำอย่างไรโรงเรียนขนาดเล็กจะมั่นคงมั่งคั่งและยั่งยืน ผมจึงย้อนถามขึ้นไปเสมอว่าคิดดีแล้วหรือ..ที่จะยุบควบรวมโรงเรียนเล็กๆ
พูดมากไปเขาก็หาว่าไม่เข้าใจ ก็พอดีได้รับข้อคิดความเห็นจากท่านอาจารย์หมอสุรเกียรติ อาชานานุภาพ นักคิดนักเขียนและท่านเป็นอาจารย์หมอของรพ.รามาธิบดี
ท่านกรุณาชี้ให้เห็นภาพความสำคัญของโรงเรียนขนาดเล็กอย่างชัดเจนที่สุด..
ท่านอาจารย์บอกว่าโรงเรียนขนาดเล็กที่ตั้งอยู่ในชุมชน ได้ชื่อว่า"โรงเรียนใกล้บ้านใกล้ใจ" เพราะเป็นแหล่งเรียนรู้อันใกล้ชิดของประชาชน และมีความสัมพันธ์กับชุมชนแบบรู้ใจกันดุจญาติมิตร
ครูนอกจากทำหน้าที่สอนหนังสือเด็กๆให้อ่านออกเขียนได้ คิดเลขเป็นแล้ว ยังมีโอกาสสอนวิชาชีวิตเพื่อเป็นภูมิคุ้มกันชีวิตให้เด็กๆได้เติบโตเป็นพลเมืองคุณภาพในอนาคตอีกด้วย ซึ่งนับว่าเป็นภารกิจอันศักดิ์สิทธิ์ของความเป็นครู
หากประเทศและชุมชนตระหนักในคุณค่าและจุดเด่นของโรงเรียนชุมชนขนาดเล็ก ก็จะช่วยกันส่งเสริมสนับสนุนให้ครูได้เรียนรู้และมีทักษะในการปฏิบัติภารกิจอันศักดิ์สิทธิ์ดังกล่าวร่วมกับชุมชนได้อย่างเต็มที่
ด้วยคุณลักษณะ"ใกล้บ้านใกล้ใจ" ครูจะมีความสัมพันธ์กับเด็กๆ ผู้ปกครองและชุมชนอย่างแนบแน่น มีเวลาทำความรู้จักกัน ลงไปในชุมชน เยี่ยมบ้านเด็กๆ พูดคุยแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เข้าใจปัญหา ความต้องการ ความคาดหวังของแต่ละฝ่าย และช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกัน ทำโรงเรียนให้กลายเป็น"โรงเรียนของชุมชน" ที่ชุมชนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริงในการพัฒนาโรงเรียนให้เป็นแหล่งเรียนรู้ทั้งทางวิชาการ วิชาชีพ และวิชาชีวิตสำหรับเด็กๆ ผู้ปกครอง ชุมชน รวมทั้งตัวครูเอง
โรงเรียนมีโอกาสส่งเสริมให้เด็กๆได้มีการฝึกทักษะอาชีพและทักษะชีวิตด้วยการทำแปลงเกษตร ปลูกผัก เลี้ยงสัตว์ ทำกิจกรรมสภานักเรียน และชมรมด้านต่างๆ ช่วยงานต่างๆของโรงเรียนและที่บ้าน รวมทั้งร่วมงานประเพณีวัฒนธรรมของชุมชน โดยมีครูและปราชญ์ชาวบ้าน เป็นพี่เลี้ยง พาถอดบทเรียน สร้างความคิดและแรงบันดาลใจ ความใฝ่รู้ ใฝ่ความก้าวหน้า ปลูกฝังความมีจิตอาสา ความพอเพียงและความสุขจากการเรียนรู้และการทำกิจกรรม
เมื่อเด็กๆมีทักษะชีวิต มีความคิดและแรงบันดาลใจ เห็นคุณค่าของการเรียน ก็จะมีความมุ่งมั่นตั้งใจเรียนหนังสือ อ่านหนังสือ ค้นคว้าหาความรู้จากสื่อต่างๆ และรู้จักนำความรู้มาแบ่งปันให้คนอื่น
ครูนอกจากมีหน้าที่สอน ชี้แนะ และสนับสนุนเอื้ออำนวยการเรียนของเด็กๆแล้ว ยังมีหน้าที่ค้นคว้า เรียนรู้ สานสัมพันธ์กับชุมชน สร้างสรรค์นวัตกรรม และร่วมมือร่วมใจกับชุมชนและภาคส่วนต่างๆในการพัฒนางานของโรงเรียนและของชุมชน
ผมมีความหวังอย่างยิ่งว่า ด้วยการสร้างความเข้าใจและตระหนักในอัตลักษณ์และคุณค่าของโรงเรียนขนาดเล็กที่ตั้งอยู่ในชุมชน ให้เกิดขึ้นกับทุกภาคส่วนของสังคม ก็ย่อมจะเกิดพลังเครือข่ายที่เข้มแข็งในการทำให้โรงเรียนขนาดเล็กกลายเป็นแหล่งผลิตคนคุณภาพให้กับสังคมอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งกระจายอยู่อย่างกว้างขวางในแผ่นดินของเรา
ครับ..ทุกวันนี้..โรงเรียนขนาดเล็กก็ทำได้ตามนี้ อย่างที่ท่านอาจารย์หมออยากให้เป็น แต่ประเด็นอยู่ที่ว่า..ทำไม..กระทรวงศึกษาธิการกลับมองไม่เห็นคุณค่า..ทั้งที่เป็นกระทรวงหลักที่ต้องจัดการศึกษาให้เข้มแข็ง..
ชยันต์ เพชรศรีจันทร์
๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๒