11-17 พฤศจิกายน 2562 แอ่วเหนือสัมผัสหนาว เช้าวันจันทร์ที่ 11  พฤศจิกายน 2562 คณะของเราที่ร่วมเดินทางมีทั้งหมด  10 คน  ประกอบด้วย ผอ.จันทร อาจารย์ชนิดา พลสิงห์ , อาจารย์จิตวัต อาจารย์กัลยา ธนอัญญาพร, อาจารย์จินดา  สุทธารัตน์, อาจารย์อุษณีย์  ชูแก้ว, อาจารย์พชรพร สุนธารินทร์, อาจารย์ละเมียด ครองไกรเวช และอาจารย์สุทัศน์ อาจารย์สคราญ วิเศษสมบัติ รถตู้โดยสารโดย..นายศุขนันท์ หนุนเกื้อ 

เช้าวันพฤหัสบดีที่ 14  พฤศจิกายน  2562  เช้านี้ที่ โรงแรมอมรรักษ์ Amonluk Hotel จังหวัดแพร่ ตื่นเช้าอาบน้ำแต่งตัวตื่นเต้นได้นุ่งซิ่น  แอ่วน่าน มีความตั้งใจว่าจะนุ่งซิ่นแอ่วน่าน  ซิ่นผืนนี้เพิ่งนุ่งครั้งแรกของฝากจากพม่าค่ะ  สวย ๆ มากค่ะ 

ที่โรงแรมนี้จะมีศาลาให้แขกที่มาพักมีเครื่องดื่ม  ชา  กาแฟ เครื่องดื่มต่าง ๆ 24  ชั่วโมง ส่วนขนมบางคนก็มีติดตัวหรือบางคนก็เดินไปซื้อที่เซเว่น ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับโรงแรมค่ะ

ประมาณ 10.00 น.ถึงเทศบาลน่านแวะโรงแรมน้ำทอง ซึ่งคณะเราจะพักคืนนี้ แวะเพื่อเอากระเป๋าและสัมภาระลงเพื่อรถตู้ที่เราโดยสารจะได้ไม่หนักเพราะเราจะเดินทางขึ้นดอยภูคาค่ะ ระหว่างคนขับรถลำเลียงกระเป๋า ก็ถ่ายรูปสวย ๆ หน้าโรงแรมเก็บไว้ดูค่ะ

แอ่วน่านจะเห็นภาพศิลปะชายหญิงกระซิบรัก....กระซิบรัก..เมืองน่าน  ตำนานเล่าขานที่ไม่รู้จบ

            ตำนานเล่าขาน กระซิบรัก อันลือชือ บันลือโลก  ของ ปู่ม่าน ย่าม่าน  กับภาพเขียนการกระซิบรักของหนุ่มสาว ชาวน่าน  ที่เราได้พบเห็นจากภาพจิตรกรรม  จุดดึงดูดให้ใครต่อใครที่มาเยือนเมืองน่าน  ต้องมาฟังเรื่องราวความรักของ คนรุ่นก่อนของชาวน่าน เขามีวิธีกระซิบบอกรัก ของหนุ่มสาวกันอย่างไร เรื่องราวของ ปู่ม่าน ย่าม่าน ทำให้เราได้ชมอย่างประทับใจ...ช่วงเวลาที่มาอยู่ที่ น่านนคร  มีความสุข  และชื่นชมในความเป็นเมืองที่น่าอยู่  งดงามด้วยวัฒนธรรมและวิถีชีวิตคนเมืองน่าน  ที่อบอุ่น นุ่มนวลด้วยรอบยิ้ม  เราจะเก็บภาพ "น่านเนิบเนิบ" มาฝากค่ะ

ภาพกระซิบรัก ของ ปู่ม่าน ย่าม่าน มีบทบรรยายอันสละสลวยเป็นภาษาล้านนา และได้รับการแปลถ่ายทอดผู้เชี่ยวชาญทางด้านอักษรล้านนา ถอดคำบรรยายภาพนี้ออกมาอย่างวิจิตรไพเราะว่า
   “คำฮักน้อง กูปี้จักเอาไว้ในน้ำก็กลัวหนาว
จักเอาไว้พื้นอากาศกลางหาว ก็กลัวหมอกเหมยซอนดาวลงมาคะลุม
จักเอาไปใส่ในวังข่วงคุ้ม ก็กลัวเจ้าปะใส่แล้วลู่เอาไป
ก็เลยเอาไว้ในอกในใจตัวชายปี้นี้ จักหื้อมันไห้อะฮิอะฮี้
ยามปี้นอนสะดุ้งตื่นเววา…”

คำแปล

"ความรักของพี่จะเอาฝากไว้ในน้ำก็กลัวมันเหน็บหนาว
จะฝากไว้กับท้องฟ้า อากาศ กลางหาวก็กลัวเมฆหมอกมาขลุ้ม
จะเอาฝากไว้ในข่วง ในคุ้ม ก็กลัวเจ้ากลัวนายมาเจอะเจอแย่งรักของพี่ไป
ก็เลยเอาฝากไว้ในอกในใจขอตัวพี่ให้มันร่ำให้อะฮิ อะฮี้
ถึงน้องทุกยามสะดุ้งตื่นเววา”

เสร็จภารกิจที่โรงแรมน้ำทอง เดินทางต่อไปวัดหนองบัว ต.ป่าคา อ.ท่าวังผา จ.น่าน  ประมาณเที่ยงถึงวัดหนองบัวซึ่งเป็นวัดที่เก่าแก่ประจำหมู่บ้านไทยลื้อหนองบัว  วัดนี้สร้างขึ้น ในราว พ.ศ.2405(สมัยรัชกาลที่ 4) โดยท่านสุนันต๊ะ (ครูบาหลวง) เป็น หัวเรี่ยวหัวแรง นำชาวบ้าน สร้างขึ้นเป็นวัดประจำหมู่บ้านหนองบัว

บริเวณประตูวัดมีการรวมตัวของ ผู้สูงอายุ ร่วมทำกิจกรรมภายในวัดมีวงสะล้อซอซึงแบบพื้นเมือง   พวกเราทุกคนเป็นข้าราชการครูบำนาญ หลายคนมีความสามารถในด้านดนตรี ก็ได้เข้าร่วมวงและไปด้วยกันได้อย่างชื่นมื่น นอกจากนี้ทุกคนก็ร่วมบริจาคสนับสนุนกิจกรรมด้านนี้ด้วยค่ะ

เดินต่อเข้าไปในวัดแต่ไม่ได้เข้าไปข้างในอุโบสถ จะเห็นว่าภายในวัดสะอาดสะอ้าน  ห้องน้ำก็สะอาดเยี่ยมมากค่ะ นอกจากนี้ ด้านหลังวัดหนองบัว มีบ้านจำลองไทลื้อ (เฮือนไทลื้อมะเก่า) มีอุปกรณ์การประกอบอาชีพของชาวไทลื้อจัดแสดงไว้ เราแวะที่ "ตูบ..หนานบัวผัน"  ตูบ หมายถึงกระท่อมค่ะ ภายในมีอุปกรณ์ใช้ทำครัวในสมัยก่อน พวกเราก็เก็บภาพสวย ๆ กับของใช้คนไทยลื้อมาฝากค่ะ

พวกเราเก็บภาพสวย ๆ ตามมุมต่าง ๆไว้เป็นที่ระลึกด้วยค่ะ

ด้านหลังจะมีร้านค้าสินค้าพื้นเมืองทั้งผ้าทอไทลื้อ เสื้อผ้าฝ้าย พวกเราซื้อมาคนละตัวสองตัว และถ้ามาน่านต้องอย่าลืมซื้อมะไฟจีนเชื่อมแห้ง  มะไฟจีน หรือส้มมะไฟ เป็นพืชตระกูลส้มลักษณะคล้ายมะไฟ แต่เปลือกบางกว่าและมีรสเฝื่อนเล็กน้อย หวานอมเปรี้ยว มีคุณสมบัติรักษาโรคกระเพาะ แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ หลอดลมอักเสบ ช่วยเจริญอาหาร ลดอาการไอ ละลายเสมหะ ทำให้ชุ่มคอ แก้หวัด แก้พิษร้อน โดยชาวจีน จ.น่าน เป็นผู้นำเข้ามาปลูกในประเทศไทยเมื่อกว่า 100 ปีมาแล้ว โดยจะปลูกมากในพื้นที่ ต.ท่าน้าว อ.ภูเพียง ต.นาเหลือง อ.เวียงสา และ ต.ในเวียง อ.เมืองน่าน การแปรรูปเป็นของฝาก ทำให้ยิ่งมีความโดดเด่นติดอันดับต้นๆ ของดีเมืองน่าน ซื้อแล้วกลับถึงบ้านลองชิม  อร่อยมาก มีความรู้สึกเสียดายซื้อมาน้อย

แอ่วเหนือรู้สึกอยากกินส้มตำแท้ ๆ ของชาวเหนือ รถวนหาร้านส้มตำ ประมาณ 13.00 น. ..เจอแล้ว ชื่อร้านสวยงาม ซะ ปะ ตำ (ซะปะเป็นภาษาพื้นเมืองแปลว่าหลายอย่าง) แวะร้านนี้ สั่งตำปูปลาร้า ตำข้าวโพดไข่เค็ม ข้าวเหนียว  ขนมจีน อร่อยหรือไม่ดูปากคนกินค่ะ มีแม่ค้าคนเดียว ทำเองทุกหน้าที่ในร้าน  ร้านน่ารักค่ะ  อร่อยทุกจาน ถามน้องเขาว่าใส่อะไรอร่อย...แม่นางบอก "ใสใจเจ้า"....

ส้มตำอร่อย ขนมจีนเส้นอร่อยไม่เหมือนบ้านเรา ....ต้องจำไว้ว่าร้านนี้ชื่่อ "ซะ ปะ ตำ" อ.ท่าวังผา  จ.น่าน  มีโอกาสต้องแวะอีก ติดใจค่ะ

ผ่านมาครึ่งวันแล้ว ...บ่ายกลับขึ้รรถเดินทางต่อเป้าหมายวัดศรีมงคล ค่ะ  ...ตามมาไปเที่ยวด้วยกัน...