GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

ตรี โท เอก ความจริงที่มองข้าม

 

              มนุษย์เราหากจะวัดจำนวนความมากน้อยแตกต่างกันนั้น ก็ต้องอาศัยการนับ โดยเริ่มที่ หนึ่ง สอง สาม เรื่อยไปจนกว่าจะถึงความพอดีของแต่ละสังคม แม้กระทั่งภาษาของการนับก็แตกต่างกันไปตามเชื้อชาติและเผ่าพันธ์ 
            คำว่า หนึ่ง สอง สาม เมื่อนำมาใช้กับวรรณยุกต์ เรากลับเรียงเป็นว่า เอก โท ตรี ตามลำดับ  เอก=หนึ่ง , โท = สอง , ตรี = สาม
           หากแต่เมื่อนำมาเรียกขานเพื่อใช้กำหนดชั้นยศและบ่งบอกถึงอำนาจในการปกครองบังคับบัญชาของทหาร ก็จะเรียกว่า ร้อยตรี  ร้อยโท ร้อยเอก หรือเรียกเป็นอย่างอื่น ในทำนองเดียวกันเราจะพบว่า โทและเอกนั้นมีอาวุโสและมีอำนาจมากกว่าตรี จึงต้องวางตัวให้เหมาะสมและคู่ควรกับตำแหน่งและฐานะทางสังคม ไม่เช่นนั้นความเชื่อถือและศรัทธาของผู้ใต้บังคับบัญชาก็จะลดน้อยถอยลง
          เราจะเห็นความแตกต่างว่าเรียกเช่นเดียวกันแต่วิธีการใช้นั้นทำให้คุณค่าย่อมต่างกัน เมื่อนับจำนวน เอก โท ตรี ( หนึ่ง สอง สาม) เริ่มจากค่าน้อยไปหาค่ามาก แต่เมื่อนำมาใช้ทางการปกครองและลำดับอาวุโส กลับตรงกันขัาม เรียงจากมากกลับไปหาน้อยคือ ตรี โท เอก (สาม สอง หนึ่ง) จึงเป็นความจริงที่พวกเราพากันมองข้ามไป หากจะถามหาคำตอบหรือเหตุผล ผู้ที่เกี่ยวข้องคงต้องหาเหุผลมาสนับสนุนคำชี้แจงกันวุ่นวาย
          จึงขอน้อมนำคำสอนของหลวงปู่เกษม เขมโก ที่ตอบปัญหาว่าการทำบุญอย่างไรจึงจะดีที่สุด ว่า
           " ของดีนั้นอยู่ที่เรา ของดีนั้นอยู่ที่จิต จิตมี ๓ ขั้น ตรี โท เอก ถ้าตรีก็ต่ำหน่อย โทก็ปานกลาง เอกนี่อย่างอุกฤษฎ์ มันไม่มีอะไร.....ก็ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ตัวอนัตตานี่แหละเป็นต้วเอก ไล่ไปไล่มาให้มันเห็นสังขารร่างกายเรา ตายแน่ๆ
            คนเราหนีตายไปไม่พ้น ตายน้อย ตายใหญ่ 
            ตายใหญ่ก็หมด ตายน้อยก็หลับ ไปตรองดูให้ดีเถอะ......."
            ที่สุดแล้ว ตรี โท เอก ที่กล่าวมาก็สรุปลงตรงที่ อนัตตา นี่เอง

                                                                    โดย  คนบ้านเดียวกัน

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 67318
เขียน:
แก้ไข:
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (0)